เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
Real Estate SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ดูทั้งหมด

ฟื้นเหมืองโปแตชชัยภูมิทุนใหม่ต่อยอดแบตอีวี

02 มี.ค. 2566 | 07:36น.
เหมืองแร่โปแตช

คืนชีพเหมืองโปแตชชัยภูมิ ยักษ์พลังงานสนใจร่วมลงทุน หวังต่อยอดผลิตแบตเตอรี่รถอีวี หลังศึกษาพบ “แร่โพแทช” ผลิตแบตชนิดโพแทสเซียมไอออนได้ ไม่ต้องพึ่งนำเข้า “ลิเทียม” ราคาแพง รอคลังเรียกชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุน พร้อมเดินหน้าโครงการเหมืองตลอดอายุประทานบัตรที่เหลือ 16 ปี

การพลิกฟื้นโครงการเหมืองแร่โปแตชที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ได้กลับเข้ามาอีกครั้ง หลังจากที่ กระทรวงการคลัง โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทมีแผนที่จะเรียกชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเปิดดำเนินการทำเหมืองต่อ หลังจากที่บริษัทต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

19 ปีเหมืองโปแตชชัยภูมิ

โครงการทำเหมืองแร่โปแตชที่จังหวัดชัยภูมิ ถูกริเริ่มขึ้นจากข้อตกลงพื้นฐานว่าด้วยโครงการอุตสาหกรรมอาเซียน ภายใต้โครงการอุตสาหกรรมอาเซียน กำหนดให้ประเทศเจ้าของโครงการร่วมลงมุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของยอดเงินลงทุน โดยมีสัดส่วนที่เป็นเงินลงทุนจากรัฐบาลเจ้าของโครงการไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 20 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 40 เป็นเงินลงทุนของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเสนอโครงการทำเหมืองแร่โปแตชที่ อ.บำเหน็จณรงค์ ในปี 2532

บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ ได้ยื่นขอประทานบัตรในเดือนตุลาคม 2547 และได้รับอนุญาตประทานบัตรในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ในเนื้อที่ 9,708 ไร่ โดยจะดำเนินการทำเหมืองด้วยวิธีการทำเหมืองใต้ดินแบบห้องสลับค้ำยัน (room and pillar) และแจ้งแผนการแต่งแร่ด้วยวิธีการละลานด้วยความร้อนและตกผลึก พร้อมคาดการณ์ปริมาณสำรองแร่โพแทชชนิดคาร์นัลลิไทท์ (KCl.NaCI.MgCl2 6H2O) ประมาณ 429 ล้านตัน หรือมีปริมาณ KCI ประมาณ 67.7 ล้านตัน มีแผนการผลิต 1.1 ล้านตัน/ปี ปริมาณผลผลิตตลอดโครงการประมาณ 17.33 ล้านตัน

บริษัทได้จัดทำแผนการดำเนินการทำเหมือง กำหนดแผนการลงทุนในอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 70 : 30 แบ่งเป็นส่วนของทุนประมาณร้อยละ 30 และเงินกู้ร้อยละ 70 มีระยะเวลาการดำเนินโครงการประมาณ 3 ปี ภายหลังก่อสร้างเหมืองเสร็จแล้ว บริษัทคาดการณ์จะสามารถขุดแร่โพแทชในปีแรกได้ในปริมาณ 596,000 ตัน และในปี 2563 จะขุดแร่ได้เต็มกำลังการผลิตที่ 1.235 ล้านตัน/ปี แต่ปรากฏผลการดำเนินการทำเหมืองไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยในปี 2564 บริษัทประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนถึงขั้นไม่สามารถจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานได้

ประกอบกับมีการเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนนำไปสู่การเตรียมการที่จะเลิกบริษัท แต่ในเดือนสิงหาคมปี 2565 บริษัทแจ้งว่า มีนักลงทุนรายใหม่จำนวน 2 รายสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียน ดังนั้นบริษัทจึงวางแผนที่จะเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเพื่อที่จะดำเนินโครงการต่อไป และมีเงินทุนในการจ้างที่ปรึกษา โดยสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียน และรัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณในโครงการนี้ประมาณ 4,000 ล้านบาท

อ้างทดแทนการนำเข้าแม่ปุ๋ย

มีรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเข้ามาว่า จากการหารือกับบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ แจ้งว่า โครงการจะมีกำลังการผลิตแร่โพแทชประมาณ 1.235 ล้านตัน/ปี ใช้เวลาพัฒนาโครงการ 3 ปี และสามารถผลิตแร่ได้ประมาณ 13.5 ปี (สิ้นสุดประทานบัตรวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2583) พร้อมกับแจ้งเหตุผลสำคัญของการทำเหมืองแร่โปแตชอีกด้วยว่า จะสามารถทดแทนการนำเข้า “แม่ปุ๋ยโพแทสเซียม” จากต่างประเทศได้ทั้งหมดถึงประมาณ 700,000-800,000 ตัน และยังช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยโพแทสเซียมในราคาที่ถูกลงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20-30

