Skip to content

สัญญาณบวก

15 มิ.ย. 2566 | 07:12น.
สัญญาณบวก
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อมร พวงงาม

จำได้ว่าสมัย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่งรองนายกฯ ใช้งบฯกลางเกือบ 3 พันล้านบาท ผลักดันมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์

โดยลดภาษีผู้ผลิตและให้เงินอุดหนุนผู้ซื้อ 1.5 แสนบาท สำหรับรถ 4 ล้อ และ 8 หมื่นบาทสำหรับ 2 ล้อ

ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่คนไทยกำลังสนุกและตื่นเต้นกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบไม่เคยมีมาก่อน

ช่วงนั้น ปรากฏชื่อ “อรุณพลัส” บริษัทลูกของ ปตท. ที่ร่วมทุนฟ็อกซ์คอนน์ ฯ จากจีนเตรียมตั้งโรงงานรับจ้างผลิตรถอีวีทุกยี่ห้อ

ไม่ว่าจะทำข่าวรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มไหน โดยเฉพาะสตาร์ตอัพแบรนด์จีน พูดคล้าย ๆ กันหมดว่าพร้อมบุกตลาดโดยจ้าง “อรุณพลัส” ผลิต

ยกเว้นแบรนด์ “MG” ที่มีโรงงานของตัวเองบนพื้นที่ EEC รวมถึง “เกรท วอลล์ฯ” ที่ทุ่มเทกโอเวอร์ศูนย์การผลิตรถยนต์เชฟโรเลต ที่ จ.ระยอง ไปก่อนหน้านี้

คน “อรุณพลัส” ยังทยอยอัพเดตความเคลื่อนไหวกันแบบรัว ๆ ระบุชัดมีทั้งแบรนด์จีน แบรนด์ญี่ปุ่น รวมถึงยุโรป ทาบทามขอเป็นลูกค้า มั่นใจว่าโรงงานผลิตรถ EV บนพื้นที่ EEC กว่า 350 ไร่ กำหนดผลิตรถ EV ออกสู่ตลาดได้ภายในปี 2567 มีกำลังการผลิตที่ 50,000 คัน/ปี

และจะขยายกำลังการผลิตไปถึง 150,000 คัน/ปี ภายในปี 2573 บรรลุเป้าแน่นอน

แต่ช่วง “โควิด” ข่าวคราว “อรุณพลัส” กลับหายเข้ากลีบเมฆไปซะอีก

แถมยังมีแบรนด์จีน หลายยี่ห้อโบกมือลาขอไปใช้บริการโรงงานอื่นแทน

แม้ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 “อรุณพลัส” ประกาศดีเดย์ตอกเสาเข็มโรงงาน แต่ยังไม่ปรากฏข่าวว่ามีพันธมิตรค่ายรถยนต์แบรนด์ใดเลือกใช้บริการ

จนกระทั่งต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “อรุณพลัส” บรรลุข้อตกลงกับ CATL ยักษ์ด้านแบตเตอรี่จากจีน ซึ่งทุ่มเม็ดเงินราว 3,600 ล้านบาท ตั้งโรงงานแบตเตอรี่ Cell-To-Pack ในบ้านเรา กำหนดเดินสายการผลิตภายในปี 2024 ด้วยกำลังการผลิต 6 จิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี พร้อมประกาศเริ่มก้าวแรกสู่การเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ครบวงจรของอาเซียน ทำให้ประกายความเฉิดฉายของ “อรุณพลัส” หวนกลับมาอีกครั้ง

เป้าหมายของ ปตท. ที่ต้องการช่วยเสริมศักยภาพด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้กับประเทศไทย และเพื่อสนับสนุนนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอนและมีส่วนร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ค่อยชัดเจนขึ้นมาอีกนิด