บทบาท HR ในอนาคต บริหารคน+องค์กรมุ่งสู่โลกดิจิทัล

ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา-วิเชียร ชนาเทพาพร-สุนทร เด่นธรรม-สันติสุข กุลปิยะ
ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา-วิเชียร ชนาเทพาพร-สุนทร เด่นธรรม-สันติสุข กุลปิยะ

โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อระบบการทำงาน ทั้งยังเป็นตัวเร่งให้เกิด HR transformation จนทำให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยนความยืดหยุ่นในการทำงานอย่างอัตโนมัติ ทั้งนั้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยเหตุนี้ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) จึงจัดงาน “Thailand HR Tech 2022 Expo”

ปีนี้จัดภายใต้ธีม “Let’s Create Human-first Technology for Humanity” ในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2565 เพื่อรวบรวมเทคโนโลยีโซลูชั่น องค์ความรู้ และเครื่องมือที่ช่วยให้ “คน” ในองค์กรเก่งขึ้น และมีความสุขมากขึ้น

โดยมีผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับวงการเอชอาร์ ได้แก่ บริษัท ท็อปกัน จำกัด บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) และบริษัท Darwinbox Thailand จำกัด

“ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา” นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) กล่าวว่า ช่วงโควิด-19 เมื่อ 2-3 ปีผ่านมา รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป และทำให้เรื่องของเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ หลายองค์กรจึงลองผิดลองถูกกับการเลือกใช้เทคโนโลยี เพื่อทำให้การบริหารทรัพยากรมนุษย์มีศักยภาพมากขึ้น

งาน Thailand HR Tech 2022 Expo จึงเป็น game changer ของการบริหารคนในทุกองค์กร และคาดว่างานนี้น่าจะอยู่ในความสนใจของ HR มากกว่า 15,000 คน Thailand HR Tech Expo ปีนี้ จะปิดทุก pain point และอัพเลเวลคนทำงานเอชอาร์ไปสู่การวางกลยุทธ์องค์กรอย่างเต็มตัว โดยจะช่วยการเปลี่ยนผ่านเอชอาร์ทั้งระบบ เปลี่ยนการบริหารคนให้เก่งขึ้น ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น โดยมีกิจกรรมเด่น ๆ หลายเรื่องด้วยกัน

หนึ่ง HR Tech Conference : เวทีเสวนาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่องานด้านการจัดการ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุค new world of work กว่า 70 หัวข้อ

สอง HR Tech Booths & Exhibition : นิทรรศการเต็มรูปแบบกว่า 100 บูท บนพื้นที่ 7,000 ตร.ม. ที่นำเสนอนวัตกรรมด้านเอชอาร์

สาม Tech for Wellbeing : การดูแลสุขภาพกาย และใจของพนักงาน ร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติ แนวคิด และเทคโนโลยี เพื่อช่วยปรับปรุงให้พนักงานมีความสุขและพร้อมต่อการขับเคลื่อนองค์กร

สี่ HR Teach Pitching Contest : เวทีให้สตาร์ตอัพได้ปล่อยของ เสนอแนวคิดธุรกิจเพื่อพิชิตโอกาสร่วมลงทุนกับ venture capital

“วิเชียร ชนาเทพาพร” ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ท็อปกัน จำกัด ผู้บริหารแพลตฟอร์มการรับสมัครคนออนไลน์ Job TopGun กล่าวเสริมว่า ท็อปกันโดดเด่นในการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน เพื่อให้คนและองค์กรมีชีวิตที่ดีขึ้นใน 4 แนวทาง คือ

Advertisement

หนึ่ง หาคนต้องได้คน การหาคนไม่ใช่เพียงแค่ประกาศ แล้วรอให้คนมาสมัคร แต่ไปถึงจุดที่เราเข้าไปถึงฐานข้อมูล เพื่อเฟ้นหาคนที่ดีที่สุด โดยสิ่งที่ทำให้ Job TopGun แตกต่างคือความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ทำให้มีความรวดเร็วในการหาจากฐานข้อมูลที่ก้อนใหญ่มาก

นอกจากนั้น เรายังมีฐานข้อมูลผู้สมัครมากที่สุดเป็น 2 เท่า เพราะเราเก็บฐานข้อมูลมา 20 ปีจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จนทำให้เรามี 4 ล้านกว่ารายชื่อผู้สมัคร ทั้งยังมีตัวกรองมากกว่า 11 ตัวกรอง มากกว่าที่มีในท้องตลาด เพื่อทำให้ชีวิตการทำงานของ HR ดีขึ้น

สอง academy เพื่อนคู่คิดคอยแก้ปัญหาเอชอาร์ ที่จะทำหน้าที่คู่คิดในการค้นหาข้อมูล สอนการใช้ซอฟต์แวร์ การจัดการกระบวนการสรรหา โดยร่วมกับสถาบันการศึกษา 100 กว่าคณะ เพื่อสร้างระบบการศึกษาให้นักศึกษามีโอกาสเรียนรู้ที่ตรงกับสายงาน จบออกมาแล้วทำงานได้เลย

สาม นำซอฟต์แวร์มาจัดการระบบการสมัครพนักงาน ตั้งแต่ตรวจเช็กใบสมัคร ส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้อง ลงตารางนัดสัมภาษณ์ บันทึกผล ว่าจ้าง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมดในระบบก้างปลา จึงทำให้เอชอาร์มีผลงาน สามารถรายงานข้อมูลอัพเดตส่งตรงถึงมือผู้บริหารทุกขั้นตอน

สี่ การเชิญคนมาสัมภาษณ์ ตรงนี้เป็นเรื่องยาก เพราะการให้คนมาสัมภาษณ์ขึ้นอยู่กับ corporate branding หรือ employer branding เราต้องทำให้ถูกคน ถูกเวลา และถูกที่ Job TopGun จึงพัฒนาระบบ “You say, HR say” ซึ่งเป็นการรีวิวบริษัทว่าบริษัทไหนมีมาตรฐานที่ดี ในเรื่องของชีวิตดี งานดี เงินดี สังคมดี มีรีวิว 20,000 รีวิว ยกย่องเชิดชูบริษัทที่มีมาตรฐานเหนือกว่าตลาด ทำให้เวลาเอชอาร์โทร.ไปนัดสัมภาษณ์ ผู้สมัครตอบรับคำเชิญง่ายขึ้น

“สุนทร เด่นธรรม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คนมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร ถ้าไม่มีคนที่ใช่ คนที่ดี คนที่เก่ง และเหมาะกับองค์กร สิ่งต่าง ๆ ที่องค์กรให้ความสำคัญจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้

กระบวนการดูแลพนักงานมาจาก mindset ขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับคน ดังนั้น องค์กรต้องเปลี่ยนตัวเอง ลงทุนกับคนมากขึ้น จากที่เคยเน้นการสร้าง productivity ให้สูงขึ้นด้วยการใช้ซอฟต์แวร์หรือไอที เพื่อจะได้ใช้คนน้อยลง ทำงานได้มากขึ้น แต่โลกกำลังเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของการโฟกัสที่คน (employee centric) ว่าทำอย่างไรให้พนักงานสามารถทำงานอย่างมีความสุข ทำอย่างไรถึงจะดึงดูดคนเก่งมาสมัครงาน คัดเลือกอย่างไร และบ่มเพาะอย่างไร

นอกจากนั้น หากจะเก็บรักษาพนักงานไว้ ต้องเน้นสร้างการมีส่วนร่วม และวัฒนธรรมองค์กร เพราะองค์กรลงทุนมหาศาลกว่าจะปั้นคนเก่ง ๆ ได้คนหนึ่ง เสร็จแล้วคู่แข่งนำเอาไปใช้งานสำเร็จรูป อันนี้คือความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ขององค์กรที่ไม่สามารถเก็บรักษาคนเก่งไว้ได้