อย่างไรก็ตาม บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ ได้ประมาณการเงินลงทุนในช่วงระหว่างการก่อสร้างอยู่ที่ 63,800 ล้านบาท ประมาณการอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (IRR) ที่ร้อยละ 15.42 และมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ที่ 11,888 ล้านบาท โดยสมมุติฐานรายได้ของโครงการใช้ราคาปุ๋ยโพแทสเซียมจากราคาตลาดโลก รวมค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่า premium (free on board Vancouver) อยู่ที่ 612 เหรียญ/ตันจนถึงปี 2571 ต่อจากนั้นปรับลดเป็น 450-514 เหรียญ/ตันจนถึงปี 2582 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดสัมปทาน

“บริษัทจะต้องใช้แหล่งเงินทุนจากส่วนทุนร้อยละ 30 เป็นเงิน 19,132 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นส่วนของกระทรวงการคลังในสัดส่วนร้อยละ 20 คิดเป็นเงินประมาณ 3,826 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน และเฉพาะไตรมาส 1/2566 บริษัทจะเรียกชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุน เริ่มต้นจำนวนประมาณ 1,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนของกระทรวงการคลังที่จะต้องจ่ายประมาณ 300 ล้านบาท

โดยเงินจำนวน 1,500 ล้านบาทนี้จะใช้ชำระหนี้สินของบริษัทบางส่วน และใช้เป็นเงินหมุนเวียนเพื่อดำเนินการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายดำเนินการ (SG&A) จำนวน 413 ล้านบาท และส่วนอื่น ๆ อีก 1,087 ล้านบาท”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังเห็นว่า ที่ผ่านมาบริษัท เหมืองแร่โปแตชชัยภูมิ ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง การเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนและการหาผู้เข้าร่วมลงทุนในโครงการในสัดส่วนของรัฐบาลไทยก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผู้ร่วมลงทุนไม่พร้อมที่จะยืนยันการเข้าร่วมทุนจากประเด็นสำคัญ คือ 1) การยืนยันปริมาณสำรองแร่และแผนการทำเหมืองแร่ 2) การจัดทำ bankable feasibility 3) การสรุปเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ธนาคารพาณิชย์ และ 4) การมีนักลงทุนที่มีประสบการณ์ทางธุรกิจเหมืองแร่โปแตชเข้าร่วมทุน

“ดังนั้นหากบริษัทจะเรียกชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนเริ่มต้น (1,500 ล้านบาท) กระทรวงการคลังจะพิจารณาเฉพาะในส่วนที่จำเป็นและเหมาะสม แต่ยังคงสงวนสิทธิ์ในการเพิ่มทุนเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลเจ้าของโครงการไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 20 อยู่”

ต่อยอดแบตเตอรี่ EV

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากวงการค้าหุ้นเข้ามาว่า ข้ออ้างที่จะทำการฟื้น โครงการเหมืองโปแตชชัยภูมิ จากการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศนั้น เป็นช่วงจังหวะที่ราคาแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศมีราคาแพง อันเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับราคาแม่ปุ๋ยมีขึ้น-ลงตลอด ไม่ใช้ราคา fix ถาวร แต่การทำเหมืองโปแตชต้องใช้เวลาอีก 16 ปีถึงจะสิ้นอายุสัมปทาน จึงนับเป็นความเสี่ยง หากราคาปุ่ยโพแทสเซียมไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีการใช้แร่โพแทช และในระยะเวลาเดียวกันของอายุสัมปทานก็ยังมีการเปิดเหมืองโปแตชรายใหม่ ๆขึ้นมาในประเทศอีก

“ขณะนี้มีกลุ่มนักลงทุนทางด้านพลังงานสนใจที่จะเข้ามาร่วมทุนในโครงการเหมืองแร่โปแตชที่ชัยภูมิ โดยผู้สนใจที่จะเข้ามาร่วมทุนไม่ได้มองไปถึงการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม แต่มองว่า ต้องการที่จะนำแร่โพแทชไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและปัญหาด้านวัตถุดิบที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด

จนพบว่า มีวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับโลหะลิเทียมและมีศักยภาพนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ โพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) และโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) โดยสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุในการทำขั้วไฟฟ้าและอิเล็กโทรไลต์ได้ เป็นแบตเตอรี่ชนิดโพแทสเซียมไอออนและโซเดียมไอออน สามารถนำมาต่อยอดโรงงานแบตเตอรี่รถ EV ได้”

ขณะนี้กลุ่มนักลงทุนด้านพลังงาน กำลังรอความชัดเจนในการเจรจาเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นในบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ และยังต้องการความมั่นใจจากกระทรวงการคลังในฐานะรัฐบาลเจ้าของโครงการที่ถือหุ้นร้อยละ 20 อยู่ด้วย

25 ผู้ถือหุ้นโปแตชชัยภูมิ

สำหรับผู้ถือหุ้นปัจจุบันของบริษัท ประกอบไปด้วย ทีอาร์ซี อินเวสเมนท์ ลิมิเต็ด (สัญชาติมอริเชียส) จำนวน 6.3 ล้านหุ้น มูลค่า 630 ล้านบาท (22.4535%), กระทรวงการคลัง (สัญชาติไทย) จำนวน 5.61 ล้านหุ้น มูลค่า 561.16 ล้านบาท (20.0%), บริษัท ไทย-เยอรมัน ไมนิ่ง จำกัด (สัญชาติไทย) จำนวน 5.25 ล้านหุ้น มูลค่า 525.35 ล้านบาท (18.7236%), พี ที พีโทรคีเมีย กรีชิค (เพอซีโร) (สัญชาติอินโดนีเซีย) จำนวน 1.67 ล้านหุ้น มูลค่า 167.31 ล้านบาท (5.9630%),

มินิสเตอร์ ออฟ ไฟแนนซ์ (อินคอร์ปอเรชั่น) (สัญชาติมาเลเซีย) จำนวน 1.67 ล้านหุ้น มูลค่า 167.31 ล้านบาท (5.9630%), บริษัท เอส กรุ๊ป เออีซี (ประเทศไทย) จำกัด (สัญชาติไทย) จำนวน 1.58 ล้านหุ้น มูลค่า 158.57 ล้านบาท (5.6514% , เทอร์มอล เทรด แอนด์ อินเวสเม้นท์ ลิมิเต็ด (สัญชาติหมู่เกาะเวอร์จิน (อังกฤษ)) จำนวน 1.16 ล้านหุ้น มูลค่า 116.01 ล้านบาท (4.1347%)

บริษัท ทีอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด (สัญชาติฮ่องกง) จำนวน 750,000 หุ้น มูลค่า 75 ล้านบาท (2.6730%), นางศิริกาญจน์ ศักดิเดชภาณุพันธ์ ณ อยุธยา (สัญชาติไทย) จำนวน 350,000 หุ้น มูลค่า 35 ล้านบาท (1.2474%), บริษัท สามลม จำกัด (สัญชาติไทย) จำนวน 330,700 หุ้น มูลค่า 33.07 ล้านบาท (1.1786%), บริษัท อาซาฮีกลาส จำกัด (สัญชาติญี่ปุ่น) จำนวน 313,170 หุ้น มูลค่า 31.32 ล้านบาท (1.1162%),

บริษัท รวยชัย อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (สัญชาติไทย) จำนวน 300,000 หุ้น มูลค่า 30 ล้านบาท (1.0692%), บริษัท พีพีเจ จำกัด (สัญชาติไทย) จำนวน 297,061 หุ้น มูลค่า 29.71 ล้านบาท (1.0587%), นางศัลยา จารุจินดา (สัญชาติไทย) จำนวน 250,000 หุ้น มูลค่า 25 ล้านบาท (0.8910%), นายกิตติ ชีวะเกตุ (สัญชาติไทย) จำนวน 250,000 หุ้น มูลค่า 25 ล้านบาท (0.8910%), นายคนิสร์ สุคนธมาน (สัญชาติไทย) จำนวน 177,000 หุ้น มูลค่า 17.7 ล้านบาท (0.6308%)

นายศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย (สัญชาติไทย) จำนวน 175,000 หุ้น มูลค่า 17.5 ล้านบาท (0.6237%), น.ส.อุรภา สุทธิพงษ์ชัย (สัญชาติไทย) จำนวน 175,000 หุ้น มูลค่า 17.5 ล้านบาท (0.6237%), ควอลิตี้ เจเวล อินเวสท์เมนท์ส ลิมิเต็ด (สัญชาติหมู่เกาะเวอร์จิน (อังกฤษ)) จำนวน 160,000 หุ้น มูลค่า 16 ล้านบาท (0.5702%), นายพิชัย รุ่งนพคุณศรี (สัญชาติไทย) จำนวน 140,000 หุ้น มูลค่า 14 ล้านบาท (0.4990%),

นางสุเรขา วัชรบุญโชติ (สัญชาติไทย) จำนวน 140,000 หุ้น มูลค่า 14 ล้านบาท (0.6237%), นายวรวิทย์ เจนธนากุล (สัญชาติไทย) จำนวน 136,836 หุ้น มูลค่า 13.68 ล้านบาท (0.4877%), มินิสเตอร์ ฟอร์ ไฟแนนซ์ คอร์ปอเรชั่น (สัญชาติบรูไน) จำนวน 128,700 หุ้น มูลค่า 12.87 ล้านบาท (0.4587%), เนชั่นแนล ดีเวลลอปเม้นท์ คัมพานี (สัญชาติฟิลิปปินส์) จำนวน 128,700 หุ้น มูลค่า 12.87 ล้านบาท (0.4587%) และเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ (ไพรเวท) ลิมิเต็ด (สัญชาติสิงคโปร์) จำนวน 128,700 มูลค่า 12.87 ล้านบาท (0.4587%)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เหมืองแร่โพแทช