เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
Finance เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
Real Estate ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
Columns บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
Economic กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
ดูทั้งหมด

“หลุมดำ” เศรษฐกิจไตรมาส 4

22 ส.ค. 2563 | 20:50น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก :  สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

ไตรมาส 4 ปีนี้ถือเป็น “หลุมดำ” ของเศรษฐกิจไทยที่หลายปัญหาจะมาปะทุในช่วงปลายปี หนึ่งในโจทย์ใหญ่ขณะนี้คือ หลังสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ วันที่ 22 ตุลาคมนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่าลูกหนี้ที่เข้าโครงการพักหนี้ 12.82 ล้านบัญชี มูลหนี้รวม 6.88 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของสินเชื่อทั้งระบบ จะมีสภาพอย่างไร จะมีความสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติจำนวนเท่าไหร่

ตัวเลขหนี้เสียไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ยังขยับขึ้นไม่มาก เพราะธุรกิจได้สิทธิ์ในการพักหนี้ ทำให้ยังมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการใช้จ่าย แต่หากมีภาระต้องจ่ายหนี้ ทั้งที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว นักท่องเที่ยวต่างประเทศยังไม่สามารถกลับมา จะมีผู้ประกอบการจำนวนเท่าไหร่ที่สามารถไปต่อได้

คำถามนี้แม้แต่นายแบงก์ที่เป็นผู้มีข้อมูลลูกหนี้มากที่สุด ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไร และในกรณีเลวร้ายสุด หากลูกหนี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบสถาบันการเงิน ดังนั้น สถานการณ์ตอนนี้คือ ต้องเร่งหามาตรการ “พยุงธุรกิจ” ไม่ให้มีปัญหากลายเป็น “หนี้เสีย” จนส่งผลกระทบถึงระบบสถาบันการเงินที่จะทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้น

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงจับมือกับสมาคมธนาคารไทย เปิดโครงการ “ปรับโครงสร้างหนี้” สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีเจ้าหนี้หลายราย มูลหนี้ 50-500 ล้านบาท จะเป็นเอ็นพีแอลหรือไม่ก็ตาม เข้าร่วมโครงการเพื่อที่จะ “รวมหนี้” เป็นก้อนเดียว เพื่อบรรเทาภาระหนี้โดยรวม

ทั้งลดเวลาเจรจากับ “เจ้าหนี้” หลายราย ภายใต้ชื่อโครงการ “DR BIZ-การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง” ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ก็ด้วยรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย หรือจนถึงขั้นแฮร์คัต (ลดหนี้) รวมถึงการปล่อยสินเชื่อใหม่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานะของลูกหนี้แต่ละราย

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงประตูด่านแรกของการแก้ปัญหา เพราะด้วยขนาดของวิกฤตที่ใหญ่มาก และยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดของปัญหา

แต่ถือเป็นสิ่งที่ต้องทำ และบรรดานายแบงก์ก็ยอมรับว่า ถ้าหากไปเร่งดำเนินการก็จะยิ่งทำให้แบงก์เผชิญความเสี่ยงที่ยากจะประเมินมากยิ่งขึ้น และจากปัญหา “สภาพคล่อง” ของผู้ประกอบการ ก็จะส่งไปถึงปัญหา “แรงงาน” ทันที

ซึ่งช่วงไตรมาส 4 อีกเช่นกันที่หลายฝ่ายประเมินว่า จะมีธุรกิจจำนวนมากเสี่ยงต้องเลิกจ้างหรือปิดกิจการ เพราะธุรกิจส่วนใหญ่จะมีสภาพคล่องรองรับไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาพยายามประคองตัว แต่การระบาดโควิด-19 ยังไม่สิ้นสุด เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ดังนั้น ผู้ประกอบการอาจกลั้นหายใจต่อไม่ไหว และเกิดปรากฏการณ์เลิกจ้างหรือปิดกิจการมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4

เพราะมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของแบงก์ชาติ 5 แสนล้านบาท ที่หวังจะเข้ามาช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจ แบงก์ก็ไม่กล้าปล่อย เพราะเห็นว่าเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสียสูง ทำให้ถึงขณะนี้ปล่อยไปได้เพียง 1.1 แสนล้านบาท

โดยตัวเลขว่างงาน ณ ไตรมาส 2 อยู่ที่ 7.5 แสนคน แต่ “สภาพัฒน์” ก็ส่งสัญญาณเตือนว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้มีแรงงานในระบบที่อยู่ในความเสี่ยง “ตกงาน” อีก 1.75 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ยังปิดชั่วคราว หรือกลุ่มที่ใช้สิทธิ์มาตรา 75 คือให้พนักงานหยุดงานชั่วคราว โดยที่บริษัทจ่ายค่าจ้าง 75% และยังมีผู้จบการศึกษาใหม่ในปี 2563 ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานอีก 5.2 แสนคน จะหางานทำได้ยากขึ้น

ดังนั้น ครม.ใหม่ประยุทธ์ 2/2 จึงต้องเร่งเครื่องเต็มที่ เพื่อที่จะฝ่า “หลุมดำ” ที่รออยู่ข้างหน้า โดยการตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ (ศบศ.) ขึ้นมาทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่าง ๆ โจทย์เร่งด่วนก็คือ “พยุงเอสเอ็มอี” ให้สามารถเดินต่อไป พร้อมกับดึงธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามาช่วย “จ้างงานใหม่” โดยที่รัฐบาลจะอุดหนุนด้วยการ “ร่วมจ่ายเงินเดือน” บางส่วน เป็นระยะเวลาราว 12 เดือน

ต้องติดตามกันต่อไปว่าในภาวะวิกฤตจะมีธุรกิจใหญ่โดดเข้ามาช่วยอุ้มนโยบายรัฐมากน้อยแค่ไหน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