เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
Finance ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
Automotive Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
‘การกุศล’ สะท้อนรัฐล้มเหลว? ไทยพึ่งเงินบริจาค แต่ต่างชาติพึ่งระบบสวัสดิการ
Politics ‘การกุศล’ สะท้อนรัฐล้มเหลว? ไทยพึ่งเงินบริจาค แต่ต่างชาติพึ่งระบบสวัสดิการ
คปภ. เผยเคลมประกันภัยพิบัติทะลุ 1,000 ราย เร่งจ่ายใน 15 วัน ดัน AI ประเมินเสียหาย
Finance คปภ. เผยเคลมประกันภัยพิบัติทะลุ 1,000 ราย เร่งจ่ายใน 15 วัน ดัน AI ประเมินเสียหาย
ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
Automotive ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
Finance คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
ดูทั้งหมด

ขึ้นน้ำตาล 2 บาทแลก 8 พันล้าน ชาวไร่ตัดอ้อยสดรับเพิ่มตันละ 120 บาท

06 ธ.ค. 2566 | 10:13น.

การต่อรองการขึ้นราคาน้ำตาลทรายขาว ณ หน้าโรงงานจาก กก.ละ 19 บาท มาเป็น กก.ละ 23 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จาก กก.ละ 20 บาท มาเป็น กก.ละ 24 บาท หรือขึ้นมาเป็น กก.ละ 4 บาท ตามประกาศของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.)

แต่กลับถูก “เบรก” จากกระทรวงพาณิชย์ ด้วยการนำสินค้าน้ำตาลทรายกลับเข้ามาเป็น “สินค้าควบคุม” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พร้อมกับออกประกาศคณะกรรมการกลางเข้าควบคุมราคาสินค้าน้ำตาลทรากำหนดราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายขาว ณ โรงงาน กก.ละ 19 บาท น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ กก.ละ 20 บาท

โดยมีข้อสังเกตว่า การประกาศขึ้นราคาน้ำตาลทราย4 บาท/กก.นั้น 2 บาทแรกจะถูกนำไปเข้าอุตสาหกรรมอ้อยเพื่อแบ่งให้ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลตามต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนอีก 2 บาทหลังจะถูกส่งไปให้กับกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อจ่ายให้กับชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งเข้าโรงงานน้ำตาล เพื่อลดการเผาอ้อยแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

ปรากฏว่า การขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ โรงงานถึง 4 บาท/กก. ไม่เป็นที่ “ยอมรับ” ของทั้งรัฐบาลและผู้บริโภค จากเหตุผลที่ว่า การบวกขึ้นราคาอีก 2 บาทเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นั้นทำให้ราคาน้ำตาลทรายขาวปลีกปรับราคาสูงขึ้นมาถึง กก.ละ 28-29 บาท

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลาง “คำขู่” ที่จะปิดโรงงานน้ำตาลของกลุ่มชาวไร่อ้อยที่ต้องการให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ที่เข้าควบคุมสินค้าน้ำตาลทรายห้ามปรับขึ้นราคาทั้งหน้าโรงงานและราคาขายปลีก “อ่อนลง” ถึงขั้นยอมให้มีการ “ทบทวน” ราคาน้ำตาลทรายใหม่ จนนำมาสู่การปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงานใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ด้วยการยอมให้ขึ้นราคาอีก กก.ละ 2 บาท หรือราคาน้ำตาลทรายขาว ณ หน้าโรงงาน จากราคาควบคุม กก.ละ 19 บาท ปรับขึ้นมาเป็น กก.ละ 21 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จากราคาควบคุม กก.ละ 20 บาท ปรับขึ้นมาเป็น กก.ละ 22 บาท ส่วนราคาน้ำตาลทรายขายปลีก แม้ไม่ได้กำหนดราคาสูงสุดไว้ แต่ก็ต้องจำหน่ายในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

ท่ามกลางข้อสงสัยที่ว่า ทำไมชาวไร่อ้อยในขณะนั้นถึง “ยอมรับ” ราคาน้ำตาลทรายขาวที่ปรับเพิ่มขึ้นมาแค่ 2 บาท/กก. จากเดิมที่ กอน.ออกประกาศขึ้นราคาน้ำตาลทรายถึง กก.ละ 4 บาท โดยคำตอบในเรื่องนี้ได้มาเฉลยเอาเมื่อ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ ด้วยการ “อนุมัติ” โครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ในกรอบวงเงิน 7,990.60 ล้านบาท ตามข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรม

โดยอ้างว่าเป็นโครงการลักษณะเดียวกันกับที่เคยดำเนินการในฤดูกาลผลิตปี 2563/2564 กับปี 2564/2565 โดยเงินที่จะนำมาใช้ ให้ใช้แหล่งเงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) “สำรองจ่ายไปก่อน” จากเดิมที่มีรายงานข่าวเข้ามาว่า จะขอใช้งบฯกลางสำรองฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ตามโครงการชาวไร่อ้อยจะต้องตัดอ้อยสดคุณภาพดีนำมาส่งให้กับโรงงานน้ำตาลแทนอ้อยไฟ้ไหม้จากการเผาแล้วรับเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสดในอัตราตันละ 120 บาท ทว่าหากพิจารณาลงไปใน “ไส้ใน” กลับพบว่าที่ผ่านมา 3 ปีอ้อยถูกเผาไม่ได้ลดปริมาณลง

จากรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรมพบว่า ปี 2563/2564 มีอ้อยถูกลักลอบเผา 17.61 ล้านตัน จากปริมาณอ้อย 66 ล้านตั(26.42%) ปี 2564/2565 อ้อยถูกลักลอบเผา25.12 ล้านตัน จากปริมาณอ้อย 92 ล้านตัน (27.28%) และปีล่าสุด 2565/2566 มีปริมาณอ้อยลักลอบเผา30 ล้านตัน จากปริมาณอ้อย93.89 ล้านตัน (32.78%) โดยปีเดียวกันนี้ได้ถูกตั้งเป้าหมายที่จะลดปริมาณอ้อยถูกเผาเข้าโรงงานให้เป็น 0 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