คอลัมน์ : Exclusive
เป็นครั้งแรกที่ซีอีโอหญิงคนแรกของบริษัท แมคไทย จำกัด “กิตติวรรณ อนุเวชสกุล” ได้ให้เกียรติ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษถึงแผนพัฒนาบุคลากรและกลยุทธ์การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีคุณค่าและยั่งยืน
“แมคไทย” ถือเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ระดับโลก “แมคโดนัลด์” ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยครบ 40 ปี ในปี 2568
ซึ่งเป็นปีพิเศษที่แมคไทยประกาศจัดกิจกรรมใหญ่ต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมระหว่างองค์กร พนักงานทุกเจน และลูกค้าทุกเพศทุกวัย
หลอมใจพนักงาน 6 พันคน
“กิตติวรรณ อนุเวชสกุล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มีนโยบายหลักในการให้ความสำคัญกับเรื่องบุคลากรเป็นอันดับที่ 1 เพราะกุญแจแห่งความสำเร็จตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เราสำเร็จได้เพราะคน
ปัจจุบันเรามีพนักงานกว่า 6,000 คนทั่วประเทศ รวม 200 กว่าสาขา แยกเป็นหญิง 60% ชาย 40% มีทั้งพนักงานประจำและพาร์ตไทม์
ในจำนวนนี้ทั้งหมดพนักงานแมคไทยจะเป็นคนรุ่นใหม่มากกว่า 60% ด้วยนโยบายที่บริษัทยึดเรื่องความเท่าเทียม เรายังคงมีเพื่อนร่วมงานเป็นพนักงานในแต่ละทุกช่วงวัยด้วย โดยมีเป้าหมายในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัย ภายใต้กลยุทธ์ DEI ที่โอบรับทุกความหลากหลายอย่างไม่มีเส้นแบ่งทางอายุ เพศ และศาสนา
ตั้งแต่วัย Baby Boomer จนถึง Gen Z บริษัทเน้นหนักมากกับกลยุทธ์ DEI (Diversity, Equity & Inclusion) ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานแบบเปิดรับพลังจากทุกฝ่ายทุกส่วน หรือที่เรียกว่า Inclusive Workplace ตอกย้ำกระบวนการที่จะสามารถสร้างคนเก่ง ทีมแกร่ง ให้อยู่คู่องค์กรได้อย่างยาวนาน
“เราเห็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของแมคโดนัลด์ ที่ไม่ใช่แค่เมนูสินค้าที่อร่อย คุ้มค่า หรือบริการที่สะดวกรวดเร็วเท่านั้น แต่ฟันเฟืองที่สำคัญคือ คนในองค์กรเราเอง ที่เป็นพลังขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างแท้จริง”
ดังนั้น เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับบริษัทได้อย่างยั่งยืนนั้น กลยุทธ์ DEI จึงเปรียบเสมือนกุญแจแห่งความสำเร็จ เป็นคีย์ซักเซสที่จะช่วยให้พนักงานทุกคนมีเส้นทางการเติบโตไปพร้อม ๆ กับแมคโดนัลด์อย่างมั่นคง
DEI ของแมคไทย
เธอจึงพยายามผลักดันกลยุทธ์ DEI ด้วยการสร้างสถานที่ทำงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ไม่จำกัดอายุ อัตลักษณ์ทางเพศ ความสามารถ หรือภูมิหลังแบบใด ต่างได้รับการยอมรับและให้เกียรติ โดยมี 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
Inclusive Leadership การพัฒนาความรู้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายและครอบคลุมบุคลากรทุกระดับ เพื่อสร้าง “ผู้นำ” ที่มีวิสัยทัศน์ เปิดกว้าง รับฟัง และให้คุณค่ากับความแตกต่าง พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ทุกคนอยากมีส่วนร่วมและเป็นที่ยอมรับ
