เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ดูทั้งหมด

บทเรียนจากชายแดน วิกฤตการสื่อสารของรัฐไทย

14 ส.ค. 2568 | 14:30น.
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ผศ.ดร.ณชรต อิ่มณะรัญ มหาวิทยาลัยรังสิต

คลื่นเสียงเล็ก ๆ ที่สะเทือนถึงรากฐานของความไว้วางใจ

เสียงในคลิปที่หลุดสู่สาธารณะเป็นมากกว่า “คลิปเสียง” เพราะเป็นคลื่นที่ทำให้คำถามพื้นฐานในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนกลับมาอีกครั้ง

รัฐฟังประชาชนอยู่หรือไม่ ? หรือพูดกับประชาชนได้อย่างเข้าใจหรือไม่

จากจุดเริ่มต้นความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สู่การเสียชีวิตและเกิดการอพยพครั้งใหญ่ กลายเป็นแรงกระเพื่อมต่อความรู้สึกของคนในประเทศ

โดยเฉพาะความเงียบและความไม่ชัดเจน ทำให้คนไทยขาดข้อมูลข้อเท็จจริงที่สำคัญ

อาจเป็นไปได้ว่ารัฐไทยยังไม่สามารถบริหารการรับรู้ของสังคมได้ในภาวะวิกฤต

รัฐในโลกปัจจุบันไม่อาจเป็นเพียงองค์กรบริหารนโยบาย แต่ต้องเป็น “ผู้นำทางการสื่อสาร” ที่เข้าใจว่าข้อมูล ความรู้สึก และความเข้าใจของประชาชนคือต้นทุนแห่งเสถียรภาพ ในวิชาการทางด้านนิเทศศาสตร์เราเรียกสิ่งนี้ว่า “การบริหารการรับรู้” (Perception Management) และ “การสื่อสารในภาวะวิกฤต” (Crisis Communication)

ซึ่งต้องอาศัยการทำงานที่เป็นระบบ ไม่ใช่การพูดเฉพาะเมื่อเสียงดังเกินจะนิ่งเงียบ หรือพูดเพียงเพื่อลดกระแสในโลกออนไลน์ ซึ่งสิ่งที่มองเห็นว่ารัฐไทยขาดคือ ศูนย์กลางข้อมูลที่ประชาชนเชื่อถือได้, ผู้พูดที่มีอำนาจเชิงสื่อสาร ไม่ใช่แค่อำนาจตามตำแหน่ง และกลไกการจัดการอารมณ์ร่วมของสังคม ที่ตอบสนองต่อความไม่แน่นอนด้วยความชัดเจน

ณ วันนี้ประชาชนไม่ได้กลัวความจริง

แต่พวกเขากลัวการถูกทอดทิ้งให้เผชิญกับความไม่รู้เพียงลำพัง

ในห้วงเวลาที่ “ความจริง” กลายเป็นของหายาก

“ความเงียบของรัฐ” จึงรบกวนใจยิ่งกว่าข่าวลือ

ประชาชนในภาวะวิกฤตจึงต้องการอะไรที่มากกว่าแถลงการณ์

ในสถานการณ์เปราะบาง รัฐไม่สามารถพึ่งพาเพียงโฆษกรัฐบาล หรือออกแถลงการณ์เชิงเทคนิคที่ไม่มีมนุษยภาพ (Empathic Resonance) และสิ่งที่ประชาชนต้องการคือ “ถ้อยคำที่มีความหมาย” และ “น้ำเสียงที่เข้าใจ” ไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูล เมื่อความสงบไม่ใช่การไร้เสียงปืน

แต่คือการที่ประชาชนรู้สึกว่าพวกเขา “ได้รับฟัง” และ “ได้รับการอธิบาย” และสิ่งที่รัฐควรมีคือ ห้องสื่อสารภาวะวิกฤตที่ทำงานได้ทันที, ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารที่เข้าใจทั้งกลยุทธ์และจิตวิทยาสังคม และช่องทางการสื่อสารที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะอยู่ชายแดนหรือกรุงเทพฯ

ไม่ใช่ทุกวิกฤตจะจบด้วยเสียงระเบิด แต่ทุกวิกฤตจะทวีความรุนแรงขึ้น หากรัฐพูดช้า พูดคลุมเครือ หรือไม่พูดเลย

นักวิชาการมองอนาคตไม่ใช่เพื่อทำนาย แต่เพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำ

ในฐานะนักวิชาการด้านการสื่อสารมวลชน ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะด่วนตัดสินรัฐว่า “ล้มเหลว” แต่คือการตั้งคำถามว่าเราจะป้องกัน “ความล้มเหลวซ้ำซ้อน” ได้อย่างไร

คำตอบไม่ใช่การสร้างภาพ หรือสั่งปิดข่าว แต่คือการออกแบบกลไกสื่อสารที่จริงใจ ต่อเนื่อง และมีเป้าหมาย

ในยุคที่ข่าวลือเร็วกว่าแถลงการณ์ ความรู้สึกเร็วกว่าเหตุผล รัฐไทยจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ไวเท่ากับความรู้สึกของประชาชน

สุดท้ายแล้วสงครามครั้งนี้อาจไม่เกิดที่แนวชายแดน แต่สงครามครั้งนี้อาจเกิดขึ้นในใจของประชาชน ระหว่าง “ความกลัวที่ไม่ได้รับคำอธิบาย” กับ “ความหวังที่ยังรอให้รัฐฟัง”

และถ้ารัฐยังไม่เริ่มพูดอย่างเข้าใจ สิ่งที่เหลืออยู่จะไม่ใช่ความเงียบเชิงสันติ

แต่คือ “ความเงียบที่ไม่มีใครกล้าถาม และไม่มีใครกล้าตอบ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชายแดนไทย-กัมพูชา