ต้นทุนการทำสงคราม เมื่อ “รัสเซีย” ติดกับดักในยูเครน

สงคราม
คอลัมน์​ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

สงครามในยูเครนดำเนินต่อเนื่องมากว่า 120 วันแล้ว และส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อมากขึ้นตามลำดับ เมื่อฝ่ายที่ถูกรุกรานและตกเป็นเบี้ยล่างตั้งแต่ตอนแรก เริ่มพลิกฟื้นสถานการณ์กลับเป็นฝ่ายรุก ยึดหัวเมืองคืนได้อย่างต่อเนื่อง

ยิ่งนานวันเข้า ยิ่งดูเหมือนว่ารัสเซียจะติดกับสงครามในยูเครนมากขึ้นทุกที จะล่าถอยถอนตัวออกมาก็ไม่ได้ จะรุกต่อก็ไม่ได้อีกเช่นกัน ยิ่งเรื่องเผด็จศึกให้เรียบร้อยยิ่งเป็นไปไม่ได้ในเวลานี้

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงสภาวะเศรษฐกิจในรัสเซียเองที่เริ่มแสดงให้เห็นภาวะยุ่งยากมากขึ้นตามลำดับ อันเป็นผลมาจากการแซงก์ชั่นของชาติตะวันตก ซึ่งแม้จะไม่สามารถบีบคั้นจนรัสเซียต้องหาหนทางตั้งโต๊ะเจรจายุติสงครามในเร็ววันได้อย่างที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดหวังกัน แต่ก็เริ่มบีบกระชับจนรัฐบาลรัสเซียอึดอัดมากขึ้น พร้อม ๆ กับความรู้สึกที่ว่า ต้นทุนในการทำสงครามยูเครนครั้งนี้แพงมากขึ้นตามลำดับ

ตัวเลขงบประมาณของรัสเซียสะท้อนสิ่งนี้ได้ชัดเจน ตามตัวเลขที่กระทรวงการคลังรัสเซียเผยแพร่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า ตอนสิ้นเดือนมิถุนายน 2022 ดุลงบประมาณของรัสเซียเกินดุลอยู่ถึง 1.37 ล้านล้านรูเบิล หรือราว 23,000 ล้านดอลลาร์ แต่พอถึงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ภาวะเกินดุลดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 137,000 ล้านรูเบิล หรือราว 2,300 ล้านดอลลาร์เท่านั้น



การจัดเก็บรายได้ของรัสเซียกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน รายได้จากน้ำมันดิบลดลงอย่างชัดเจน เมื่อราคาอ้างอิงในยุโรป ลดลงมากถึงราว 25% เทียบกับระดับที่เคยขึ้นสูงสุดเมื่อต้นเดือนมิถุนายน

ขณะเดียวกัน แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่การขายก๊าซธรรมชาติของรัสเซียให้กับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ก็ลดลงมากถึง 49% เมื่อเทียบกับปริมาณการขายเมื่อต้นปีนี้

ในทางตรงกันข้าม งบประมาณรายจ่ายกลับพุ่งขึ้นสวนทางกับรายได้อย่างชัดเจน ทั้งที่เป็นงบประมาณรายจ่ายด้านการทหารและงบประมาณเพื่อใช้ในมาตรการต่าง ๆ สำหรับบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการแซงก์ชั่นของโลกตะวันตก

“ยูนิส คลูเก” นักวิชาการอาวุโสของสถาบันเพื่อกิจการความมั่นคงและการต่างประเทศเยอรมนี ระบุว่า ข้อมูลตามเวลาจริงจากรัสเซีย แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลต้องหันมาใช้งบประมาณขาดดุลแล้วในขณะนี้ และแสดงความเชื่อมั่นว่า ช่องว่างระหว่างรายรับและรายจ่ายของรัฐบาลรัสเซียจะยิ่งถ่างกว้างมากขึ้นตามลำดับเมื่อต้นทุนของสงครามในยูเครนเพิ่มสูงขึ้น

คลูเกระบุว่า เดิมทีรัสเซียจัดวงเงินงบประมาณด้านการทหารสำหรับปีนี้ไว้ที่ 3.5 ล้านล้านรูเบิล แต่ถึงแค่เดือนกันยายนนี้ ค่าใช้จ่ายจริง ๆ ด้านการทหารก็เกินวงเงินงบประมาณที่จัดสรรไว้ไปแล้ว

เวโดมอสติ หนังสือพิมพ์รายวันเชิงธุรกิจในรัสเซีย รายงานเมื่อไม่นานมานี้โดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลว่า กระทรวงการคลัง ร้องขอให้หน่วยงานรัฐบาลทุกหน่วยปรับลดงบประมาณรายจ่ายลง 10% ในปี 2023 ยกเว้นกระทรวงกลาโหมที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นแน่นอน

เศรษฐกิจโดยรวมของรัสเซียในไตรมาสล่าสุด คือระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. หดตัวลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งแม้จะห่างไกลกับที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้ว่า ผลของการแซงก์ชั่นจะทำให้เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวมากถึง 15% แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลจากการแซงก์ชั่นได้เป็นอย่างดี

เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งของสหรัฐอเมริกาและของสหภาพยุโรป เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจของรัสเซียจะได้รับผลกระทบจากการแซงก์ชั่น และจะเริ่มรู้สึกเผชิญกับภาวะเลวร้ายจากการแซงก์ชั่นนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 หรือไม่ก็อาจจะเร็วถึงขนาดในราวไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ก็เป็นได้

นอกจากภาวะขาดดุลงบประมาณ ปัญหาจะส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างมากขึ้นตามลำดับ เมื่อหลายบริษัทต้องปิดตัวหรือล้มละลาย แรงงานไม่มีรายได้ ตกงาน ซึ่งรัฐบาลอาจจำเป็นต้องทุ่มงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบ ซึ่งในเวลานี้เป็นปัญหาหนักใจสำหรับทางการรัสเซียมากที่สุด

พร้อมกันนั้นรายได้จากน้ำมันของรัสเซียซึ่งในเวลานี้แทบจะเป็นหัวใจสำคัญในการจัดเก็บรายได้ของประเทศ ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากระดับที่รายได้เมื่อปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า รายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมันนี่เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาลรัสเซียยังคงยืนหยัดอยู่ได้ในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ด้านอื่น ตกอยู่ในสภาพชะงักงันหรือไม่ก็ถูกแช่แข็งไปทั้งหมดแล้วอันเป็นผลมาจากแซงก์ชั่น


สถานการณ์ทั้งหมดนั้นจะส่งผลฉุดรั้งอุตสาหกรรมการผลิตให้ทรุดตัวลงต่อเนื่องไปอีก และจะเป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจของประเทศโดยตรงในอนาคตอันใกล้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