Safe & Respectful Workplace (SRIW) สร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ปราศจากการคุกคาม ความรุนแรง หรือเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ พร้อมแนวทางป้องกันและจัดการปัญหาอย่างจริงจัง เพราะเราเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่ดี จะส่งเสริมให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
Equal Opportunity สนับสนุน “โอกาสที่เท่าเทียม” ให้แก่พนักงานทุกคน โดยเปิดโอกาสให้เข้าถึงทรัพยากร การพัฒนา และการเติบโตในสายอาชีพอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความพิการ หรืออัตลักษณ์อื่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการทำงานอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ชู 3 โครงการเด่น-รับทุกความแตกต่าง
โครงการที่สะท้อนความเป็นองค์กร Inclusive Workplace ตามแนวคิด DEI ของแมคโดนัลด์ จะเน้นถึงการเปิดพื้นที่ พร้อมสร้างโอกาสให้กับกลุ่มคนหลากหลาย
เริ่มจากโครงการ “วัยอิสระ” เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ แมคโดนัลด์จึงริเริ่มโครงการนี้ขึ้นเมื่อปี 2566 โดยผนึกกับ “กรมการจัดหางาน” ผ่านการลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำ ตอบแทนด้วยค่าแรงที่เป็นธรรมและเสมอภาคกับวัยอื่น ๆ
ผู้สูงวัยกลุ่มนี้จะมีอายุ 55-65 ปี ซึ่งถือว่ามีประสบการณ์และมีศักยภาพ ตอบโจทย์ให้แมคไทยได้ดีมากในบางสาขา อาทิ สาขาเซ็นทรัล บางนา จะมี “คุณป้าเกยูร” คอยให้บริการด้วยรอยยิ้มและเก่งภาษามาก เป็นที่ถูกใจลูกค้านักท่องเที่ยว ปัจจุบันแมคโดนัลด์มีพนักงานในโครงการนี้รวม 52 คน และยังคงเปิดรับพนักงานวัยอิสระอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผู้สมัครจำนวนมาก โดยเรามีเกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นธรรมและเหมาะสม
โครงการ “เปิดรับพนักงานผู้บกพร่องทางการได้ยิน” (ผู้พิการประเภท 2) เราจะเรียกพวกเขาว่า “เด็กพิเศษ” เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน เน้นการสร้างพื้นที่แห่งโอกาสที่ทุกคนสามารถมีอาชีพ มีรายได้ และพัฒนาตนเองได้อย่างเท่าเทียม
เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนการจ้างงานอย่างทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติ และให้คุณค่ากับศักยภาพของแต่ละบุคคลจริง ๆ ปัจจุบันแมคโดนัลด์มีพนักงานที่เป็นผู้บกพร่องทางการได้ยินกว่า 120 คน อย่าง “น้องแบม” ก็เป็นพนักงานที่โดดเด่น เป็นที่รักของลูกค้า
และการผลักดันสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ผ่านนโยบาย SRIW & WVP ก็เป็นนโยบายการสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย ให้ความเคารพต่อกัน รวมถึงการป้องกันและจัดการความรุนแรงในที่ทำงาน
บริษัทเน้นมากกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างสรรค์ และอยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานของความแตกต่าง ไม่เลือกปฏิบัติ ครอบคลุมถึงการป้องกันการคุกคามทางเพศ และการใช้ความรุนแรงในสถานที่ทำงาน โดยมีช่องทางในการร้องเรียน เพื่อให้นโยบายนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม พนักงานแมคไทยส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย สัญชาติไทย เพราะบริษัทเน้นความถูกต้องทางกฎหมายเป็นหลักสำคัญตามมาตรฐานระดับโลก อีกทั้งเพื่อเลี่ยงปัญหาด้านการสื่อสารภายในร้าน และให้การทำงานโดยรวมเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว สมมงธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน
