Skip to content

ALTV ช่องเด็กของ Thai PBS ยุติออกอากาศ 31 ธ.ค. 68

31 ธ.ค. 2568 | 12:26น.
ALTV ช่องเด็กของ Thai PBS ยุติออกอากาศ 31 ธ.ค. 68

นับถอยหลัง ALTV โทรทัศน์เพื่อการเรียนรู้จาก Thai PBS ยุติการออกอากาศตั้งแต่ 4 ทุ่ม วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พร้อมย้ายรายการเด็กกลับสู่ช่องหมายเลข 3 เช้าเสาร์-อาทิตย์ ขณะที่แผนปี’69 ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 100 ล้านบาท

หลังจาก ALTV (เอแอลทีวี) ช่องรายการโทรทัศน์เพื่อการเรียนรู้ของ Thai PBS ได้เริ่มออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่ในสภาพการณ์ปัจจุบันที่ภูมิทัศน์และพฤติกรรมการรับชมสื่อที่เปลี่ยนไป เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ALTV ตัดสินใจที่จะยุติการออกอากาศในคืนนี้ (31 ธ.ค. 2568) ตั้งแต่ 22.00 น. เป็นต้นไป

ย้อนมติ “ยุบ ALTV”

ในการประชุมคณะกรรมนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 หนึ่งในวาระการประชุม คือ การขออนุมัติยุติการออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ ALTV ช่องหมายเลข 4 ตามที่ฝ่ายบริหารได้นำเสนอแผนการปรับทิศทาง ระยะเวลา 90 วัน

คณะกรรมการนโยบายเสียงข้างมากมีมติเห็นชอบวาระดังกล่าว โดยเห็นว่ายุทธศาสตร์ด้านเนื้อหาสำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว ยังเป็นภารกิจสำคัญขององค์การฯ แต่ด้วยภูมิทัศน์สื่อและพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไปจากอดีต จึงมีการเห็นชอบให้ยุติช่อง ALTV โดยยังคงการทำงานยุทธศาสตร์ดังกล่าวผ่าน “ศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและการเรียนรู้” หรือ “Thai PBS Kids & Learning”

สำหรับความเห็นของกรรมการเสียงข้างน้อย จำนวน 2 คน คือ นางวรินรําไพ ปุณย์ธนารีย์ และนายสมโภชน์ โตรักษา มองว่า ALTV เป็นการแสดงถึงจุดยืนในการเป็นสื่อสาธารณะ และเห็นว่าการดําเนินงานของช่อง ALTV เป็นการลงทุนเพื่อการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพของคนในชาติ

อ่านรายละเอียดมติที่ประชุม ที่นี่

ปั้น “Thai PBS Kids & Learning” ผลิตคอนเทนต์เด็กมากสุดในไทย

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจรองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเทคโนโลยี โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายการเปลี่ยนแปลงของ ALTV โดยยืนยันถึงพฤติกรรมการรับชมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปิดเผยแนวทางของรายการเด็กใน Thai PBS นับจากนี้

นายอดิศักดิ์ โพสต์ข้อความว่า “ขอทำความเข้าใจในฐานะที่ผมเป็นรองผู้อำนวยการไทยพีบีเอสและนายสถานีช่องทีวีดิจิทัล ALTV

คณะกรรมการบริหารไทยพีบีเอสที่มีผู้อำนวยการ​ Vanchai Tantivitayapitak เป็นประธานได้มีความเห็นร่วมกัน แม้ว่าช่องทีวีดิจิทัล ALTV จะเป็น​หนึ่งในหลายช่องทางเผยแพร่คอนเทนท์กลุ่มเด็ก​ เยาวชน​ ครอบครัวและสถาบันการศึกษาที่มีความหลากหลายตามกลุ่มเป้าหมาย​ แต่ด้วยพฤติกรรมการรับชมของกลุ่มเป้าหมายมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง​ 3-4​ ปีที่ผ่านมา

จึงตัดสินใจจะขอคืนใบอนุญาตการประกอบกิจการช่องทีวีดิจิทัล ALTV กับ กสทช.​ เพื่อจัดสรรทรัพยากรในผลิตคอนเทนท์กลุ่มนี้ให้มากขึ้น​ในการเผยแพร่ผ่านช่อง Thai​ PBS ช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ (06.00-08.30 น.) ที่มีฐานผู้ชมมากกว่าเดิมและเร่งขยายไปทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ชมตามกลุ่มเป้าหมายที่ดูแบบ On Demand มากกว่าดูตามผังช่องรายการโทรทัศน์แบบเดิม

แพลตฟอร์มออนไลน์​ที่เป็นเป้าหมายในการขยายบทบาท เช่น​ เพิ่มคอนเทนต์สำหรับเด็กและเยาวชนบน​VIPA (OTT ของ ThaiPBS), Website, Youtube และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ​ รวมทั้งการเพิ่มกิจกรรม On Ground ไปในสถาบันการศึกษาและพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงมากขึ้น

Thai​ PBS ได้ทำหนังสือแจ้งกับ กสทช.เพือขอคืนใบอนญาตแล้ว​ โดยกำหนดจะออกอากาศช่อง ALTV หมายเลข 4 ​ถึงวันที่​ 31​ ธันวาคม 2568

