เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
Biz Movement แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
ดูทั้งหมด

พริษฐ์ อัดรัฐบาลเศรษฐา ตลก 6 ฉาก ล็อกสเป็กแก้รัฐธรรมนูญ

04 เม.ย. 2567 | 12:39น.
Parit Wacharasindhu

ไอติม พริษฐ์ ทวงสัญญารัฐบาล ปมแก้ รธน. หลังพบกระบวนการเป็นตลก 6 ฉากยื่นศาลตีความ พร้อมทำนายรัฐบาลเตรียมไพ่ ไว้กินรวบอำนาจ ล็อกสเป็กรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เปรียบในสนามเลือกตั้งรอบหน้า

วันที่ 4 เมษายน 2567 ที่รัฐสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นวันที่ 2 มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายทวงถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลสัญญาไว้กับประชาชนว่า การกระทำของรัฐบาลเป็นเหมือนตลก 6 ฉาก โดยฉากสุดท้ายที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตัดสินเกี่ยวกับการทำประชามติ ไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเมื่อใด ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ทั้งที่ย้ำว่ามีวิกฤตความเห็นต่างที่จะแก้ไข แต่ในมิติของรัฐธรรมนูญอยู่จุดเดิม และให้อำนาจตุลาการเป็นผู้ตัดสินเรื่องดังกล่าว

เรื่องตลก 6 ฉากรัฐธรรมนูญ

ฉากที่ 1 คือ ฉากหักมุม เพราะเราได้เห็นรัฐบาลการกลับลำ เกี่ยวกับคำสัญญาเรื่องประชามติ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ประกาศไว้อย่างชัดเจนในแถลงการณ์ว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก รัฐบาลจะออกมติ ครม. ให้มีการทำประชามติและจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อเดินหน้าการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเส้นทางประชามติ 3 ครั้ง แต่ผ่านไปไม่ถึง 43 วัน เมื่อมาถึงวันประชุม ครม.นัดแรก  รัฐบาลก็กลับลำจากเดิมที่จะออกมติทำประชามติ ก็ออกเป็นการประกาศตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติแทน

ฉากที่ 2 คือ ฉากรวมญาติสนิทมิตรมิตรสหาย ผ่านกลไกของคณะกรรมการศึกษาที่เต็มไปด้วยคนกันเอง คำถามคือทำไมไม่ใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองต่าง ๆในสภา แต่ในทางตรงกันข้ามองค์ประกอบของคณะกรรมการ อย่างน้อย 35 คน ที่ถูกตั้งขึ้นมา จำนวนกรรมการที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับพรรคเพื่อไทยมีมากถึง 10 คน

ฉากที่ 3 คือ ฉากตลกร้าย ที่รับฟังความเห็นของประชาชนแบบผิดวัตถุประสงค์ ผิดที่ ผิดเวลา โดยจะเห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้ได้ลงทุน ลงเวลาเยอะที่สุดคือการเดินสายทั่วประเทศเพื่อจัดเวทีรับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชน ในเวทีส่วนใหญ่เป็นเรื่องประชาชนมีความเห็นอยากจะเห็นเนื้อหาอะไรในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นประชาชน 200,000 กว่าคน ได้ร่วมกันเข้าชื่อในนามของกลุ่มเพื่อเสนอคำถามประชามติไปที่ ครม. ซึ่งเป็นหัวข้อที่สอดคล้องโดยตรงกับภารกิจของคณะกรรมการชุดนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือสำนักเลขาธิการ ครม. ไปดองข้อเสนอของเขาไว้ จนถึงวันนี้ยังไม่มีการตอบกลับไปหาเขาแต่อย่างใด

ฉากที่ 4 คือ ฉากสยองขวัญ ที่เกิดขึ้นจากการเสนอคำถามประชามติที่เป็นปัญหา โดยหลังจากทำงานไปสองเดือนใช้งบประมาณคาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท แต่สิ่งที่ปรากฏคือการแถลงแค่ข้อสรุปเดียว  ให้ ครม.เดินหน้าตามเส้นทางประชามติ 3 ครั้ง โดยให้ประชามติครั้งแรกมีหนึ่งคำถาม ที่ถามว่าท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่แก้ไขหมวดหนึ่ง (บททั่วไป) หมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งแน่นอนว่าในมุมหนึ่งคำถามข้อนี้ เป็นคำถามที่หลายฝ่ายได้เตือนไว้แล้วว่ามีปัญหาและอาจจะเสี่ยงทำให้ประชามตินั้นมีโอกาสจะผ่านน้อยลง

ฉากที่ 5 คือ ฉากแก้เกมหรือฉากแก้เก้อ ปัญหาของข้อเสนอคำถามประชามติของคณะกรรมการศึกษา เพราะผ่านไปไม่ถึง 28 วัน หลังจากคณะกรรมการศึกษาได้แถลงข้อเสนอต่อสาธารณะและเสร็จสิ้นภารกิจลง สส.จากพรรคเพื่อไทยก็ตัดสินใจยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่อง ส.ส.ร. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เปรียบเสมือนการย้อนศรจากการเดินตามเส้นทางประชามติ 3 ครั้ง มาเดินตามเส้นทางประชามติ 2 ครั้ง