วัฒนธรรมองค์กร สร้างความสุข
นอกเหนือจาก DEI แมคไทย “กิตติวรรณ” ย้ำอีกว่า เรายังมีวัฒนธรรมองค์กรอีก 5 ข้อ หรือ Growth Value ได้แก่
Serve ทำสิ่งที่มีคุณค่าต่อลูกค้าและเพื่อนร่วมงานทั้งองค์กร
Integrity ทำสิ่งที่ถูกต้องและมีจรรยาบรรณ-ความซื่อสัตย์
Inclusion ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
Community สนับสนุนชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินการมาตลอด 40 ปี เช่น โครงการที่ร่วมกับมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ในการช่วยเหลือพนักงาน ชุมชน และสังคม เมื่อเผชิญปัญหา
และสุดท้าย Family ทำงานเป็นหนึ่งเดียว เติบโตร่วมกัน
เพราะการทำให้เกิดสังคมการทำงานที่สร้างสรรค์จะส่งผลให้ทุกคนในองค์กรมีความสุข โดยมีระบบชื่นชม-ให้คะแนน ผ่านการสะสมแสตมป์เพื่อใช้แลกของขวัญ
ซึ่งเมื่อไหร่ที่กิตติวรรณลงพื้นที่ พี่น้องพนักงานจะรู้สึกกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา เพราะทุกคนจะรู้สึกสนุกและลุ้นกับการได้มากของแสตมป์ของผู้บริหารที่มีค่าเทียบเท่า เท่ากับ 3 แต้มเลยทีเดียว หรือที่พูดแซวกันว่า รางวัลซีอีโอ x3 และยังมีการให้โบนัสรายเดือนด้วย มากน้อยจะขึ้นอยู่กับการทำยอดขาย
“ถ้าเรายังสร้างความสุขให้พนักงานเราไม่ได้ แล้วเราจะสร้างความสุขให้ลูกค้าได้ยังไง ?” ซีอีโอถามกลับ
ธุรกิจยุคนี้ต้องปรับแผนตลอด
สำหรับความยากง่ายในด้านการบริหารจัดการธุรกิจในยุคที่โลกปั่นป่วนและผันผวนเช่นนี้ “กิตติวรรณ” ย้ำว่า เป็นยุคที่คาดเดาอะไรได้ยากมาก มีแต่ความไม่แน่นอน
เนื่องจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อยู่ในช่วงขัดแย้งแบบเข้มข้น การเป็นผู้ประกอบการ ภาคเอกชนต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอถึงจะอยู่รอดได้ เมื่อบริษัทรอด พนักงานก็รอด
“ยอดขายช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สรุปได้ว่า การทำธุรกิจยุคนี้ ไม่ใช่แค่สู้ยิบตาเท่านั้น แต่เราห้ามกระพริบตาด้วย”
โดยเธอได้แนะ 3 วิธีการตามสไตล์ คือ อย่างแรกต้องติดตามสถานการณ์ตลอด ต่อมาคือต้องอ่านข่าวอย่างตระหนัก แต่ไม่ตระหนก เพื่อให้เรามีสติตั้งรับ มีแผนสำรอง 1-2-3
หากคิดแก้แค่ปัญหาเฉพาะหน้า “องค์กรจะอยู่รอดได้ยาก” หรือหากตื่นตระหนก ก็อาจมี “ความเสี่ยง” ที่จะกระทบต่อแบรนด์ได้เช่นกัน
และสุดท้าย เมื่อมีแผนสำรองแล้ว เราต้องมีการเตรียมตัวตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ
โดยปี 2567 แมคไทยทำยอดขายได้ 7,957 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% ซึ่งถือเป็นรายได้สูงสุด และปี 2568 ได้ตั้งเป้าโตเพิ่ม 10% พร้อมทุ่มงบประมาณ 700 ล้านบาท จะเปิดเพิ่มอีก 20 สาขาในทุกโมเดล จากที่มีอยู่ 240 สาขา
ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ที่บิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแมคไทย ยังคงเป็นดัชนีชี้วัดที่ขลังที่สุด
ยอดขายจะโดดขึ้น หรือลดต่ำลง ก็ดูสัญญาณจากที่นี่
เช่นเดียวกับเรื่องบุคลากร เพราะเราคือศูนย์รวมของคนทุกเจน และคนทุกเจนก็คือหัวใจของแมคไทย