เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
Interview ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
ZEEKR แต่งตั้ง ‘Evin Ye’ ผู้บริหารใหม่ ดูแลตลาดประเทศไทย
Automotive ZEEKR แต่งตั้ง ‘Evin Ye’ ผู้บริหารใหม่ ดูแลตลาดประเทศไทย
อนุทิน พร้อมทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ คุยภาษีสหรัฐฯ ขอกดให้ต่ำกว่า 19%
Politics อนุทิน พร้อมทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ คุยภาษีสหรัฐฯ ขอกดให้ต่ำกว่า 19%
อนุทิน ไม่หวั่นปม ‘ฮั้ว สว.’ ถูกนำไปเคลื่อนไหวการเมือง ย้ำยึดกฎหมาย 
Politics อนุทิน ไม่หวั่นปม ‘ฮั้ว สว.’ ถูกนำไปเคลื่อนไหวการเมือง ย้ำยึดกฎหมาย 
Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
Columns Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
Politics เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
Automotive BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
News กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
Automotive ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ส่องโลก มองไทย เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ดูทั้งหมด

เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ

20 ก.ย. 2569 | 08:15น.
คอลัมน์ : ส่องโลกมองไทย
ผู้เขียน : ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ [email protected]

เมื่อเดือนก่อน ผู้เขียนได้ทิ้งท้ายในคอลัมน์นี้ไว้ว่า สุนทรพจน์ที่ “เข้มงวด” (Hawkish) ของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ Jackson Hole นั้น แท้จริงคือการ “ขู่เพื่อคุม ไม่ใช่ขู่เพื่อขึ้น” และความเสี่ยงเดียวที่จะทำให้คำขู่กลายเป็นการกระทำ คือเงินเฟ้อที่ออกมาสูงเกินคาด บัดนี้ สิ่งที่เป็นเพียงความเสี่ยงในวันนั้นได้กลายเป็นความจริงแล้ว เมื่อ Fed มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายน นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี

เหตุใด Warsh จึงตัดสินใจลงมือ คำตอบอยู่ที่เงินเฟ้อที่ไม่ยอมลง สินค้าและบริการหลายหมวดยังขึ้นราคาต่อเนื่อง สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่คลาย ที่น่าสนใจคือ Warsh ไม่ได้สื่อสารว่านี่คือการ “เหยียบเบรก” เศรษฐกิจ แต่ย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ยังแข็งแกร่งทั้งการจ้างงานและการลงทุน ภาวะการเงินโดยรวมยัง “ไม่ตึงตัว” (Not Restrictive) การขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้จึงเป็นเพียง “การถอนคันเร่งบางส่วน” ไม่ใช่การขึ้นเพื่อกดเศรษฐกิจ

สิ่งที่ทำให้ตลาดประหลาดใจยิ่งกว่าตัวการขึ้นดอกเบี้ย คือถ้อยแถลงและประมาณการที่เข้มงวดขึ้นชัดเจน โดย Fed ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งการเติบโตและเงินเฟ้อ สะท้อนมุมมองว่าเศรษฐกิจยังร้อนแรงและเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายช้าลงกว่าเดิม

ด้วยภาพที่เข้มงวด ผู้เขียนจึงปรับมุมมองใหม่ จากเดิมที่มองว่า Fed จะคงดอกเบี้ย มาเป็นการคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยรวม 3 ครั้ง ไปหยุดที่ราว 4.4% โดยขึ้นอีกครั้งในปลายปีนี้และอีกครั้งต้นปีหน้า ก่อนคงไว้ ทั้งนี้ ตัวแปรสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคือราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวสูงจากสงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นต้นตอที่ผลักเงินเฟ้อและดอกเบี้ยให้ค้างอยู่ในระดับสูง

คลื่นลูกนี้ส่งผลต่อไทยอย่างน้อย 3 ทาง ทางแรกคือค่าเงินบาทที่อ่อนกว่าเดิม เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยสวนทางกับที่เคยคาด ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐ กับไทยจึงกว้างขึ้น ประกอบกับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า เราจึงปรับประมาณการเงินบาทให้อ่อนค่าลงกว่าเดิม สู่ราว 33.8 บาทต่อดอลลาร์ ณ ปลายปีนี้ ก่อนจะกลับมาแข็งค่าเล็กน้อยในปีหน้า เมื่อธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นทยอยขึ้นดอกเบี้ยตามจนส่วนต่างเริ่มแคบลง

ทางที่สองคือแรงกดดันต่อกระแสเงินทุน ส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างและดอลลาร์ที่แข็งมักดึงเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและเน้นสินทรัพย์ที่อิงปัจจัยในประเทศเป็นหลัก ในจังหวะที่ตลาดโลกยังผันผวนสูง

ทางที่สามคือโจทย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เลือกคงดอกเบี้ยไว้สวนทางกับทิศทางโลก ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง แต่ก็ต้องแลกกับแรงกดดันต่อค่าเงินและเงินทุนที่มากขึ้น ทำให้ ธปท. ต้องเดินบนเส้นลวดระหว่างการประคองการเติบโตในประเทศกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงิน

โดยสรุป การที่คำขู่ของ Warsh กลายเป็นการกระทำ ยืนยันบทเรียนสำคัญว่า ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางนั้นสร้างได้ด้วยการลงมือจริง ไม่ใช่เพียงคำพูด อย่างไรก็ดี ตัวแปรที่จะกำหนดว่าห่วงโซ่ดอกเบี้ย-ค่าเงิน-เงินทุนนี้จะตึงต่อไปอีกนานเพียงใด กลับไม่ได้อยู่ที่กรุงวอชิงตัน แต่อยู่ที่บ่อน้ำมันในตะวันออกกลาง หากความขัดแย้งคลี่คลายและราคาน้ำมันย่อลง แรงกดดันทั้งหมดก็จะเริ่มคลายตาม แต่หากไม่ วันที่การกระทำครั้งนี้ต้องตามด้วยการกระทำครั้งต่อไป ก็อาจอยู่ไม่ไกล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เควิน วอร์ช (Kevin Warsh)