นวัตกรรม AI หนุนจีนครองตลาดแว่นตาอัจฉริยะ
นวัตกรรม AI หนุนจีนครองตลาดแว่นตาอัจฉริยะ
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนกำลังทุ่มลงทุนในตลาดแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นประตูสำคัญสู่การโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรยุคใหม่ และช่วยเติมชีวิตชีวาให้ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคทั่วโลก
อุปกรณ์สวมใส่แบบเบาและอัจฉริยะนี้ รองรับการเข้าใจภาษา เสียง รูปภาพ และการค้นหา ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลและสื่อสารกับสิ่งรอบตัวแบบเรียลไทม์
บริษัทวิจัยตลาด IDC คาดว่า ยอดจัดส่งแว่นตาอัจฉริยะทั่วโลกปี 2025 จะอยู่ที่ 12.8 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน โดยจีนส่งออกกว่า 2.75 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 107% ครองอันดับหนึ่งของโลก
ช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ผู้ผลิตจีนส่งออกแว่นตาอัจฉริยะมากกว่า 1 ล้านชิ้น คิดเป็น 26.6% ของยอดรวมโลก โดย IDC คาดว่ายอดส่งออกแว่นอัจฉริยะของจีนจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 55.6% ระหว่างปี 2024–2029 ครองอันดับหนึ่งของโลก
บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนกำลังแข่งขันกัน เพื่อทำให้แว่นตาอัจฉริยะกลายเป็นอุปกรณ์แพร่หลายถัดไปหลังจากสมาร์ตโฟน เช่น Baidu เปิดตัว Xiaodu Pro หนักเพียง 39 กรัม และ Alibaba เตรียมวางขาย Quark AI ที่รองรับการใช้โทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรี สตรีมเพลง และแปลภาษา
นักวิเคราะห์ IDC ชี้ว่า การรวม AI กับอุปกรณ์น้ำหนักเบาจะสร้างแพลตฟอร์มใหม่ของการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร โดยคาดว่าตลาดแว่นตา AI จะเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2026 และยอดจัดส่งแว่นตา AI ของจีนจะเกิน 4.9 ล้านชิ้นในปีหน้า จากเทคโนโลยีที่พัฒนา ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้น และราคาที่ลดลง
ผู้ก่อตั้งบริษัท Rokid ผู้ผลิตแว่นตาอัจฉริยะจากเมืองหางโจว ระบุว่า “3-5 ปีข้างหน้า แว่นตาอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากการโต้ตอบต่างๆ จะย้ายมาบนแว่นมากขึ้น” โดยเมื่อไม่นานมานี้ บริษัท Rokid เพิ่งเปิดตัวแว่น AI น้ำหนักเบาร่วมกับแบรนด์ Bolon รองรับผู้ช่วยดิจิทัลที่สั่งการด้วยเสียงได้
ที่มา People’s Daily Online