หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! น้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ โบรกฯชูหุ้นพลังงาน-แบงก์-ประกัน เด่น
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองหุ้นไทยวันนี่แกว่ง หลังตลาดกลับเข้าสู่โหมด Risk-off จากราคาน้ำมัน Brent พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Bond Yield สหรัฐขยับขึ้น กดดันความคาดหวังดอกเบี้ยเฟด แนะ Selective Buy ชูพลังงาน-แบงก์-ประกันรับอานิสงส์ พร้อมจับตาแนวรับสำคัญ 1,600 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 ก.ย. 2569 ว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสย่อตัวพักฐาน หลังบรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ
ในทางเทคนิคดัชนีอาจมีจังหวะย่อตัวสลับ แต่หากยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุด ได้ ภาพรวมตลาดยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,605 และ 1,600 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,625 และ 1,630 จุด
แรงกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับขึ้น 3.4% แตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. จากความกังวลด้านอุปทาน หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น
ขณะที่อุปสงค์จากจีนเริ่มฟื้นตัว โดยมองสถานการณ์ดังกล่าวเป็นบวกในระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTTEP, BCP, TOP, SPRC และ IRPC รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมี PTTGC และ IVL แต่เป็นปัจจัยลบต่อโรงไฟฟ้า SPP อย่าง GPSC และ BGRIM จากความเสี่ยงด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดตราสารหนี้สหรัฐกลับมาสร้างแรงกดดัน หลังวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐอยู่ที่ 6 พันล้านดอลลาร์ แม้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากเดิม แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 7-8 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐอายุ 2 ปีและ 10 ปีปรับขึ้น 0.04%
ตลาดจึงจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในสัปดาห์หน้า โดย InnovestX ระบุว่า ล่าสุดตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 60% ที่ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งภาวะ Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูงมองเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นประกันอย่าง BLA และ TLI
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยยังมีสัญญาณบวก โดยข้อมูลวันที่ 9 ก.ย. พบว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,137 ล้านบาท ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ซื้อสุทธิสะสม 10,038 ล้านบาท และตั้งแต่ต้นปีซื้อสุทธิแล้ว 61,407 ล้านบาท
สวนทางกับนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ขายสุทธิ 960 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 1,260 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 917 ล้านบาท ขณะที่ SET วันที่ 9 ก.ย. ปิดที่ 1,617.89 จุด ลดลง 4 จุด หรือ 0.25% มูลค่าการซื้อขาย 81,330.74 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน InnovestX แนะนำ “Selective Buy” เน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว แบ่งเป็น 3 ธีมหลัก ได้แก่ Policy and Domestic Play ซึ่งได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ, Global Macro & Bond Yield Play ที่ได้อานิสงส์จากราคาพลังงานและ Bond Yield สูง และ Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้นช้ากว่า SET แต่แนวโน้มกำไรครึ่งหลังปี 2569 ยังเติบโตดี
ในกลุ่ม Global Macro & Bond Yield Play ให้น้ำหนักหุ้นพลังงาน PTTEP, BCP, TOP หุ้นเดินเรือ PSL, TTA รวมถึงกลุ่มธนาคาร KTB, BBL, KBANK และประกันชีวิต BLA, TLI ส่วน Laggard Play ได้แก่ AP, PR9, SAWAD, HMPRO, BDMS, TU, BCH, MTC และ TIDLOR