ยิ่งแก้ยิ่งห่าง “เศรษฐีรวยขึ้น-SMEs แย่ลง”
บทบรรณาธิการ
สัปดาห์ที่ผ่านมานิตยสารฟอร์บสรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีไทยประจำปี 2561 ระบุว่า 50 มหาเศรษฐีไทยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านล้านบาท (1.62 แสนล้านดอลลาร์) โดยตระกูลเจียรวนนท์ยังครองแชมป์ร่ำรวยสุด 9.37 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 แสนล้านบาท ตระกูลจิราธิวัฒน์ 6.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 1 แสนล้านบาท
ขณะที่เจ้าพ่อกระทิงแดง “เฉลิม อยู่วิทยา” ทรัพย์สิน 6.56 แสนล้านบาท เจริญ สิริวัฒนภักดี 5.34 แสนล้านบาท และวิชัย ศรีวัฒนประภา 1.62 แสนล้านบาท
เรียกว่าเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทยต่างมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น สวนทางกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือรายย่อยทั้งที่รัฐบาลชูนโยบายสนับสนุนเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเอสเอ็มอี ที่ถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ พร้อมจัดสรรงบประมาณมหาศาลช่วยเหลือหลาย ๆ ด้าน
แต่ถึงวันนี้ภาพกลับกลายเป็นว่า เอสเอ็มอีอยู่ในภาวะอ่อนแอมากขึ้น เป็นที่มาของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะเติบโตแบบกระจุกตัว เรียกง่าย ๆ ว่า รวยกระจุกจนกระจาย
เท่ากับว่าที่รัฐบาลชูธงเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาบริหารประเทศ ผลลัพธ์ออกมาสวนทางกับเป้าหมาย ผู้ประกอบการรายใหญ่แข็งแรงมากขึ้น มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจต่างมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นหลักแสนล้านบาท แต่เอสเอ็มอีมีความอ่อนแอลง
ยืนยันจากผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่พบว่า ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดและระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้นต่อเนื่อง เพราะเป็นกลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันของภาคธุรกิจ ทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนยากขึ้น ขณะที่ต้นทุนการเงินก็สูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ ความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีจึงลดน้อยถอยลง
เพราะสภาพแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจเอื้อกับรายใหญ่มากเกินไป หรือเพราะเม็ดเงินที่รัฐบาลใส่ลงไปช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่ตรงจุดตรงเป้า ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลอาจต้องทบทวน และวัดผลอย่างจริงจัง ไม่ใช่ดูแค่ความสำเร็จของปริมาณเงินที่ใช้จ่ายลงไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยืนยันว่า การที่เศรษฐกิจจะฟื้นขึ้นมาได้ คนที่มาก่อนก็คือรายใหญ่ ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้ลงไปถึงรายเล็กโดยเร็วที่สุด
คำถามคือ เมื่อไหร่ความมั่งคั่งของรายใหญ่จะไหลลงมาที่ระดับกลางและล่าง รวมถึงเอสเอ็มอีที่ยังกังวลว่า หลาย ๆ มาตรการที่รัฐเอากติกาของรายใหญ่มาคุมเข้มรายกลางรายเล็ก แทนที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเอสเอ็มอี ก็อาจเปิดโอกาสหรือเอื้อให้รายใหญ่กินรวบระบบเศรษฐกิจมากขึ้น