เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
ดูทั้งหมด

แพ็กเกจใหม่ “เน็ตฟลิกซ์-ดิสนีย์” สะเทือนเม็ดเงินโฆษณาทีวี

20 ต.ค. 2565 | 19:32น.
เน็ตฟลิกซ์
คอลัมน์ : Market Move

การที่ “เน็ตฟลิกซ์” และ “ดิสนีย์ พลัส” สองยักษ์แห่งวงการสตรีมมิ่งซึ่งมีฐานผู้ชมทั่วโลกรวมกันเกือบ 400 ล้านคน ประกาศหันมาฉายโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างรายได้เสริม ร่วมกับโมเดลสมาชิกรายเดือนที่ใช้อยู่เดิม โดยเน็ตฟลิกซ์ ประกาศดีเดย์ในวันที่ 3 พ.ย. 65 นี้ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย บราซิล ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี เม็กซิโก สเปน และสหราชอาณาจักร ในราคา 6.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ส่วน ดิสนีย์ พลัส จะเริ่มใช้งานแพ็กเกจใหม่แบบมีโฆษณาในวันที่ 8 ธ.ค. 65 นี้ ในราคา 7.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนนั้น

ไม่เพียงส่งผลต่อผู้ใช้งานทั่วไป แต่ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะกระทบต่อวงการโฆษณา โดยเฉพาะเรื่องเม็ดเงินในวงการโฆษณาทีวีอีกด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ขณะนี้บริษัทเอเยนซี่โฆษณาหลายแห่งต่างจับตาความปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการสตรีมมิ่งนี้ พร้อมคาดการณ์ว่าจะมีทั้งผลเชิงบวกและลบต่อตลาดและผู้เกี่ยวข้องในวงการ ทั้งแบรนด์สินค้า-บริการที่เป็นผู้ซื้อหลักของวงการโฆษณา และสื่อทีวีซึ่งกำลังจะถูกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งดิสรัปต์อีกเป็นครั้งที่สอง

สำหรับผลเชิงบวกจะมาในรูปแบบของขนาดตลาดโฆษณาที่จะขยายตัวขึ้นอย่างมหาศาล หลัง เน็ตฟลิกซ์ และ ดิสนีย์ พลัส เปิดขายสลอตเวลาโฆษณาบนแพลตฟอร์มของตน กลายเป็นพื้นที่ใหม่ให้เม็ดเงินหลั่งไหลเข้าไป โดยมีจำนวนผู้ชมมหาศาลระดับร้อยล้าน หลังปัจจุบันเน็ตฟลิกซ์มีสมาชิกประมาณ 220 ล้านบัญชี ส่วนดิสนีย์พลัสมีประมาณ 152 ล้านบัญชี เป็นแม็กเนตดึงดูดสินค้าและบริการที่ต้องการเข้าถึงคนเหล่านี้ให้มาซื้อโฆษณา

ตามเอกสารภายในที่เปิดเผยโดยวอลล์สตรีตเจอร์นัล เน็ตฟลิกซ์วางเป้าว่าจะมีสมาชิกแบบชมโฆษณาจำนวนอย่างน้อย 40 ล้านบัญชี ภายในไตรมาสสามของปี 2566 ส่วนเป้าหมายของ ดิสนีย์พลัส นั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมา

ทั้งนี้ “รอส เบเนส” นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัย อินไซเดอร์ อินเทลลิเจนต์ ประเมินว่า ภายใน 2 ปีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะสามารถทำรายได้จากโฆษณาเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ยูทูบซึ่งมีสถานะเป็นทั้งแพลตฟอร์มวิดีโอแชริ่ง และโทรทัศน์ออนไลน์ซึ่งให้บริการมาอย่างยาวนานนั้น เมื่อปี 2564 มีรายได้จากโฆษณา 2.88 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของมูลค่าตลาดโฆษณาทีวีนั้น สตาทิสตา บริษัทผู้เก็บข้อมูลการตลาด คาดว่าปี 2565 นี้เม็ดเงินสำหรับการโฆษณาผ่านสื่อทีวีทั่วโลกจะมีมูลค่า 1.59 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน “เควิน คริม” ผู้บริหารของบริษัทวิเคราะห์การตลาด อีดีโอ กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ทุกคนในวงการโฆษณายังพูดกันอยู่ว่า โมเดลเก็บค่าสมาชิกรายเดือนของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะทำลายตลาดโฆษณา แต่แนวโน้มการเติบโตนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าความกังวลนั้นไม่จริง

อย่างไรก็ตาม ในกระแสการเติบโตนี้ มาพร้อมความท้าทายสำหรับวงการสื่อทีวี ซึ่งต้องขับเคี่ยวกับสตรีมมิ่งเพื่อชิงเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มอีกหนึ่งแนวรบ จากเดิมที่ต้องแข่งขันชิงคอนเทนต์และฐานผู้ชมมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว อีกทั้งครั้งนี้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยังมีข้อได้เปรียบหลายด้านอีกด้วย

“โคลิน ไดคอน” ผู้ก่อตั้งและหัวหน้านักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัย เอ็น สกรีน มีเดีย อธิบายว่า การเปิดขายโฆษณาของสองยักษ์สตรีมมิ่ง กลายเป็นช่องทางที่ช่วยให้แบรนด์สามารถกลับไปสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคที่เลิกดูทีวีธรรมดาไปแล้วได้อีกครั้ง หลังจากขาดการติดต่อกันไปนาน ตั้งแต่สตรีมมิ่งเริ่มได้รับความนิยม อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงได้ในช่วงที่คนเหล่านี้สนใจรับสื่อมากที่สุดอีกด้วย

ขณะเดียวกัน การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ยังอำนวยความสะดวกให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับผู้ชมในตลาดใดก็ได้ทั่วโลกแบบวันสต็อปเซอร์วิส โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินสายเจรจากับสื่อท้องถิ่นในแต่ละประเทศเป็นครั้ง ๆ

แม้แต่สถานีทีวีใหญ่ ๆ ของสหรัฐ อย่าง ซีบีเอส เอ็นบีซี และฟ็อกซ์ ต่างคาดว่าหลังจากนี้เม็ดเงินโฆษณาจะถูกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งดึงออกไป เนื่องจากแบรนด์จะหันไปทำโฆษณาล้อไปกับซีรีส์ดังอย่าง สเตรนเจอร์

“ดัลลาส ลอเรน” รองประธานอาวุโสของแซมบาทีวี บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลสื่อกล่าวว่า นอกจากจะสามารถส่งโฆษณาไปหาผู้ชมได้แบบตลอดเวลาและทุกสถานที่ รวมถึงสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนแล้ว การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยังทำให้แบรนด์และเอเยนซี่ได้รับข้อมูลอินไซต์ของผู้ชมที่ละเอียดกว่าทีวีธรรมดา

นอกจากนี้ ยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องรูปแบบ ความยาว และจังหวะที่จะฉายโฆษณา เหมือนการลงโฆษณาในสื่อทีวีธรรมดา ไปจนถึงการเปิดกว้างเรื่องการร่วมสร้างคอนเทนต์อีกด้วย

“ไม่ใช่เรื่องแปลกที่การเปิดโมเดลรับชมแบบมีโฆษณาครั้งนี้ จะทำให้เราได้เห็นปรากฏการณ์การอพยพครั้งใหญ่ของโฆษณาที่ย้ายจากทีวีธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง จนทำให้ปริมาณเม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวีลดลง”