เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ดูทั้งหมด

จัดพอร์ตรับงบฯไตรมาส 3

25 ต.ค. 2562 | 13:00น.

คอลัมน์ เติมความคิดพิชิตการลงทุน

โดย เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บล.ไทยพาณิชย์

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตลาดหุ้นในเดือน ต.ค.เริ่มฟื้นตัวขึ้นจากบริเวณ 1,600 จุด โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากภายนอก ได้แก่

1) ความคืบหน้าด้านการเจรจา หลังสหรัฐยกเลิกการปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนมูลค่ 2.5 แสนล้านเหรียญ ในอัตรา 30% จากเดิม 25% ในวันที่ 15 ต.ค. ซึ่งเป็นกำหนดการเดิม (ล่าสุด จีนมีข้อเรียกร้องเพิ่ม โดยต้องการให้สหรัฐยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 1.6 แสนล้านเหรียญ ในอัตรา 15% ซึ่งมีกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค.ด้วย ก่อนการเซ็นข้อตกลง สร้างความไม่ชัดเจน และระวังกลับมาเป็นความเสี่ยงให้กับตลาด)

2) การเจรจา Brexit ดูมีความคืบหน้าเช่นเดียวกัน โดยอังกฤษและ EU กำลังอยู่ในระหว่างการร่างข้อตกลง Brexit ที่จะได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย และคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนเส้นตายในวันที่ 31 ต.ค.ส่งผลให้เงินปอนด์แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง

และ 3) เข้าสู่ช่วงรายงานผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทในสหรัฐ อาทิ J.P. Morgan, Citigroup, Johnson & Johnson, UnitedHealth รายงานกำไรสูงกว่าคาดจากปัจจัยทั้งหมดดังกล่าวนี้ หนุนภาวะตลาดแบบ risk-on โดยเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ และพันธบัตร ซึ่งราคาปรับตัวลง และเข้าสู่ตลาดหุ้น ซึ่งเป็นตัวแทนของสินทรัพย์เสี่ยง เป็นปัจจัยหนุน SET ให้ฟื้นตัวได้ต่อ โดยผมมองแนวต้านเป้าหมายไว้ที่ 1,650 จุด ด้านปัจจัยในประเทศ นอกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ภาครัฐทยอยออกมาแล้ว

อีกประเด็นที่สำคัญ คือ การเข้าสู่ช่วงรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2562 ซึ่งผมจะกล่าวถึงในคอลัมน์ฉบับนี้ และแนะนำหุ้นที่น่าสนใจเพื่อจัดพอร์ตจำลองรับช่วงรายงานผลการดำเนินงาน โดยก่อนอื่นต้องบอกว่าในภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในบ้านเรายังไม่ได้ฟื้นตัว

โดยกลุ่มพลังงานภาพรวมยังโดนกดดันจากราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำ กลุ่มปิโตรเคมีผลการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากได้รับผลกระทบด้านอุปสงค์ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ กลุ่มธนาคารผลการดำเนินงานยังไม่ฟื้นตัวเช่นกัน หลังการเติบโตของสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำจากเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ ภาวะอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ ยังกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้ปรับตัวลงด้วย กลุ่มพาณิชย์ ยอดขายในไตรมาส 3 จะชะลอตัว หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคอีสาน และผลของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค เป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานเช่นเดียวกัน รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มท่องเที่ยว คาดว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 จะชะลอตัวเช่นกัน

มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมีผลการดำเนินงานชะลอตัว ขณะที่กลุ่มที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตมีเพียงไม่กี่กลุ่ม ซึ่งได้แก่ กลุ่มสื่อสาร ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายที่ลดลง กลุ่มการเงินผลการดำเนินงานจะเติบโตเช่นกัน หลังได้ประโยชน์จากภาวะอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ ตามต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวขึ้น และกลุ่มธุรกิจการเกษตรและอาหาร (CPF GFPT และ TFG) ซึ่งผลการดำเนินงานจะได้รับปัจจัยหนุนจากราคาหมู และราคาไก่ ที่ยังมีแนวโน้มที่ดี

ทั้งนี้ จากที่ได้กล่าวไป แม้ภาพรวมผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3 ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเป็นจุดต่ำนะครับ นั่นหมายความว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 จะเริ่มฟื้นตัว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ทยอยออกมาในช่วงนี้ และด้วยผลของฤดูกาล ซึ่งไตรมาส 4 ส่วนใหญ่จะมีการจับจ่ายใช้สอยที่เร่งตัวขึ้น

ดังนั้น พอร์ตจำลองของผมเพื่อรับช่วงรายงานผลการดำเนินงาน จะอิงการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 เอาไว้ด้วยเลย นั่นหมายความว่า หุ้นที่ผมเลือก ไม่ได้เลือกหุ้นทั้งหมดที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ออกมาดี ซึ่งบางทีราคาหุ้นอาจจะสะท้อนไปในราคาที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้วก็ได้ กลับกันหุ้นที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 แม้ไม่ดี แต่ในไตรมาส 4 จะฟื้นตัว กลับมีความน่าสนใจมากกว่าในแง่ส่วนต่างราคาที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต หรือเข้าทำนองที่ว่า ซื้อในช่วงไม่ดี เพื่อไปขายทำกำไรให้ได้ราคาในช่วงที่ดีนั่นเองครับ โดยพอร์ตจำลองของผม มีหุ้นต่าง ๆ ดังนี้

กลุ่มพาณิชย์ ซึ่งคาดผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวเด่นในไตรมาส 4 จากมาตรการชิม ช้อป ใช้ และค่าใช้จ่าย เพื่อฟื้นฟูหลังเหตุการณ์น้ำท่วม โดยผมแนะนำ CPALL และ GLOBAL

กลุ่มโรงพยาบาล มีเหตุผลเฉพาะ คือ CHG ที่คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3 จะโดดเด่นกว่าโรงพยาบาลอื่นในกลุ่ม หลังโรงพยาบาลที่เปิดใหม่เริ่มรับรู้รายได้ และ BCH ที่คาดผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 โดยในช่วงที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานชะลอตัว เนื่องด้วยมีต้นทุน และค่าใช้จ่าย

ที่เพิ่มขึ้น จากการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่และตัวสุดท้าย ผมเลือก CPF ซึ่งคาดว่าปัจจัยหลัก จากแนวโน้มที่ดีของราคาหมู และราคาไก่ ยังคงอยู่

นอกจากนี้ ผมเห็นความน่าสนใจของมูลค่าทางพื้นฐาน โดยหากคิดเฉพาะการถือหุ้น CPALL ตามสัดส่วน จะได้มูลค่าของ CPF ที่ 28 บาท เทียบกับราคาตลาดซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ 26-27 บาท และพบกันใหม่ในฉบับหน้าครับ…ด้วยรักและหวังดี