เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
โรงรับจำนำรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน ช่วยเกษตรกร ตลอด ก.ค. 2569
Economic โรงรับจำนำรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน ช่วยเกษตรกร ตลอด ก.ค. 2569
ชาวสวนเฮ ‘ศุภจี’ ดันล้งชุมชน รับซื้อมะพร้าว สู้วิกฤตราคาตก
Economic ชาวสวนเฮ ‘ศุภจี’ ดันล้งชุมชน รับซื้อมะพร้าว สู้วิกฤตราคาตก
CAAT ยกระดับมาตรการสายการบิน ออกประกาศคุมเข้มลูกเรือ รับฝาก-หิ้ว-ขนสิ่งของบุคคลอื่น
Economic CAAT ยกระดับมาตรการสายการบิน ออกประกาศคุมเข้มลูกเรือ รับฝาก-หิ้ว-ขนสิ่งของบุคคลอื่น
ดูทั้งหมด

จับตาสหรัฐฯขยายกงสุลในเชียงใหม่ ยุทธศาสตร์ต้านจีนแผ่อิทธิพล

29 ม.ค. 2565 | 19:47น.
จีน

จีน

นักวิเคราะห์เชื่อสหรัฐฯขยายสถานกงสุลสในเชียงใหม่ อาจเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ต้านจีนขยายอิทธิพลในอาเซียนโดยเฉพาะเมียนมา

วันที่ 29 มกราคม 2565 เว็บไซต์อิระวดี สื่อเมียนมาภาคภาษาอังกฤษ ได้ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ของนาย เบอร์ทิล ลินท์เนอร์ นักข่าวมือรางวัลและผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์เมียนมา เมื่อ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยนายลินท์เนอร์ ตั้งข้อสังเกตว่าสถานกงสุลใหญ่ของสหรัฐอเมริกาในเชียงใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงนั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์คานการแผ่อำนาจจีนในภูมิภาคนี้

จากข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯระบุว่า สถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ซึ่งกำลังก่อสร้างด้วยมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ มีกำหนดจะเปิดทำการในปี 2023 นั้น ประกอบด้วยกลุ่มอาคารขนาดใหญ่สำหรับภารกิจการทูต บนเนื้อที่ไม่ถึง 26,709 ตารางเมตรบนดินย่านธุรกิจเขตชานเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ โดยการขยายสถานกงสุลนี้เป็นสัญญาณอันรูปธรรมสำหรับความร่วมมืออันมุ่งมั่นระยะยาวต่อประชาชนในภาคเหนือของไทย

การขยายสถานกงสุลสหรัฐฯในเชียงใหม่ ไม่ใช่เรื่อง “บังเอิญ” อย่างแน่นอน โดยบทวิเคราะห์ของนายลินท์เนอร์สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ ไมเคิล วาติคิโอติส นักวิเคราะห์ด้านการเมืองเอเชียชาวอังกฤษ ซึ่งตีพิมพ์ลงเว็บไซต์นิเคอิเมื่อ 7 มกราคมว่า การขยายสถานกงสุลสหรัฐฯในเชียงใหม่ “เป็นหนึ่งในความพยายามเชิงยุทธศาสตร์ที่จะรวบรวมข่าวกรองของสหรัฐฯฯ ต่อการเคลื่อนไหวของจีนบริเวณทางภาคเหนือของไทย

สหรัฐฯก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนจีนเพียง 500 กิโลเมตร ตั้งแต่ปี 1950 เพื่อใช้เป็นสถานีข่าวกรองมุ่งเป้าไปจับตาความเคลื่อนไหวของพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคชาตินิยมจีนซึ่งลี้ภัยออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปยังรัฐฉานของเมียนมา หลังแพ้สงครามกลางเมืองจากพรรคคอมมิวนิสต์

ทว่านับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา กิจกรรมด้านข่าวกรองของสหรัฐฯบริเวณนี้เข้มข้นขึ้น ซึ่งเป็นห้วงเวลาเดียวกับที่จีนเริ่มดำเนินการช่วงชิงอำนาจเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในฐานะที่จีนผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาค

โดยช่วงนี้เองสหรัฐฯได้เป็นแกนนำจับมือกับบรรดาชาติพันธมิตรอย่าง อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ในแผนความร่วมมือ Quad หรือ Quadrilateral Security Dialogue และพันธมิตร AUKUS หรือสนธิสัญญาออสเตรเลีย-สหราชอาณาจักร-สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นความร่วมมือที่ถูกมองว่ามีขึ้นเพื่อตอบโต้การแผ่อิทธิพลของจีนในภูมิอาเซียนและทะเลจีนใต้

ลินท์เนอร์ยังระบุด้วยว่า ช่วงสงครามเวียดนามในปี 1970 สหรัฐฯเคยใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารและสอดแนมความเคลื่อนไหวของเวียดนาม โดยลินเนอร์กล่าวถึงการใช้ค่ายรามสูรในจังหวัดอุดรธานีเป็นฐานสอดแนมกิจกรรมของเวียดนามและจีนในช่วงเวลานั้น โดยค่ายดังกล่าวสหรัฐฯใช้เป็นสถานีข่าวกรองทางทหารที่มีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด เพื่อสังเกตกิจกรรมความเคลื่อนไหวต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ไม่อาจทราบได้ว่า เบื้องหลังการขยายสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาในจังหวัดเชียงใหม่คือเหตุผลใด แต่เป็นที่ชัดเจนว่าความเคลื่อวไหวนี้ของวอชิงตัน คือส่วนหนึ่งในยุทธศาตร์ของพันธมิตรตะวันตกในการตั้งป้อมปราการเฝ้าสังเกตการณ์ทางยุทธศาสตร์ต่อจีน โดยเฉพาะในเมียนมาที่รัฐบาลทหารมีความใกล้ชิดกับปักกิ่งเป็นพิเศษ ซึ่งอาจร่วมไปถึงการสังเกตการณ์กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนในประเทศลุ่มน้ำโขงอย่าง กัมพูชา หรือลาวด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ลินเนอร์ทิ้งท้ายว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งจีนและสหรัฐฯกำลังอยู่ห้วงสภาวะแทบไม่ต่างกับสงครามเย็น ทว่าสงครามเย็นยุคใหม่อาจไม่ได้ร้อนแรงเหมือนสงครามเย็นครั้งก่อนหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน สหรัฐอเมริกา