เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

บุญฤทธิ์ มหามนตรี ไลอ้อนก้าวสู่ยุค ‘เมต้าเวิร์ส’

27 เม.ย. 2565 | 14:03น.

จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และลากยาวมาถึงปัจจัยลบสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ซ้ำเติมให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ ต้องปรับตัวอย่างหนัก เช่นเดียวกับ “ไลอ้อน ประเทศไทย” ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์ เปา, ซิสเท็มมา, โคโดโม, โชกุบุสซึ ฯลฯ ในเครือสหพัฒน์ ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 53 ปีต้องปรับยุทธศาสตร์เพื่อรองรับความท้าทายรอบด้าน

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “บุญฤทธิ์ มหามนตรี” ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ถึงการปรับตัวรับมือกับปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ตลอดจนทิศทางของไลอ้อนต่อจากนี้

“บุญฤทธิ์” เริ่มต้นสนทนาว่าตอนนี้ทุก ๆ ธุรกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาเกือบ 2 ปีเต็ม และกำลังจะย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ที่ยังมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อและมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

แน่นอนว่ามีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งการใช้ชีวิต การทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงการเข้าซื้อของในร้านค้าลดลง ทั้งจากความกังวลในการติดเชื้อและมีกำลังซื้อลดลง ต้องประหยัด จากที่เคยซื้อตุนไว้ใช้ในหลาย ๆ รายการ แต่วันนี้ซื้อน้อยลง หรือซื้อเฉพาะตัวสินค้าที่จำเป็นเท่านั้น

ที่สำคัญวิกฤตโควิด-19 ยังไม่ทันซา ปีนี้ต้องมาเจอปัญหาเรื่องสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนอีก ส่งผลกระทบอย่างหนักโดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ความผันผวนของราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และการขนส่งระบบโลจิสติกส์ที่ส่งผลให้ต้นทุนต่าง ๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการค่อนข้างกังวลเนื่องจากได้รับผลกระทบรอบด้าน

เช่นเดียวกับบริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ตอนนี้กลุ่มสินค้าบางรายการอยู่ในภาวะขาดทุนหมด เพราะต้นทุนวัตถุดิบขยับขึ้นสูงโดยเฉพาะกลุ่มผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นมากกว่าสินค้ากลุ่มอื่น รวม ๆ แล้วต้นทุนทั้งหมดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20-30%

จึงจำเป็นต้องปรับราคา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาปรับขึ้นราคาให้เหมาะสม และต้องไม่กระทบกับผู้บริโภคมากนัก ควบคู่กับลดต้นทุนด้านการบริหารงานอื่น ๆ เข้าช่วย

แม่ทัพใหญ่ค่ายไลอ้อนกล่าวต่อไปว่า จากผลกระทบข้างต้นทำให้ภาพรวมการทำตลาดในประเทศที่ผ่านมายังไม่เติบโตมากนัก ทำให้จากนี้ “ไลอ้อน” ต้องปรับยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน เริ่มจากการเพิ่มน้ำหนักขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น และหันมาให้ความสำคัญในการผลักดันสินค้าที่ยังพอทำกำไร เช่น แป้งเด็กโคโดโม และครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ และต้องพยายามเพิ่มพอร์ตสินค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้น

สำหรับแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์หลัก สินค้าไลอ้อนทุกตัวจะเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับคนแต่ละวัย ในราคาสมเหตุสมผล โดยคอร์แวลูของสินค้าแต่ละวัยไม่เหมือนกัน ต้องการดูแลในเรื่องที่ต่างกัน และมีการทำตลาดให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้หลายกลุ่ม

โดยปี 2565 จะเน้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ เมล็ดมะไฟจีน และกากข้าว มาผนวกกับเทคโนโลยีเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่สินค้าสำหรับผู้สูงวัยแบรนด์กู๊ดเอจหลังทดสอบตลาดมากว่า 3 ปี และได้กระจายสินค้าไปยังช่องทางค้าปลีกมากขึ้น ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดี ต่อไปจะมีไลน์สินค้าใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น

นอกจากนี้ ไลอ้อนต้องการเพิ่มสัดส่วนตลาดส่งออก จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% เท่านั้นจากการทำตลาดในประเทศแถบอาเซียน ยุโรป และรัสเซีย โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่เกือบ ๆ 20,000 ล้านบาท

ต่อจากนี้ต้องการขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ที่มีโอกาสมากขึ้น เช่น ตะวันออกกลาง ซาอุดีอาระเบีย หลังจากมีการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ คาดว่าจะเป็นโอกาสสำคัญในการนำสินค้าเข้าไปเจาะตลาด

โดยสินค้าขายดีในตลาดต่างประเทศ ได้แก่ แป้งเด็กโคโดโม, ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ และภายในปี 2565 คาดว่าจะมีการเติบโตไม่เกิน 5%

พร้อมกันนี้คีย์แมนไลอ้อนย้ำในตอนท้ายว่า นอกจากนี้ ต้องปรับตัวให้ทันกับกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง จึงได้พัฒนาโครงการ Lion Metaverse จัดทำบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (smart packaging) ให้ผู้บริโภคสามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตัวบรรจุภัณฑ์สินค้า

เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ได้ง่ายสะดวกและรวดเร็วขึ้น อีกด้านจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินงาน โดยคาดว่าภายใน 2-3 เดือนจะได้เห็นความชัดเจนของโครงการนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ที่มีมูลค่ากว่า 4.42 แสนล้านบาท ในช่วงโควิดอยู่ในภาวะชะลอตัวจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในทุก ๆ ปี ทำให้ผู้ประกอบการตกอยู่ในภาวะลำบาก ดังนั้น ต้องประคองตัวให้ดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เครือสหพัฒน์ เมตาเวิร์ส