วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ DPU ลงนาม MOU บริษัท เฟิร์สคลาส อินโนเวชั่น ยกระดับศักยภาพหลักสูตรสุขภาพ–ความงามสู่โลกจริง ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนด้านสุขภาพและความงามให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท เฟิร์สคลาส อินโนเวชั่น จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการส่งเสริมนักศึกษาเข้าฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง มุ่งยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนด้านสุขภาพและความงามให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ณ ห้องประชุมสุทธิเกตุ (7-1) อาคาร 7 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
พิธีลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ เป็นผู้แทนฝ่ายมหาวิทยาลัย ร่วมลงนามกับ คุณรัชดา ลีละขจรเกียรติ ผู้บริหารบริษัท เฟิร์สคลาส อินโนเวชั่น จำกัด ในฐานะผู้แทนฝ่ายบริษัท
ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกการพัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัย ตอบสนองตลาดแรงงานยุคใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานและสหกิจศึกษาในสถานประกอบการจริง รวมถึงการจัดอบรม สัมมนา และการแลกเปลี่ยนวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาศักยภาพครู อาจารย์ และนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความพร้อมทั้งด้านวิชาการและทักษะวิชาชีพ

ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ กล่าวว่า วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยเฉพาะในมิติของการส่งเสริมคุณภาพชีวิต การดูแลสุขภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีการปรับปรุงหลักสูตรหลายด้านเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในบางสาขา และมุ่งสร้างกำลังคนที่มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง
ดร.พีระยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท เฟิร์สคลาส อินโนเวชั่น จำกัด ได้ให้การสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ การร่วมพัฒนาหัวข้อการเรียนการสอน และการเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกงานในสถานประกอบการจริง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์วิชาชีพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบัณฑิตในตลาดแรงงาน และยกระดับมาตรฐานบุคลากรด้านสุขภาพและความงามของประเทศ
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ เปิดเผยว่า วิทยาลัยมุ่งพัฒนาการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม การปรับหลักสูตรจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเนื้อหาใหม่ แต่เป็นการปรับกระบวนทัศน์การเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันวิทยาลัยได้ปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพและความงามที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางบริบทของสังคมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เป้าหมายสำคัญคือการดึง “โลกแห่งความเป็นจริง” เข้าสู่ห้องเรียน เพราะการเรียนรู้จากตำราเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานในอนาคต ความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์ตรงและเสริมศักยภาพให้กับนักศึกษา
สอดคล้องกับข้อมูลของอาจารย์สุจารีย์ หิรัญศิริวัฒน์ หัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาบูรณาการสุขภาพและความงาม วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า หลักสูตรบูรณาการสุขภาพและความงามถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรแรก ๆ ของประเทศไทยที่ผสมผสานศาสตร์ด้านสุขภาพและความงามเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยในมิติด้านสุขภาพ ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และแนวคิดด้านการชะลอวัย (Anti-Aging) ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนในมิติด้านความงาม ครอบคลุมทั้งความรู้ด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง งานสปาและนวดไทย ตลอดจนหัตถการด้านความงามในบริบทคลินิก
“ปัจจุบันตลาดธุรกิจสุขภาพและความงามมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี และได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่มีศักยภาพในการลงทุนสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจภาพรวมการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา พบว่ายังมีสถาบันที่เปิดสอนในลักษณะบูรณาการเช่นนี้ไม่มากนัก มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จึงเล็งเห็นโอกาสและความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรในสาขานี้ จนนำไปสู่การจัดตั้งหลักสูตรดังกล่าวขึ้น” อาจารย์สุจารีย์ กล่าว
สำหรับการลงนามความร่วมมือกับบริษัท เฟิร์สคลาส อินโนเวชั่น จำกัด ในครั้งนี้ อาจารย์สุจารีย์ ระบุว่า เป็นการต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่เดิม เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการส่งนักศึกษาเข้าฝึกปฏิบัติงานในองค์กร ทั้งในส่วนงานด้านการฝึกอบรม (Training) และตำแหน่งที่ปรึกษาความงาม (Beauty Advisor) รวมถึงมีศิษย์เก่าที่ปฏิบัติงานในองค์กรดังกล่าวอยู่แล้ว ความร่วมมืออย่างเป็นทางการจึงจะช่วยยกระดับการทำงานร่วมกันให้ชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
อาจารย์สุจารีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือในระยะต่อไปอาจครอบคลุมถึงการพัฒนารายวิชาร่วมกัน การร่วมออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การส่งนักศึกษาเข้าฝึกงาน ตลอดจนการสนับสนุนโอกาสการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทที่มีความหลากหลายทั้งในส่วนของแบรนด์ผลิตภัณฑ์และธุรกิจคลินิกความงาม อันมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเนื้อหาของหลักสูตร
ด้านคุณรัชดา ลีละขจรเกียรติ ผู้บริหารบริษัท เฟิร์สคลาส อินโนเวชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคธุรกิจ เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ที่เป็นระบบควบคู่กับทักษะที่ใช้ได้จริงในองค์กร โดยภายใต้กรอบความร่วมมือระยะเวลา 2 ปี บริษัทจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการแพทย์แบบบูรณาการ เข้าฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงธุรกิจและแนวโน้มตลาดกับคณาจารย์ เพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง
“หลักสูตรการแพทย์แบบบูรณาการมีความสอดคล้องกับธุรกิจของบริษัทอย่างชัดเจน โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น วิชาพิษวิทยา ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์และอาหารเสริม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสารต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย การเข้าใจกลไกและผลของสารอย่างรอบด้านจะช่วยให้บุคลากรสามารถทำงานในสายผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างมีความรับผิดชอบและมีมาตรฐาน” ผู้บริหารบริษัท เฟิร์สคลาส อินโนเวชั่น จำกัด กล่าว
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับกระแส Longevity และ Wellness ที่กำลังได้รับความสนใจในประเทศไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชาชนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการยกระดับคุณภาพชีวิตมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีองค์ความรู้ครบถ้วนทั้งด้านวิชาการและการประยุกต์ใช้ในเชิงธุรกิจ
สำหรับความคาดหวังต่อบัณฑิตในอนาคต คุณรัชดา กล่าวว่า บริษัทต้องการเห็นนักศึกษามีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และพัฒนาทักษะ Soft Skills ควบคู่กับความรู้ทางวิชาการ โดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวแรกของการทำงานร่วมกัน และมีโอกาสที่จะขยายไปสู่ความร่วมมือในมิติอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามให้เติบโตอย่างยั่งยืน