เปิดนโยบาย 3 แคนดิเดต ชิงอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ปี 2567

แคนดิเดต อธิการ มธ

เปิดนโยบาย 3 แคนดิเดต ชิงอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ปี 2567 ก่อนวันที่ 22 ก.พ. จะมีการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งแทนรองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ ที่จะครบวาระดำรงตำแหน่งวันที่ 24 พ.ค. 2567 นี้

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กำลังอยู่ในช่วงการสรรหาอธิการบดีใหม่ ปี 2567 เนื่องจากรองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ จะดำรงตำแหน่งอธิการบดีครบวาระในวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ทำให้มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ โดยมีแคนดิเดต 3 ท่าน ได้แก่

1.รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ 2.ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี และ 3.ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ จะมีการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี มธ.

รศ.ดร.พิภพชูธรรมศาสตร์เพื่อชีวิตดีขึ้น

สำหรับนโยบายของ รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มีธีมหลักของแนวคิด Thammasat Next ก็คือ Thammasat for Better Life…Better Society ธรรมศาสตร์เพื่อชีวิตดีขึ้น..สังคมดีขึ้น

รศ.ดร.พิภพ อุดร
รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ

ซึ่งสรุปออกมาเป็น 4 ข้อ ได้แก่

1.ระบบงาน “ยืดหยุ่น” และ “สมาร์ท”

  • เลิกใช้ไม้บรรทัดเดียว วัดทุกหน่วยงาน
  • Work from Anywhere ได้ตามหน่วยงานกำหนด
  • ใช้ AI ช่วยลดปริมาณงาน และเพิ่มคุณภาพงาน

2.เส้นทางอาชีพ “เลือกได้”

  • เลือกเติบโตได้สาย “บริหาร” หรือ “วิชาชีพ”
  • สร้างทักษะรองรับอาชีพที่ 2
  • เรียนต่อ ป.โท ฟรีในแพลตฟอร์ม “TUXSA”

3.คุณภาพชีวิต “ดีขึ้น” และ “ดีขึ้นอีก”

  • สวัสดิการยืดหยุ่นทั้งวงเงินและวงเวลา
  • ดูแลตั้งแต่แรกเข้า ถึงหลังเกษียณ
  • สวัสดิการบุคลากร ชัดเจนและเท่าเทียม

4.คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีก !

  • จัดสิทธิพิเศษและส่วนลด ค่ารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
  • เพิ่มจำนวนหอพักบุคลากร
  • โรงอาหารคือสวัสดิการ
  • ร้านค้าไม่เสียค่าเช่า ปรับราคาให้ถูกลงและเพิ่มคุณภาพ

ผศ.ดร.ปริญญา “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน”

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ได้โพสต์ข้อความส่วนหนึ่งบนเฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul ระบุว่า

ยุทธศาสตร์ 3 ข้อแรกที่อธิการบดีธรรมศาสตร์ควรต้องทำ โดยมีใจความสรุปว่า

“นอกจากปลดล็อกธรรมศาสตร์ อธิการบดีคนใหม่จะต้องจับมือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ให้ช่วยกันปลดล็อกอุดมศึกษาไทย เพื่อที่เราจะรอดจากวิกฤตมหาวิทยาลัยไปด้วยกัน”

จากการสนทนาประชาคม กับ 10 คณะ และ 10 หน่วยงาน ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ผมได้ข้อสรุปเป็นยุทธศาสตร์ 3 ข้อแรก เพื่อให้ธรรมศาสตร์กลับไปสู่การเป็นผู้นำทางสังคมและความเป็นเลิศในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชนอีกครั้ง ดังต่อไปนี้

1.ปลดล็อก คณะ และอาจารย์ จากกฎระเบียบที่ยุ่งยาก มีมากเกินไป และไม่มีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกนอกระบบราชการในปี 2558 โดยมีเหตุผลคือ ต้องการความคล่องตัวในการทำงานให้มีความเป็นเลิศและบรรลุเป้าหมายของมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น แต่ 9 ปีผ่านไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นอกจากจะไม่ได้คล่องตัวมากขึ้น ในหลายเรื่องกลับอุ้ยอ้ายยิ่งกว่าเดิม

ทั้งนี้เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกนอกระบบราชการโดยไม่ได้ออกจากระเบียบราชการแม้ว่า พ.ร.บ.ธรรมศาสตร์จะให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกระเบียบเองได้ แต่ก็ยังใช้ระเบียบตามแบบราชการ

แนวทางแก้ไข : อธิการบดีคนใหม่จะต้อง “ปลดล็อก” โดยเอามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกจากระเบียบราชการ ด้วยการปรับปรุงระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เสียใหม่ ให้คณะและหน่วยงานสามารถทำงานได้คล่องตัว มีประสิทธิภาพ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นได้จริง และสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ของดีที่สุดในราคาที่ต่ำที่สุดได้อย่างแท้จริง

