คอลัมน์ : Pawoot.com ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
ตอนนี้เราจะเริ่มเห็นป้ายหาเสียงของพรรคต่าง ๆ เต็มไปหมดแล้ว นอกจากจะเห็นนโยบายต่าง ๆ ออกมา ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าขนาดของป้ายจะลดลงมาประมาณครึ่งหนึ่ง ผมว่ามีอิทธิพลมาจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดที่คุณชัชชาติได้รับเลือกไป
ที่ผ่านมาเริ่มมีหลาย ๆ สื่ออยากให้ผมเข้าไปคุยเกี่ยวกับนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในแง่เทคโนโลยี เท่าที่ผมรีวิวนโยบายของพรรคการเมืองแบบเร็ว ๆ พบว่านโยบายของหลายพรรคยังไม่ได้ลงไปถึงเรื่องของเทคโนโลยีมากนัก
วันนี้ทุกพรรคน่าจะลงนโยบายภาพรวม ๆ ไปในเชิงเรื่องของปากท้องประชาชนมากกว่า เพราะว่าทุกพรรคน่าจะพยายามเฟ้นหานโยบายที่โดนใจกลุ่มคนรากหญ้าหรือคนส่วนใหญ่มากกว่า
แต่จริง ๆ ผมสนใจกลุ่มพวก new vote หรือกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ได้เลือกตั้งใหญ่ ๆ มานาน ตั้งแต่เมื่อปี 2554 สมัยคุณยิ่งลักษณ์จนมาถึงปี 2562 คือเมื่อ 4 ปีที่แล้วถึงได้มีการเลือกตั้งครั้งแรก แต่ครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งเนื่องจากมีการยุบสภา
เท่าที่ผมดูนโยบายในครั้งนี้ก็จะเป็นนโยบายแบบประชานิยม และโดยส่วนตัวมองว่าจะเป็นนโยบายที่จะสร้างนิสัยบางอย่างให้กับประชาชน สำหรับคนที่ทำธุรกิจมาที่ยืนด้วยสองมือสองขาของตัวเองที่บางครั้งเราไม่ได้ไปพึ่งใคร ทำให้มองว่าทำไมนโยบายบางอย่างมันลดแลกแจกแถมเหลือเกิน
เท่าที่ผมติดตามก็ทราบว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็เริ่มออกมาพูดในเรื่องของหลาย ๆ นโยบายที่มีลักษณะออกไปช่วยเหลือ ลดแลกแจกแถม หรือมีการพักหนี้ พักดอกเบี้ย ฯลฯ จริง ๆ ต้องกลับมาดูสาเหตุด้วยว่าทำไมถึงมีหนี้ ประสิทธิภาพในการทำเกษตรกรรมเป็นอย่างไรกันแน่
อย่างล่าสุดผมได้มีโอกาสทำงานกับคุณป้าคนหนึ่งที่แกก็เป็นคนที่เกษียณอายุแล้ว ผมเป็นคนที่เวลาทำงานจะใช้เครื่องมือดิจิทัลเต็มไปหมด แต่เมื่อไปทำงานกับผู้สูงอายุก็ต้องยังใช้กระดาษ ยังใช้การทำงานแบบแมนวลอยู่ จึงคิดว่าหากเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้คนทำงานราชการหรือเอกชนกว่าครึ่งประเทศหันมาใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นได้ เห็นได้ชัดเลยว่าประสิทธิภาพของประเทศจะยกระดับขึ้นได้มาก
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เป็นหน่วยงานที่พยายามกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐหันมาใช้เรื่องของเทคโนโลยีมากขึ้น จนถึงกับมีกฎหมายออกมาว่ารัฐจะต้องโอบรับและนำเทคโนโลยีเข้ามาในองค์กรมากขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายที่ดี
หรือแม้แต่ตอนนี้ที่มีแอปพลิเคชั่นบางตัวที่ถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ดีคือ D.DOPA แอปพลิเคชั่นบัตรประชาชนดิจิทัลและทะเบียนบ้านดิจิทัลที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อ “ThaID” หรือ “ไทยดี” ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้น ถ้าคุณอยากจะก้าวทันเทคโนโลยีต้องหัดใช้ก่อน
ลองไปดาวน์โหลดแอปนี้ได้เลย สามารถลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง โดยถ่ายบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าผ่านกล้องโทรศัพท์เพื่อยืนยันตัวตน หรือลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่ โดยไปที่สำนักงานเขตขอรับบริการการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตน
เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วเราจะสามารถมีบัตรประชาชนรวมถึงทะเบียนบ้านอยู่ในแอปพลิเคชั่นนี้ ซึ่งต่อไปแอปนี้จะมีคิวอาร์โค้ดที่ใช้สแกนได้ นั่นหมายถึงเมื่อเราไปใช้บริการต่าง ๆ กับภาครัฐ จากเดิมที่ต้องใช้บัตรประชาชนในการยื่นหรือเสียบเข้ากับเครื่อง ต่อไปจะเป็นการใช้คิวอาร์โค้ดสแกนได้เลย ผมเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาภาครัฐทำได้ดีเลยทีเดียว
อีกอันคือใบขับขี่ดิจิทัล ดาวน์โหลดได้เลยที่แอปชื่อว่า DLT QR Licence กรมการขนส่งทางบกทำขึ้นมา ใครที่มีใบขับขี่รุ่นใหม่ ๆ ที่มีคิวอาร์โค้ดอยู่ด้านหลังสามารถใช้แอปนี้สแกนเพื่อให้ใบขับขี่เข้าไปในแอปได้เลย ตอนนี้มีกฎหมายรองรับแล้วว่าสามารถใช้ใบขับขี่ดิจิทัลทดแทนใบขับขี่ตัวจริงได้หากโดนเรียกตรวจ
นั่นหมายถึงหากเราเดินทางไปที่ไหนก็ตามในราชอาณาจักรไทย มีแอป D.DOPA หรือ “ThaID” บัตรประชาชนดิจิทัลและทะเบียนบ้านดิจิทัล และมีแอปของกรมการขนส่งทางบกคือ DLT QR Licence ก็สามารถมีใบขับขี่ดิจิทัลได้ด้วย
ผมเชื่อว่าในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เรามีการเปลี่ยนกฎหมายและมีการพัฒนาเรื่องเหล่านี้ออกมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเลย ฉะนั้น รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์กำลังจะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นเรื่องที่น่าสนใจในเชิงของนโยบายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่การต่อยอดจากของเดิมเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก
หากให้ผมมองนโยบายของพรรคต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ ก็คือการต่อยอดจากของเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น สิ่งที่รัฐทำไว้อยู่แล้วอย่างบัตรประชาชนดิจิทัล ทะเบียนบ้านดิจิทัล หรือใบขับขี่ดิจิทัล ผลักดันให้เป็นสิ่งที่แพร่หลายในประเทศ เหมือนกับที่มีพร้อมเพย์ใช้กันทั้งประเทศ
นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่หรือพรรคการเมืองที่จะเข้ามาควรเอาสิ่งนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะผลักดันประเทศให้โตไปได้เร็วขึ้น