ฉากที่ 6 คือ ฉากจบ ที่ยังไม่มีข้อสรุป เพราะเมื่อรัฐบาลหันมาสู่เส้นทางทำประชามติ 2 ครั้ง รัฐบาลก็มาเจอตอ ในรูปแบบของประธานรัฐสภาที่ตัดสินใจไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลถูกบีบให้จนมุม ไม่แน่ใจว่าจะไปต่ออย่างไรจึงตัดสินใจส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสินใจแทน โดยไม่มีหลักประกันว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะตัดสินใจเมื่อไหร่หรือจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร

 

พริษฐ์ รัฐธรรมนูญ 6 ฉาก

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังล่าช้าต่อไป อาจสร้างความเสียหายที่ประเทศไทยสูญโอกาสมีรัฐธรรมนูญใหม่ใช้ก่อนการเลือกตั้ง เพราะตามกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หากรัฐบาลดำเนินการตั้งแต่แรกจะใช้เวลาตามเทอมของรัฐบาล และก่อนการเลือกตั้ง แต่หากต้องรอฟังศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผลอาจออกมาได้ 2 ทาง คือ ทำประชามติ 2 ครั้ง เป็นไปได้ที่จะจัดรัฐธรรมนูญใหม่ และกฎหมายประกอบได้ทันกรอบ 4 ปี แต่หากทำประชามติ 3 ครั้ง เสี่ยงต้องกลับมาเริ่มต้นกระบวนการใหม่ ไม่ได้รัฐธรรมนูญใหม่ และกฎหมายประกอบก่อนการเลือกตั้ง

นายพริษฐ์อภิปรายโดยฟันธงว่า แม้มีรัฐธรรมนูญใหม่ในรัฐบาลเศรษฐา แต่รัฐบาลของนายเศรษฐาที่ตั้งได้ และอยู่ได้จากใบบุญอำนาจเดิม จึงไม่ไว้ใจให้ประชาชนออกแบบการเมือง และจัดทำกติกาสูงสุดตามที่ประชาชนคาดหวัง ทั้งนี้ ตนขอทำนายว่า รัฐบาลจะมีไพ่ไม้ตายที่เตรียมมาใช้

คือ 1.สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) สูตรผสม จากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง เพื่อให้โหวตแข่งในประเด็นที่ต้องการผลักดัน 2.กินรวบคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่หมกเม็ดไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งยื่นเมื่อต้นปี’67 ผ่านกลไกของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีสัดส่วนจากรัฐบาล และสส.ฝ่ายรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้าน และ 3.ด่านทางผ่านวุฒิสภา ที่ได้สิทธิเห็นชอบเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร.ยกร่าง ก่อนนำไปทำประชามติ แม้ว่าจะมี สว.ชุดใหม่ เชื่อว่ายังยึดโยงกับเครือข่ายอำนาจเดิม

พริษฐ์ รธน.ไพ่ 3 ใบ

“ผมทำนายว่ารัฐบาลคิดค้น และทยอยใช้เพื่อควบคุมรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งนี้ หากคำทำนายเป็นจริง คือรัฐบาลเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่มากกว่าประชาชน เพราะรัฐบาลผลิตนวัตกรรมล็อกสเป็กรัฐธรรมนูญ แบบนี้คือประชาธิปไตยที่ขอใบอนุญาต ผมเห็นท่าทีของพรรคเพื่อไทยพยายามออกแบบกลไกให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแทรกแซง ขอถามนายกฯที่มาจากพรรคเพื่อไทยว่า เชื่อในอำนาจประชาชนหรือไม่ หากการพ่ายในสนามเลือกตั้งครั้งแรก จึงมองว่าไม่ได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง จึงต้องหากระบวนการ” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์อภิปรายว่า ตนขอให้รัฐบาลยืนยันว่าไม่ต้องการกินรวบ และไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก สว. ก่อนการทำประชามติ เพื่อให้ความหวังประชาชนที่ต้องการเห็นประชาธิปไตยเต็มใบไม่แตกสลาย ดังนั้น ตนขอเสนอแนะต่อการทำประชามติ ว่าให้ปฏิเสธคำถามยัดไส้ ต้องตั้งคำถามเปิดกว้าง และสนับสนุน สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% สนับสนุนการแก้ไขรายมาตราให้เป็นประชาธิปไตย และสนับสนุนเร่งแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ที่รออยู่ในระเบียบวาระประชุม

“ความสำเร็จหรือล้มเหลวของรัฐบาล ต่อการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นประชาชนในความจริงใจและรักษาคำพูดและสัจจะที่ให้ไว้ประชาชน” นายพริษฐ์กล่าว