หุ้นไทยค่อย ๆ ฟื้นตัว 1,620-1,640 จุด แรงหนุนปัจจัยภายนอก แม้น้ำมันดิ่ง

หุ้น กราฟเทรด
Photo by Yiorgos Ntrahas on Unsplash

บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เช้านี้ค่อย ๆ ฟื้นตัวต่อจากวานนี้ในกรอบ 1,620-1,640 จุด ได้แรงหนุนเศรษฐกิจที่ดีจากฝั่งอังกฤษ-ยุโรป เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยชะลอลง-จีนปรับลด RRR กระตุ้นการปล่อยกู้และหนุนภาพรวมเศรษฐกิจ แม้ราคาน้ำมันโลกดิ่งเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน แต่ช่วยคลายแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศ

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET Index เช้านี้ค่อย ๆ ฟื้นตัวต่อจากวานนี้ในกรอบ 1,620-1,640 จุด ได้แรงหนุนมาจากปัจจัยภายนอกทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีจากฝั่งอังกฤษและยุโรป คาดเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยชะลอลง และข่าวที่ทางการจีนมีโอกาสปรับลดอัตราส่วนสำรองขั้นต่ำ (RRR) อีก 25-50 bps เพื่อกระตุ้นการปล่อยกู้และหนุนภาพรวมเศรษฐกิจ ส่วนการปรับตัวลงของราคาน้ำมันโลก แม้เป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน แต่ช่วยคลายแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศ

โดย WTI ปรับลดสู่ 77 เหรียญต่อบาร์เรล หลัง G7, EU และออสเตรเลีย มีมติคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม โดยจะบังคับใช้เพดานราคาน้ำมันรัสเซียที่ขนส่งผ่านเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ไม่รวมการขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมันให้อยู่ในกรอบ 60-75 เหรียญต่อบาร์เรล

โดยรายละเอียดปัจจัยบวกทั้งหมด คือ

1.ยุโรปเผยข้อมูลเศรษฐกิจอิงบวก นำโดย PMI ภาคผลิตเยอรมันเดือนพฤศจิกายนเพิ่มสู่ 46.7 จุด และ PMI ภาคโรงงานยูโรโซน และอังกฤษเดือนพฤศจิกายนเพิ่มสู่ 47.3 จุด และ 46.2 จุด ตามลำดับ

2.สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนตุลาคมเพิ่มมากกว่าค่าสู่ 6.32 แสนยูนิต ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนตุลาคมเพิ่มมากกว่าคาด +1% เทียบเดือนก่อนหน้า

3.สสว.เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SMEs เดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับ 53.1 แรงหนุนจากท่องเที่ยวฟื้นตัว และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง

4.ธนาคารออมสินรับช่วงต่อปรับเกณฑ์ Soft Loan Re-Open ดันกลไกกระตุ้นท่องเที่ยว เริ่มเปิดยื่นกู้วานนี้

ส่วนรายละเอียดปัจจัยลบ คือ

Advertisement

1.สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่น ม.มิชิแกน เดือนพฤศจิกายนลดสู่ 56.8 จุด ต่ำสุดรอบ 4 เดือน และสัญญาณก่อสร้างต่ำกว่าคาดสู่ 1.512 ล้านยูนิต ลดลง 3.3% เทียบเดือนก่อนหน้า ขณะที่ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 2.4 แสนราย

2.ศูนย์ข้อมูล มองตลาดบ้านปี 2566 ลดความร้อนแรงหลังสิ้นสุดมาตรการ LTV ดอกเบี้ยขาขึ้น โดยประเมินว่าในปีหน้าดัชนีตลาดอสังหาริมทรัพย์หมวดที่อยู่อาศัยจะหดตัวลง 8.95 จุด หรือลดลง 1.1% จากปี 2565

3.เซี่ยงไฮ้ยกเลิกงานประชุมอุตสาหกรรมรถยนต์หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโควิดในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

โดยกลยุทธ์ลงทุนแนะนำธีม 1.เปิดเมืองท่องเที่ยว+เศรษฐกิจไทยฟื้น MAKRO, ICHI, KISS, PTG 2.กลุ่มธนาคาร BBL, KKP, KTB 3.โครงสร้างพื้นฐาน BEM, CK 4.กระแสอีวี AH, EA, GPSC และ 5.Anticommodities อย่าง BGRIM, GULF

สำหรับหุ้นเด่นวันนี้แนะนำซื้อ KKP แนวรับ 69.75-70.25 บาท ราคาเป้าหมาย 72.50-74 บาท และ PTG แนวรับ 14.30-14.50 บาท ราคาเป้าหมาย 15.30-15.70 บาท