Thai​ PBS​ ยังมีความมุ่งมั่นตามพันธกิจของสื่อสาธารณะในการสร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อกลุ่มเด็ก​ เยาวชนและครอบครัวเช่นเดิมและจะให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นในปี 2569​ วางเป้าหมายจะเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์กลุ่มเด็ก​ เยาวชนและครอบครัวที่มากที่สุดในประเทศไทยภายใต้แบรนด์​ Thai​ PBS Kids &​ Learning รายละเอียดแผนงานจะแจ้งในลำดับต่อไป”

กสทช.เห็นชอบ ยกเลิกใบอนุญาต ช่อง ALTV

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการ กสทช. มีการประชุมครั้งที่ 39/2568 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายสุดท้ายของปี 2568 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ Thai PBS ยกเลิกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล บริการสาธารณะ ประเภทที่หนึ่ง ช่องรายการ ALTV หมายเลข 4 ในวันที่ 31 ธ.ค. 2568 พร้อมทั้งเห็นชอบมาตรการเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดต่อผู้ใช้บริการ ภายหลังการสิ้นสุดการอนุญาตให้ประกอบกิจการช่องดังกล่าว

จับตาแผนปี’69 ปั้นรายได้ลิขสิทธิ์-ลดค่าใช้จ่าย 100 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ประชาชาติธุรกิจ ได้รวบรวมข้อมูลงบประมาณช่วงปี 2551-2566 ซึ่งได้รับงบประมาณจากภาษีบาปไม่ต่ำกว่าปีละ 2,000 ล้านบาท (ไม่รวมรายได้จากการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล) โดยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ทิศทางรายจ่ายสูงกว่ารายรับมาต่อเนื่อง

ขณะที่ปี 2567 Thai PBS มีรายได้กว่า 2,594 ล้านบาท รายได้หลักมาจากเงินบำรุงองค์การ 1,957 ล้านบาท และรายได้โครงการทีวีดิจิทัล 399 ล้านบาท แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายสูงถึงกว่า 2,771 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด ยังคงเป็นต้นทุนในการจัดหาและผลิตรายการ กว่า 961 ล้านบาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2567

ขณะที่ แผนบริหารกิจการประจำปี 2569 ของ Thai PBS มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในมิติความคุ้มค่า โดยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณ และการดำเนินงานให้เกิดความคุ้มค่าและสัมฤทธิผลสูงสุด

แนวทางเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการ และกิจกรรมในกระบวนการเชิงเศรษฐกิจ
เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการเงินและการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญกับ
การจัดทำระบบการจัดทำกระบวนการทางการบริหาร หรือ Enterprise Resource Planning (ERP) พัฒนาแผนหารายได้ที่เป็นไปตามกรอบกฎหมายขององค์การ การลดค่าใช้จ่ายองค์การอย่างมีนัยสำคัญ

โดยกำหนดตัวชี้วัดใน 3 เรื่อง คือ

  1. มีรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) การร่วมผลิต หรือสนับสนุนการผลิต (Co-creation) เป็นจำนวนเงิน ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท
  2. จำนวนความร่วมมือและการลงทุนร่วม (Co-investment) กับองค์กรภายนอกเพื่อสร้างความยั่งยืนทางการเงิน
  3. ลดค่าใช้จ่าย 100 ล้านบาท

พร้อมทั้งกำหนดรายละเอียดของการใช้งบประมาณ จำนวน 2,650 ล้านบาท ใน 3 ส่วน ได้แก่

1. แผนงบประมาณหมวดยุทธศาสตร์ งบประมาณ 1,156.28 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 43.63 ของงบประมาณรายจ่ายรวม)

นอกจากนั้น ยังจัดให้งบประมาณในส่วนที่เป็น งบกลาง งบฉุกเฉิน และงบสำรอง อยู่ในกลุ่มงบประมาณหมวดยุทธศาสตร์ งบประมาณ 52 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 4.50 ของงบประมาณหมวดยุทธศาสตร์) ซึ่งประกอบด้วย งบกลางเป็นเงิน 12 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับวาระกลาง และวาระอื่น ๆ ตามนโยบาย ส.ส.ท. งบฉุกเฉินเป็นเงิน 5 ล้านบาท สำหรับใช้ในกรณีที่เป็นเหตุฉุกเฉิน และงบสำรองเป็นเงิน 35 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานของ ส.ส.ท. ที่มีความจำเป็น เป็นไปตามระเบียบ ส.ส.ท. ว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2567 และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย

2. แผนงบประมาณหมวดโครงสร้างพื้นฐานสื่อฯ งบประมาณ 732.82 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 27.65 ของงบประมาณรายจ่ายรวม)

3. แผนงบประมาณหมวดบุคลากร งบประมาณ 760.90 ล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 28.71 ของงบประมาณรายจ่ายจ่ายรวม)

หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายที่เป็นงบประมาณผูกพันข้ามปี 2568 เป็นเงิน 391.62 ล้านบาท (เช่น ค่าใช้จ่ายที่มีการทำสัญญาผูกพันมากกว่าหนึ่งปีง[ประมาณ เช่น ค่าบำรุงรักษา (MA) ระบบ, ค่าเช่า ค่าบริการ ฯลฯ ซึ่งถูกกระจายรวมอยู่ในแผนงบประมาณหมวดต่าง ๆ แล้ว)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยพีบีเอส