“วรภัค” รมช.คลัง เปิด 3 ปัจจัย “ฟิทช์” ปรับมุมมองเป็น “เชิงลบ” ยัน รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ เผยเดือน พ.ย.นี้ เร่งจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางฉบับใหม่ ลั่นวางโรดแมปลดขาดดุลชัดเจน ปรับฐานะการคลังให้ยั่งยืน
นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Vorapak Tanyawong” ว่า Fitch Ratings เพิ่งประกาศปรับมุมมอง (Outlook) ของไทยจาก Stable เป็น Negative โดยยังคงอันดับเครดิตที่ BBB+ เหตุผลหลักไม่ได้อยู่ที่ “ตัวเลข” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความน่าเชื่อมั่นด้านการคลังและการเมือง
1.หนี้สาธารณะสูงขึ้น
จากเดิมก่อนโควิดอยู่ราว 35-36% ของ GDP ตอนนี้ขึ้นมาแถว 61% และคาดว่าจะไปแตะ 65% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากไม่มีการปรับลดขาดดุลอย่างจริงจัง
2.ความไม่แน่นอนทางการเมือง
การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและความเสี่ยงจากการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ Fitch กังวลว่ากรอบการคลังระยะกลาง (Medium-Term Fiscal Strategy) จะไม่ต่อเนื่องและไม่ชัดเจน
3.เศรษฐกิจโตต่ำ
ทั้งการส่งออกถูกกดดันจากภาษีสหรัฐ 19% และการท่องเที่ยวที่ฟื้นช้ากว่าคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ทำให้ GDP ปีหน้าอาจโตได้เพียง 2.2%
แต่สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลนี้แม้อายุเพียงสี่เดือน ก็ไม่ได้เพิกเฉย เราได้เริ่มวางแนวทาง Fiscal Consolidation เพื่อปรับฐานะการคลังให้กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ยั่งยืน
ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เราจะเห็นการจัดทำ Medium-Term Fiscal Framework (MTFF) ฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลนี้จะวาง “Roadmap” ชัดเจนต่อสาธารณะว่าจะปรับขาดดุลลงอย่างไร เพื่อไม่ให้หนี้หลุดพ้นจาก Trajectory ที่ควบคุมได้
แนวคิดหลักคือ สร้างความน่าเชื่อมั่น ว่าการขาดดุลจะทยอยลดลงหลังปีงบประมาณ 2569 และหนี้ต่อ GDP จะ Stabilise ในระดับที่ไม่เกิน 65% พร้อมทั้งเพิ่มรายได้ภาครัฐและจัดลำดับรายจ่ายอย่างมีวินัย
ดังนั้น มุมมอง Negative ของ Fitch ครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึง “วิกฤตใกล้ตัว” แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า หากไทยไม่แสดงแผนการคลังที่ชัดเจน ความเชื่อมั่นก็จะสั่นคลอน
และนี่คือโจทย์ที่รัฐบาลเราต้องทำให้ได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า-เพื่อให้ตลาดและนักลงทุนเห็นว่า ประเทศไทยยังรักษาวินัยการคลังและความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจได้