เข็มวันอานันทฯปี”61 นิยามใหม่ฮีโร่ที่ใครก็เป็นได้
เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดมาจากพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ในหลวงรัชกาลที่ 8 ซึ่งตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการก่อตั้งต่างมุ่งสืบสานพระราชปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนด้วยคุณธรรมเสมอมา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติถวายกตเวทิตาคุณรำลึก แด่ผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในทุกปีจึงมีการจัดทำเข็มวันอานันทมหิดล เพื่อมอบให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิ สำหรับปีนี้มีความพิเศษคือเงินส่วนหนึ่งได้ จะนำไปสนับสนุนกิจกรรมฝึกการกู้ชีพเบื้องต้น (CPR) โดยนิสิตแพทย์ จุฬาฯอีกด้วย
“รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันทน์” รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการหารายได้จากการจัดทำเข็มอานันทมหิดล เพื่อนำเงินมาสนับสนุนมูลนิธิอานันทมหิดล ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มุ่งส่งเสริมด้านการศึกษาแก่นักศึกษา และบัณฑิตในสาขาต่าง ๆ ให้ได้เล่าเรียนเพื่อความเป็นเลิศในด้านวิชาการ และเพื่อนำความรู้มาพัฒนาประเทศชาติต่อไป ทั้งยังนำรายได้ในส่วนนี้กระจายให้กับมูลนิธิอื่น ๆ ด้วย อาทิ มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย รวมถึงยังนำเงินไปช่วยเหลือพระภิกษุอาพาธ และผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
“โดยแนวคิดหลักของปีนี้ คือ น้ำใจ…สร้างกุศล Everyone can be a HERO ปลุกพลังฮีโร่ในตัวคุณ เพื่อต้องการกระตุ้น และสื่อสารไปยังประชาชนว่าทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ได้ ทั้งผ่านการร่วมบริจาคเงิน ซึ่งมูลนิธิต่าง ๆ จะนำไปช่วยเหลือผู้อื่นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป นอกเหนือจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนแก่กลุ่มนิสิตแพทย์เพื่อใช้ในกิจกรรมการส่งเสริมทักษะการกู้ชีพฉุกเฉิน ซึ่งจะมีการลงพื้นที่เพื่อสาธิต และให้ความรู้แก่ประชาชน ในเรื่องการช่วยชีวิตผู้อื่นในยามคับขัน ซึ่งเป็นความรู้ที่แม้ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ แต่สามารถปฏิบัติ และลงมือช่วยชีวิตผู้อื่นได้”
สำหรับในปีนี้จัดทำเข็มจำนวน 40,050 ชุด ซึ่งทุกคนสามารถร่วมบริจาคได้ในราคาเข็มละ 100 บาท โดยร่วมบริจาคได้หลากหลายช่องทาง อาทิ การออกรับบริจาคโดยนิสิตแพทย์, จุดรับบริจาคในโรงพยาบาลจุฬาฯ หรือดูเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/anandamahidol.day
“ศ.นพ.สมรัตน์ จารุลักษณนันท์” หัวหน้าศูนย์ฝึกทักษะการกู้ชีพ และทักษะการแพทย์เสมือนจริง กล่าวว่า คนไทยยังขาดการฝึกฝน และทักษะการกู้ชีพ หรือบุคลากรทางการแพทย์เอง แม้จะมีความรู้ แต่เมื่อไม่ได้นำมาใช้ก็ขาดความชำนาญ ซึ่งหลักการกู้ชีพฉุกเฉินทุกวินาทีมีค่า จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งศูนย์ฝึกทักษะการกู้ชีพฯขึ้น
“ซึ่งในต่างประเทศอย่างประเทศเยอรมนี นักเรียนจะได้เรียนทักษะการกู้ชีพตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และในพื้นที่สาธารณะจะติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจฉุกเฉินเอาไว้เพื่อใช้ในยามเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ส่วนในประเทศไทยที่ผ่านมา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้รับเชิญจากโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ในเรื่องการปฏิบัติตัวเมื่อเจอคนไข้ในกรณีฉุกเฉิน”
“แต่ด้วยจำนวนบุคลากร และเขตพื้นที่จำกัด ทำให้การให้ความรู้เป็นไปในวงแคบ ดังนั้นการจัดตั้งศูนย์ฝึกทักษะการกู้ชีพฯขึ้นที่โรงพยาบาลจุฬาฯ จึงเป็นการช่วยอบรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อดูแลผู้ป่วยเรื้อรังไปจนถึงการกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น เราจะเริ่มจากบุคลากรในโรงพยาบาลก่อน เหมือนกับเป็นการสร้างครูผู้สอนไปในตัว ก่อนที่จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต โดยเราตั้งเป้าครอบคลุมบุคลากร 100% ภายใน 4 ปี”
เพราะฮีโร่ในชีวิตจริงไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย หรือสละเวลาทั้งชีวิต แต่คือการเสียสละ และลงมือทำเท่านั้น