เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
ธปท. ชี้เอสเอ็มอีซอมบี้พุ่งเกือบ 6% ต้องเน้นช่วยกลุ่มที่มีศักยภาพไปต่อได้
Finance ธปท. ชี้เอสเอ็มอีซอมบี้พุ่งเกือบ 6% ต้องเน้นช่วยกลุ่มที่มีศักยภาพไปต่อได้
สูตรสำเร็จ ‘โกลบอลเฮ้าส์’ สร้างระบบ-AI ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ 
Real Estate สูตรสำเร็จ ‘โกลบอลเฮ้าส์’ สร้างระบบ-AI ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ 
“อริษา นิมมานเหมินท์” ดึง Nomad ปลุกศก.เชียงใหม่โต 3 พันล.
Economic “อริษา นิมมานเหมินท์” ดึง Nomad ปลุกศก.เชียงใหม่โต 3 พันล.
นวัตกรรมวิทย์พลิกโลกเอ็กโก กรุ๊ป จุดประกายเยาวชนรู้ทันเอลนีโญ
SD นวัตกรรมวิทย์พลิกโลกเอ็กโก กรุ๊ป จุดประกายเยาวชนรู้ทันเอลนีโญ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! น้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ โบรกฯชูหุ้นพลังงาน-แบงก์-ประกัน เด่น
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! น้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ โบรกฯชูหุ้นพลังงาน-แบงก์-ประกัน เด่น
SMEs ติดหล่มหนี้แบงก์เข้ม-สินเชื่อติดลบ 15 ไตรมาส ธปท.เร่งยกระดับ ‘ค้ำประกัน’
Finance SMEs ติดหล่มหนี้แบงก์เข้ม-สินเชื่อติดลบ 15 ไตรมาส ธปท.เร่งยกระดับ ‘ค้ำประกัน’
Dot Plot ชี้ชะตาราคาทองคำจะขึ้นหรือลง
Finance Dot Plot ชี้ชะตาราคาทองคำจะขึ้นหรือลง
น้ำมันรั่วคลองเตยยังต้องเฝ้าระวัง คพ.พบ VOCs 626 ppm เตรียมตรวจ Oil Fingerprint หาต้นตอ
Economic น้ำมันรั่วคลองเตยยังต้องเฝ้าระวัง คพ.พบ VOCs 626 ppm เตรียมตรวจ Oil Fingerprint หาต้นตอ
ดูทั้งหมด

ชงโมเดล “ทัวร์ 2 ภาค” หนุน 2 โครงการดัน “ไทยเที่ยวไทย”

29 ก.ย. 2564 | 08:30น.
เที่ยวไทย

เริ่มคิกออฟไปแล้วเมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา สำหรับโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” และ “ทัวร์เที่ยวไทย” 2 โครงการใหญ่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศในช่วงโค้งท้ายของปีนี้

เปิดจองสิทธิ 8 ต.ค.นี้

โดยโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” นั้น มีจำนวน 2 ล้านสิทธิ์รัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน) คูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% (ไม่เกิน 2,000 บาท หรือ 3,000 บาท โดยดูตามเงื่อนไขของแต่ละจังหวัด)

ทั้งนี้ จะเปิดให้คนทั่วไปจองโรงแรม ที่พัก ในวันที่ 8 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป เริ่มเดินทางใช้สิทธิวันแรก คือ 15 ตุลาคม 2564 โดย 23 มกราคม 2565 จะเป็นวันจองโรงแรม ที่พักวันสุดท้าย และสิ้นสุดการเดินทางของโครงการ 31 มกราคม 2565 และ 1 กุมภาพันธ์ 2565 จะเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนรับสิทธิคืนค่าตั๋วเครื่องบิน ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 (เวลา 21.00 น.)

ส่วนโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” นั้น เป็นโครงการใหม่ รัฐบาลให้เงินสนับสนุนซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยว 40% ของค่าบริการ สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท (1 คนใช้ได้ 1 สิทธิ์ และใช้ได้เพียงครั้งเดียว) ผ่านระบบเป๋าตัง จำนวน 1 ล้านสิทธิ์

โดยประชาชนสามารถเริ่มจองโรงแรม ที่พัก ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2564-23 มกราคม 2565 และเดินทางได้จริงตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564-21 มกราคม 2565

ขณะที่ผู้ประกอบการนำเที่ยวนั้น ททท.ได้เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมตั้งแต่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ผ่านเว็บไซต์ www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย และจะต้องจัดนำเที่ยวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคม 2565 และทำการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2565

อย่างไรก็ตาม มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 21 กันยายน 2564 ระบุไว้ว่าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงในช่วงระหว่างดำเนินโครงการ ททท.ก็สามารถขอยุติดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการได้

เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ

“กฤษณะ แก้วธำรง” รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า หลังจากโครงการดังกล่าวเปิดระบบให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวเข้ามาลงทะเบียนในระบบ พบว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก จึงเชื่อว่าจะเป็นโครงการที่ช่วยกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้นหลังจากที่ชะลอการเดินทางท่องเที่ยวมาราว 6-7 เดือน

Advertisement

โดยในส่วนของ ททท.เชื่อว่าเมื่อเกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยจะทำให้ภาพดังกล่าวสะท้อนไปต่างประเทศว่าประเทศไทยพร้อมสำหรับการเปิดรับการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว และจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นและทยอยกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของทั้งตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลและระยะใกล้

“ตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น รัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจแล้ว ก็น่าจะทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มกลับมาได้บ้างจึงมั่นใจว่าทั้ง 2 โครงการดังกล่าวนี้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป” นายกฤษณะกล่าว

แค่ 2 โครงการเอาไม่อยู่

“ธนพล ชีวรัตนพร” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ดูแลตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศ (domestic) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประกาศเดินหน้าโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่าน 2 โครงการดังกล่าวนี้ น่าจะทำให้ธุรกิจในภาคท่องเที่ยวทุกบริการตื่นตัวและเริ่มขยับกลับมาทำธุรกิจกันเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าทั้ง 2 โครงการยังมีข้อจำกัดของเงื่อนไขบางส่วนที่อาจทำให้เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่อยากเดินทางท่องเที่ยวเป็นกรุ๊ป หรือเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยว อาทิ การกำหนดให้ผู้ประกอบการทำการสแกนใบหน้าผู้ร่วมเดินทางตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ที่ไม่สามารถเดินทางไป-กลับในเที่ยวบินเดียวกันได้

“ยกตัวอย่างเช่น มีกรุ๊ปทัวร์ไปเที่ยวภูเก็ตจำนวน 20 คน บางคนเดินทางที่สนามบินดอนเมือง บางคนไปเที่ยวบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไปถึงภูเก็ตในเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อไปเที่ยวพร้อมกัน ตามเงื่อนไขของรัฐที่ระบุว่า ต้องสแกนหน้าตั้งแต่ต้นทางทำให้ต้นทุนค่ามัคคุเทศน์ของบริษัทนำเที่ยวเพิ่มขึ้น เป็นต้น”

ชงโมเดล “ทัวร์ 2 ภาค” หนุน

“ธนพล” บอกด้วยว่า ส่วนตัวหากประเมินจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ใน 2 เฟสที่ผ่านมา เชื่อว่าโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของ 2 โครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนทำให้บรรยากาศของการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศพลิกฟื้นกลับมาอีกครั้งได้แน่นอน

แต่ด้วยความที่กระแสการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยหยุดชะงักไปนาน หรือประมาณเกือบ 2 ปีแล้ว จึงมองว่า 2 โครงการใหญ่ดังกล่าวนี้ ไม่น่าจะเอาอยู่ ดังนั้นรัฐบาลควรออกมาตรการหรือโครงการใหม่ ๆ มากช่วยกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง

อาทิ โครงการ “ทัวร์ 2 ภาค” สนับสนุนให้คนไทยเกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่า 1 จุดหมายปลายทางหรือมากกว่า “ทัวร์ข้ามภาค” แค่การกระตุ้นให้คนในภาคเหนือไปเที่ยวภาคใต้ หรือสนับสนุนให้คนในภาคใต้ไปเที่ยวภาคเหนือ แต่เป็นการวางเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมต่อ 2 ภูมิภาค ลักษณะเส้นทางเป็น 3 เหลี่ยม เช่น ออกเดินทางจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ ต่อด้วยบุรีรัมย์ แล้วกลับกรุงเทพฯ

หรือออกเดินทางจากกรุงเทพฯไปภูเก็ต ต่อด้วยขอนแก่น แล้วกลับกรุงเทพฯ หรือออกเดินทางจากภูเก็ตไปอดุรธานี ต่อด้วยนครศรีธรรมราช แล้วกลับเชียงใหม่ เป็นต้น

“เราอยากนำเสนอโมเดลดังกล่าวนี้ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท.พิจารณา สนับสนุนด้านงบประมาณ และดำเนินการควบคู่กับ 2 โครงการใหญ่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น”

“แอร์ไลน์” ขยับอัดโปรฯรับ

ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ประกอบการสายการบินนั้นได้เริ่มเตรียมแผนสำหรับรองรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศแล้วเช่นกัน โดยสายการบิน “ไทยเวียตเจ็ท” ประกาศเปิดตัวโปรโมชั่น “Fly Deluxe with Confidence” เสนอบัตรโดยสารแบบดีลักซ์ ราคาเริ่มต้น 499 บาท สำหรับทุกเส้นทางบินภายในประเทศ

พร้อมรวมน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระเช็กอินฟรี 20 กิโลกรัม และสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งฟรี ช่องทางพิเศษสำหรับเช็กอิน และสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบินได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม โดยเปิดจองได้ตั้งแต่ 27 กันยายน-5 ตุลาคม 2564 สำหรับการเดินทางตั้งแต่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2564 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ www.vietjetair.com

ด้าน “ไทยแอร์เอเชีย” เปิดราคาขายทุกเส้นทางบินเริ่มต้นที่ 690 บาท (สำหรับสมาชิก BIG) และเริ่มต้น 733 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป โดยเปิดให้จองตั้งแต่ 27 กันยายน 2564-3 ตุลาคม 2564 สำหรับการเดินทางตั้งแต่ 27 กันยายน 2564-26 มีนาคม 2565

เรียกว่า ทุกส่วนพร้อมขับเคลื่อนกันเต็มที่แล้ว ดังนั้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่ปีนี้จะบรรลุเป้าหมาย 90 ล้านคน-ครั้งได้หรือไม่ ตัวแปรสำคัญในเวลานี้จึงน่าจะอยู่ที่การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดภายในประเทศให้เป็นไปในทิศทางทีดีขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เราเที่ยวด้วยกัน