“ผมเชื่อว่าเราเคยได้ยินแนวทาง flexi benefit (การให้สวัสดิการแบบยืดหยุ่น) ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศพัฒนาแล้วในโลกฝั่งตะวันตก ซึ่งเมืองไทยพยายามทำตาม แต่ล้มเหลวเพราะไม่มีแพลตฟอร์มมารองรับ จึงทำให้เอชอาร์ทำงานลำบากขึ้น เพราะต้องมาเก็บข้อมูลรายคน

เนื่องจากพนักงานแต่ละคนสามารถเลือกสวัสดิการตามแบบของตนเอง แต่ flexi benefit เป็นสิ่งที่องค์กรหลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคนี้ ยิ่งถ้าต้องการเป็นองค์กรชั้นนำที่ซื้อใจพนักงานได้ ก็คงต้องทำเรื่องนี้ด้วย”

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ “digital transformation” ทำให้ชุดทักษะบางอย่างของพนักงานเอชอาร์หมดความสำคัญลง เพราะเทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างอัตโนมัติมากขึ้น พนักงานสามารถถึงบริการต่าง ๆ ด้านเอชอาร์ด้วยตัวเองผ่านเครื่องมือเทคโนโลยี ทำให้งานแอดมินเอชอาร์บางส่วนไม่มีความหมายกับองค์กร นอกจากนั้น บางองค์กรหันไปใช้ outsource ทำงานหลายอย่างที่จำเจแทน เช่น pay roll จึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาทำ

ดังนั้น ทีมเอชอาร์ต้องพัฒนาทักษะแล้วไปทำเรื่องกลยุทธ์แทน เพื่อให้มีอนาคตต่อไป เพราะทางออกคงไม่ใช่เลย์ออฟ แต่ต้อง reskill-upskill เพื่อเอชอาร์จะได้เป็นหัวใจสำคัญของ digital transformation จนกลายเป็นคู่คิดของผู้บริหารในเชิงกลยุทธ์

“สันติสุข กุลปิยะ” หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท Darwinbox Thailand จำกัด กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมาการบริหารคนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา องค์กรต้องมีความยืดหยุ่นสูงมาก ต้องมีความพร้อม เพราะปัจจุบันคนเก่งเป็นของหายาก มีค่ามากกว่าทอง การเฟ้นหาคนเก่งนับวันจะมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ การดึงดูดคนให้มาอยู่กับองค์กรจึงมีความสำคัญมาก ๆ ซึ่งการดึงคนเก่งต้องเข้าใจธรรมชาติของคนทำงานยุคนี้ด้วย

สาเหตุที่คนลาออกมาจากหลัก ๆ คือองค์กรมองไม่เห็นความสำคัญ พนักงานไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินเดือน แต่แค่ทำงานหนัก ทำงานดี องค์กรยังไม่รู้เลย องค์กรจึงต้องหาวิธี จับคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานให้ได้ และการไม่รักษาคน ต้องปรับมาใช้ระบบการบริหารคนที่มีความคล่องตัวสูง

“Darwinbox คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ระบบโซลูชั่นของเราจะเน้นการดูแลคนตั้งแต่รับเข้ามา จาก hire to retire พัฒนาให้เติบโต สร้างความผูกพันกับองค์กร มีระบบประเมินผลที่ชัดเจน ทำให้คนเก่งเป็นกำลังสำคัญขององค์กรต่อไป”

นับว่าการทำงานในโลกยุคใหม่ “เทคโนโลยี” กับ “คน” ได้ผสานเป็นเนื้อเดียวกันมากขึ้น ฉะนั้น ก้าวต่อไปของผู้ทำงานด้านเอชอาร์จะต้องรับใช้โลกดิจิทัลมากขึ้นอย่างแน่นอน