Skip to content

ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พลิกโฉมมหา’ลัย ปั้นเศรษฐกิจนวัตกรรม

09 เม.ย. 2569 | 12:49น.
ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พลิกโฉมมหา’ลัย ปั้นเศรษฐกิจนวัตกรรม

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาวงการนวัตกรรมไทยได้ผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งในด้านการเติบโตของงานวิจัยและความพยายามในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ INT (อิ๊นท์) ม.มหิดล ได้ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญในการผลักดันงานวิจัยจาก “หิ้งสู่ห้าง”

อดีตผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเผยทิศทางการขับเคลื่อนประเทศสู่ “เศรษฐกิจนวัตกรรม” ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอย่างยั่งยืน พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับบทบาทของประเทศจาก “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างนวัตกรรม” โดยสะท้อนมุมมองจากประสบการณ์การพัฒนาและขับเคลื่อนกลไกนวัตกรรม ของสถาบัน INT มหิดล ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของสถาบัน

10 ปี INT ตัวเชื่อมนวัตกรรมไทย

ในช่วงการบริหารของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน INT ได้ถูกยกระดับให้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมของระบบนิเวศนวัตกรรม ผ่านการพัฒนายุทธศาสตร์ L.I.F.T Strategy ที่เชื่อมโยง 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงเครือข่ายภายในประเทศ (Local Link), การขยายเครือข่ายสู่ต่างประเทศและศูนย์บ่มเพาะระดับโลก (International Link), การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Link) และ การสร้าง Ecosystem และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม (Technological Enabler)

เศรษฐกิจนวัตกรรม

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายของระบบวิจัยไทยไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของบุคลากร แต่คือกลไกเชื่อมโยงที่ยังไม่สมบูรณ์ในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้จริง เขามองว่าปัญหาของนวัตกรรมไทยอยู่ที่ระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการที่นักวิจัยมักถูกจำกัดอยู่ในกรอบของการตีพิมพ์หรือการขอตำแหน่งทางวิชาการ

INT จึงถูกวางบทบาทให้เป็นตัวกลางที่ช่วยเติมเต็มช่องว่าง สามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วน และผลักดันงานวิจัยจากต้นน้ำสู่การใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงสังคมและพาณิชย์ มุ่งเน้นความคล่องตัวสูงเพื่อตอบโจทย์ภาคเอกชน ผ่านกลไก “Speed Dating” จับคู่นวัตกรรมกับความต้องการของธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

เศรษฐกิจนวัตกรรม

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน มองว่า อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของสถาบันINT คือการสร้าง “ความหวัง” ที่จับต้องได้ งานวิจัยนอกจากจะเปลี่ยนชีวิตคนอื่นแล้ว ต้องสามารถเปลี่ยนชีวิตคนทำได้ด้วย เมื่อทรัพย์สินทางปัญญาสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า ก็จะเกิดแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เพราะนวัตกรรมคือโครงสร้างพื้นฐานเดียวที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีรายได้สูงอย่างยั่งยืน ทำให้ประเทศเห็นความได้เปรียบและศักยภาพที่จะก้าวไปสู่เทคโนโลยีระดับสูงได้เช่นกัน”

เลิกติดหล่ม Quick Win

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน  ได้ให้ความเห็นต่อไปว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยจำเป็นต้องก้าวข้ามข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านงบประมาณ กฎระเบียบ และรูปแบบการลงทุน โดยเฉพาะวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ระยะสั้น หรือ “Quick Win” ซึ่งไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ที่ต้องอาศัยเวลาและการลงทุนระยะยาว

เพื่อแก้โจทย์ดังกล่าว เขาได้ชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการพัฒนากลไกสนับสนุนรูปแบบใหม่ โดยยกตัวอย่าง Holding Company หนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินทุน และเปิดทางให้งานวิจัยสามารถเติบโตจากช่วงบ่มเพาะไปสู่ระดับอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง โดยกลไกดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นสะพานทุนในช่วงรอยต่อสำคัญ ช่วยประคับประคองงานวิจัยในระยะเริ่มต้น ก่อนส่งต่อให้ Venture Capital เข้ามาร่วมลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เศรษฐกิจนวัตกรรม

จากประสบการณ์การขับเคลื่อนนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน  มองว่า ประเทศไทยควรใช้ Wellness และ Health Innovation เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่ ทั้งด้านการแพทย์ สมุนไพร และความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากไทยมีจุดแข็งด้าน Wellness หากยกระดับให้เป็น Flagship จะสามารถดึงดูดทั้งคนเก่ง บริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนจากทั่วโลกให้เข้ามาตั้งฐานในประเทศได้ ต่อยอดเป็นหัวหอกขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมอื่น ๆ เติบโตตามไปด้วย

สร้างรายได้จากนวัตกรรม

อีกหนึ่งเป้าหมายคือการผลักดันให้มหาวิทยาลัยไทยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้การศึกษา ไปสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจนวัตกรรมที่สามารถสร้างรายได้จากผลงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน ได้ให้นิยามว่า “มหาวิทยาลัยไร้รั้ว” เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ที่จะหลอมรวมเข้ากับศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจและภาคธุรกิจ

เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้ามาสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้และเศรษฐกิจนวัตกรรมที่ยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Quick Win มหาวิทยาลัยมหิดล