ตลาดโหดปราบเซียน HSBC ธนาคารระดับโลกเลิกธุรกิจบัตรเครดิตในจีน
ธนาคาร HSBC ในฮ่องกง
HSBC ธนาคารระดับโลกกำลังยุติการทำธุรกิจบัตรเครดิตในประเทศจีน หลังเข้าสู่ตลาด 8 ปี เจอความท้าทายหลายรูปแบบ ปัจจุบันเหลือธนาคารจากต่างประเทศเพียงไม่กี่ธนาคารเท่านั้นที่ให้บริการบัตรเครดิตในจีน
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2024 โดยอ้างคำบอกเล่าของแหล่งข่าวสามคนที่ทราบข้อมูลว่า เอชเอสบีซี โฮลดิงส์ (HSBC Holdings Plc.) หรือธนาคาร HSBC กลุ่มสถาบันการเงินระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในลอนดอน สหราชอาณาจักร กำลังถอนตัวจากธุรกิจบัตรเครดิตในประเทศจีน หลังจากเปิดตัวธุรกิจในจีนเป็นเวลา 8 ปี และต้องพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะให้ธุรกิจเติบโตและมีกำไร
แหล่งข่าวทั้งสามรายของรอยเตอร์บอกว่า ขณะนี้ ธนาคาร HSBC ซึ่งมุ่งเน้นการทำธุรกิจในเอเชียได้หยุดการออกบัตรใหม่และกำลังดำเนินการเพื่อยุติการให้บริการลูกค้าส่วนใหญ่ในจีนแล้ว
แหล่งข่าวสองในสามคนกล่าวว่า การยุติธุรกิจบัตรเครดิตซึ่งเป็นไปตามแผนที่ HSBC วางไว้ เกิดขึ้นหลังจากความพยายามที่จะขายธุรกิจล้มเหลว
ขณะที่หนึ่งในสามบอกว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการสรุปแผน และในระหว่างนี้อาจยังคงให้บริการบัตรเครดิตสำหรับลูกค้าระดับไฮเอนด์กลุ่มเล็ก ๆ
แหล่งข่าวอีกคนบอกว่า ลูกค้าบัตรเครดิตแบบสแตนด์อะโลน (Stand Alone) ซึ่งไม่ได้ใช้บริการอื่น ๆ ของธนาคาร HSBC จะไม่สามารถต่ออายุบัตรได้อีกเมื่อบัตรปัจจุบันหมดอายุลง ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ของธุรกิจ HSBC ในจีน
รอยเตอร์ระบุว่า การตัดสินใจถอนตัวของ HSBC ซึ่งยังไม่เคยมีการรายงานมาก่อนหน้านี้ เน้นย้ำให้เห็นถึงความท้าทายที่ธนาคารเผชิญในการขยายธุรกิจในจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญาของธนาคารที่จะเน้นการทำธุรกิจและเพิ่มบทบาทในเอเชีย
ด้านโฆษกของ HSBC ตอบคำถามรอยเตอร์ว่า “จะยังคงให้บริการบัตรเครดิตที่เน้นฟีเจอร์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ระหว่างประเทศ”โดยไม่ได้ปฏิเสธข่าวการยุติธุรกิจบัตรเครดิต และไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดเพิ่มเติม
รอยเตอร์ระบุอีกว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ HSBC เป็นการพลิกกลับเป้าหมายของธนาคารที่ตั้งเป้าจะขยายธุรกิจบัตรเครดิตในจีนอย่างรวดเร็ว หลังจากเปิดตัวในช่วงปลายปี 2016 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปักหมุดในเอเชียและการขยายบริการด้านการธนาคารเพื่อรายย่อยและการบริหารความมั่งคั่งในประเทศจีน
ทั้งนี้ ตามข้อมูลที่ HSBC เปิดเผย ณ ดือนกันยายน 2019 ธุรกิจบัตรเครดิตของ HSBC ในประเทศจีน มีผู้ถือบัตรอยู่ประมาณ 1 ล้านคน
แหล่งข่าวของรอยเตอร์บอกอีกว่า ภายในเวลา 18 เดือนหลังจากเปิดตัวบริการในจีน ธุรกิจบัตรเครดิตของ HSBC ในจีนมียอดการใช้จ่าย (Outstanding Balance) ถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17,130 ล้านบาท) ก่อนที่การเติบโตจะหยุดชะงักและการทำธุรกรรมลดลง เนื่องจากการล็อกดาวน์ในช่วงเกิดโรคระบาดโควิด-19
นับตั้งแต่นั้นมา ผู้บริโภคชาวจีนก็เข้มงวดกับการใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดบัตรเครดิตยิ่งหดตัวลงไปอีก
แหล่งข่าวของรอยเตอร์บอกอีกว่า HSBC ต้องเผชิญทั้งกับการแข่งขันที่รุนแรงและข้อจำกัดด้านกฎระเบียบในธุรกิจบัตรเครดิตในจีนซึ่งไม่เคยเผชิญในตลาดอื่น เมื่อบวกกับต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้าที่สูงและการฉ้อโกง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนบ่อนทำลายโอกาสทางธุรกิจ
นอกจากนั้น บรรดาธนาคารจากต่างประเทศยังต้องเผชิญความท้าทายจากแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีนที่ขยายไปทำธุรกิจให้สินเชื่อผู้บริโภคโดยเสนอดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอย่างมาก ปัจจุบันมีธนาคารต่างประเทศเพียงไม่กี่ธนาคารเท่านั้นที่ให้บริการบัตรเครดิตในจีน รวมถึงสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) จากสหราชอาณาจักร และแบงก์ออฟอีสต์เอเชีย (Bank of East Asia) จากฮ่องกง
นอกจากนั้น รอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า HSBC กำลังทบทวนการควบคุมค่าใช้จ่ายและการดำเนินงานของ พินนาเคิล (Pinnacle) ธุรกิจวางแผนการเงินและความมั่งคั่งทางดิจิทัลของ HSBC ในจีน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงาน
ทั้งนี้ ภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งรวมถึงฮ่องกงและไต้หวัน เป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม HSBC แต่จีนเป็นตลาดเดียวทั่วโลกที่ธุรกิจความมั่งคั่งและการธนาคารส่วนบุคคลของ HSBC ยังไม่มีกำไร ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 พินนาเคิลรายงานผลขาดทุน 46 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,580 ล้านบาท) ซึ่งขาดทุนน้อยลงแล้วจากช่วงเดียวกันของปี 2023 ที่ขาดทุน 90 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,080 ล้านบาท)