ค่าครองชีพพุ่งฉุดเศรษฐกิจ
บทบรรณาธิการ
ก้าวข้ามปี 2564 มาอย่างทุลักทุเล และก้าวสู่ศักราชใหม่ปี 2565 ด้วยความวิตกกังวลและไม่มั่นใจกับอนาคตในวันข้างหน้า นอกจากปมปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่คุกคามโจมตีรอบใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ ตัวเลขผู้ป่วยมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง จากหลักสิบเป็นหลักร้อย จากร้อยเพิ่มขึ้นเป็นหลักพัน
ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับคืนมา และคาดว่าต้องใช้เวลากว่าจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนโควิด และอีกด้านหนึ่งคนไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีทิศทางขาขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ยังย่ำอยู่กับที่
หากย้อนกลับไปจะพบว่า สัญญาณของความเดือดร้อนนี้เริ่มก่อตัวมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา โดยสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันหลาย ๆ อย่าง ได้ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
หลัก ๆ มาจากปัญหาราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง รูปธรรมที่ชัดเจน สะท้อนจากราคาน้ำมันพืช อาหาร ผักสด เนื้อสุกร ฯลฯ ที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และตอนนี้มีสินค้าอีกหลายอย่างที่จ่อ ๆ จะปรับราคา ทั้งปลากระป๋อง อาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ
ขณะนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้บริโภค และประชาชนทั่ว ๆ ไป กำลังมีความกังวลใจกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่กำลังจะเพิ่มขึ้น จากการประกาศปรับค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที รอบเดือน ม.ค.-เม.ย. 2565 ตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ที่ให้เรียกเก็บที่ 1.39 สตางค์ต่อหน่วย และจะส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย หรือที่เรียกเก็บกับประชาชนอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 4.63% จากเดิมที่อยู่ที่ 3.61 บาทต่อหน่วย
แน่นอนว่า ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อต้นทุน วัตถุดิบที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เป็นเงาตามตัวอีกระลอกจากแนวโน้มที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวมที่เพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่นานนัก และอาจจะส่งผลให้การฟื้นตัวดังกล่าวล่าช้าออกไปอีกระยะหนึ่ง
ที่สำคัญ ขณะนี้แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้ออาจจะยังไม่สูงนักและอยู่ในกรอบที่วางไว้ แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรวางใจ ต้องเตรียมตั้งรับให้ดี อย่างน้อยที่สุด จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและค่าขนส่งโดยตรง
ยิ่งเมื่อไหร่ที่มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานของรัฐบาลสิ้นสุดลง เช่น น้ำมันดีเซล ก๊าซหุงต้ม ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และเงินเฟ้อจะเป็นปัญหาใหม่ที่ส่งผลกระทบกับความเป็นอยู่ของคนไทยทุก ๆ คนอย่างเลี่ยงไม่ได้