ราคาน้ำมันดิบ (4 ธ.ค.) ปรับเพิ่ม กลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มขยายกรอบเวลาการลดกำลังผลิต
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มขยายกรอบเวลา การลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบต่อไปจนถึง เม.ย. 2568
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2.5% สู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ หลังนักวิเคราะห์คาดในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 ธ.ค. 67 กลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มขยายกรอบเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันต่อไปจนถึงเดือน เม.ย. 68 ส่งผลให้ตลาดกังวลอุปทานน้ำมันดิบโลกจะตึงตัว
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 3 ธ.ค. 2567 อยู่ที่ 69.94 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.84 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 73.62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดิบในตะวันออกกลางที่อาจตึงตัว หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่ยังคงไม่แน่นอน โดยอิสราเอลยังคงมีการโจมตีบริเวณเลบานอนตอนใต้ ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวดไปที่ฐานทัพทหารอิสราเอลเป็นการตอบโต้
โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเลบานอนได้เรียกร้องให้สหรัฐและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจากดดันอิสราเอลให้ทำตามข้อตกลงการหยุดยิง
สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ย. 67 ปรับเพิ่มกว่า 1.232 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางจากนักวิเคราห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 2.06 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานในภูมิภาคที่มีแนวโน้มลดลง หลังตลาดคาดโควตาส่งออกน้ำมันเบนซินจากจีนในเดือน ธ.ค. 67 จะปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลในภูมิภาคในไตรมาสที่ 4 ของปีมีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ขณะที่อุปทานจากอินเดียและตะวันออกกลางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