2.ลดภาระงานโดยไม่ลดความเป็นเลิศ โดยเปลี่ยนการประกันคุณภาพให้เป็นแบบทำน้อยได้มาก

การออกนอกระบบราชการตามมาด้วยเรื่อง “ประกันคุณภาพ” และการประเมินต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรต้องทำ แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นการประกันคุณภาพแบบไม่หลากหลายตามความเชี่ยวชาญของแต่ละคณะ

ที่สำคัญคือเป็นการประกันคุณภาพแบบทำให้เกิดภาระมากเกินไปต่อเจ้าหน้าที่และอาจารย์ และต้องทำตามหน่วยงานต่าง ๆ ภายนอกมากเกินไป ระยะเวลาประเมินก็มีทั้งปีปฏิทินและปีงบประมาณ การเก็บข้อมูลจึงทำได้ลำบาก จนทำให้บุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเวลาที่จะไปทำงานให้เป็นเลิศจริง ๆ ได้น้อยลง

แนวทางแก้ไข : เปลี่ยนวิธีการประกันคุณภาพ และการประเมินผล จาก “ทำมากได้น้อย” ให้เป็น “ทำน้อยได้มาก” โดยสิ่งที่จะประเมิน หรือผล แต่ละคณะจะแตกต่างกันไปตามที่มหาวิทยาลัยและคณะจะตกลงร่วมกัน อะไรที่ไม่ได้มุ่งไปสู่การประเมิน “ผล” หรือทำมากได้น้อยก็ต้องมีให้น้อยที่สุด

 

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
ภาพจากเพจ Prinya Thaewanarumitkul

3.ยุทธศาสตร์เปลี่ยน “ไซโล” เป็น One for all & all for one

คณะต่าง ๆ และหน่วยงานในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเป็น “ไซโล” หรือต่างคนต่างอยู่มาอยู่ก่อนแล้ว พอมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกนอกระบบ ทำให้คณะต้องเลี้ยงตัวเอง จึงทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างกันมากขึ้น มีหลักสูตรใหม่ ๆ เกิดมากขึ้น โดยมีค่าเล่าเรียนแตกต่างกัน นักศึกษายิ่งเรียนข้ามคณะได้น้อยลง ผลคือความเป็นไซโลในธรรมศาสตร์ระหว่างคณะยิ่งมีมากขึ้น และทำให้ไซโลระหว่างสาขาวิชาในคณะก็ยิ่งมากขึ้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่มีทางเป็นเลิศได้เลย แต่จะยิ่งถูกแซงหน้าหากยังต่างคนต่างอยู่และเป็นไซโลมากขึ้นเช่นนี้

แนวทางแก้ไข : ทลายไซโลด้วยการเปลี่ยนจากต่างคนต่างอยู่เป็นตั้งเป้าหมายร่วมกัน และทำงานร่วมกัน โดยคณะไหนเป็นเลิศ (Best Practice) ในเรื่องใดก็ให้เป็นผู้นำหรือโค้ชของคณะอื่น ๆ ในเรื่องนั้น และให้ความเป็นเลิศของคณะนั้นพามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมดไปข้างหน้า ซึ่งก็คือยุทธศาสตร์ One for all & all for one-เมื่อคณะใดเป็นเลิศก็จะพาธรรมศาสตร์ทั้งหมดเป็นเลิศไปด้วย

และเมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเลิศ ก็จะพาคณะต่าง ๆ เป็นเลิศไปด้วย ทุกคณะล้วนแต่มีความเป็นเลิศในทางหนึ่งทางใดอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เราจะสร้าง “แผนที่ความเป็นเลิศ” หรือ Best Practices Mapping ของธรรมศาสตร์ เพื่อใช้ในการพาธรรมศาสตร์ และคณะต่าง ๆ ไปสู่ความเป็นเลิศด้วยกัน

เมื่อปลดล็อกกฎระเบียบราชการ เปลี่ยนการประกันคุณภาพให้เป็นแบบแตกต่างตามความเป็นเลิศและทำแบบทำน้อยได้มาก พร้อมกับใช้ยุทธศาสตร์ One for all & all for one ผมเชื่อว่าธรรมศาสตร์จะเปลี่ยนแปลงจนเห็นผลในเวลาไม่ถึง 2 ปีเท่านั้น

นอกจากยุทธศาสตร์ 3 ประการนี้ ยุทธศาสตร์และนโยบายข้อต่อไปคือสิ่งที่จะได้มาจากสนทนาประชาคมคณะและหน่วยงานใน 8 วันที่เหลือ ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิการบดีคนต่อไปควรต้องทำเพื่อเปลี่ยนแปลงธรรมศาสตร์ ให้รับมือได้กับการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องการเรียนรู้ AI และสังคมสูงวัย และเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้นำของอุดมศึกษาของประเทศในวิกฤตการณ์ Disruption ต่าง ๆ ในขณะนี้

การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เป็นสิ่งที่อธิการบดีธรรมศาสตร์ต้องทำ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. ไม่ควรมีบทบาทแต่เพียงเรื่องเกณฑ์หรือกติกาในการรับนักศึกษา แต่คือความร่วมมือในเรื่องที่ผมได้กล่าวมานี้ เพื่อให้มหาวิทยาลัยไทย อุดมศึกษาไทย การศึกษาไทยรอดพ้นจากวิกฤตไปด้วยกันครับ”

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ โปรเจ็กต์พลิกโฉมทุกแคมปัส

ด้าน ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์-Supasawad Chardchawarn ว่า แผนพัฒนากายภาพ ใน 4 ศูนย์เรียนรู้

หนึ่งในหลักที่ผมยึดมาตลอดคือ Pain Points อยู่ที่หน้างาน อยู่ที่การสะท้อนความเห็นจากผู้ใช้งานจริง ไปดูก็จะรู้ ไปถามก็จะได้ยิน ไปเดินดูรอบตึก SC ก็จะเห็นว่า วันนี้มีความทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จำเป็นต้องรีโนเวตให้ดีขึ้น

ในเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงด้านกายภาพ เป็นงานที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพราะมีเงื่อนเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ทั้งการออกแบบ การขออนุมัติ อนุญาต และงบประมาณ ซึ่งมีรอบการเสนอของบฯที่เราต้องวางแผนและทำให้ทัน

4 โปรเจ็กต์ที่ผมได้ไปดูพื้นที่จริง และตั้งใจจะลุยแน่นอนที่ธรรมศาสตร์ รังสิต คือ

  1. พลิกโฉมตึก SC รีโนเวตห้องเรียน และตึกให้ทันสมัย
  2. สร้างอาคารจอดรถฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับประชาคมธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะในฝั่งสุขศาสตร์
  3. สร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการรวมสุขศาสตร์ 2
  4. ปรับปรุงโรงอาหาร ทั้งในเรื่องราคา ความหลากหลาย และภูมิทัศน์โดยรอบ
ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์
ภาพจากเพจ ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์-Supasawad Chardchawarn

จากการประชาคมร่วมกับนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ในศูนย์เรียนรู้ต่าง ๆ สามารถสรุปได้ถึงแผนพัฒนากายภาพในทั้ง 4 แคมปัส ดังนี้ครับ

ในภาพรวมของทุกแคมปัส

  • นำหลักการ Universal Design มาทำอย่างจริงจัง เพื่อให้นักศึกษาทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนการสอน การให้บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกของมหาวิทยาลัย
  • ต้องมีการรวบรวมข้อมูล และพัฒนาผังระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้า สายไฟใต้ดิน สายไฟเบอร์ ท่อน้ำประปา ท่อระบายน้ำ ต้องมีข้อมูลโดยละเอียดว่าสภาพของระบบต่าง ๆ ในขณะนี้เป็นอย่างไร เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ วางแผนปรับเปลี่ยน ให้ดำเนินการซ่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ดำเนินยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ (Smart University) ด้วยการยกระดับระบบเทคโนโลยี เช่น นำระบบ AI มาช่วยในการจัดการจราจร ลานจอดรถ (Traffic & Parking Management), พัฒนาระบบความปลอดภัย และระบบแจ้งเหตุ เพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาคม (Integrate Security System-CCTV, Command Center)
  • มีการจัดสร้างอาคารจอดรถไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับประชาคม
  • ให้บริการโรงอาหารราคาถูกแก่นักศึกษาและบุคลากร บริการอาหารที่หลากหลาย ปลอดภัยและสะดวก
  • สำรวจและเปลี่ยนระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน รวมถึงระบบการบริหารจัดการห้องเรียน
  • ปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาให้สะอาดได้มาตรฐาน มีสุขอนามัยที่ดี
  • ปรับปรุงหอพักนักศึกษา บุคลากร ให้อยู่ในสภาพดี ได้มาตรฐาน มีราคาที่เหมาะสม
  • ปรับปรุงระบบการเดินทาง ระบบขนส่งมวลชนภายในแคมปัสต่าง ๆ
  • การแก้ไข PM 2.5 ในทุกศูนย์เรียนรู้

ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ทีมของผมได้สรุปนโยบายการพัฒนาท่าพระจันทร์มาไว้ 3 คำ คือ Smart, Secured and Beautiful Campus

  • Smart คือ อาคารสวยงาม ทันสมัย (Smart Building), ใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจอดรถ (Smart Parking),
  • Secured คือ การรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ประตูทางเข้า จนถึงในอาคารเรียนต่าง ๆ (Controlled Access Building & Smart Security), การเพิ่มกล้องวงจรปิด (More CCTV Surveillance)
  • Beautiful คือ เป็นแคมปัสที่สวยงาม ส่งเสริมความยั่งยืน มีการปรับปรุง มีการออกแบบสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัย ขณะเดียวกันก็มีการอนุรักษ์ที่แข็งแรง มีการชูจุดเด่นในทางประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกับชุมชนภายนอก

ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

  • พัฒนาไปสู่การเป็นต้นแบบของ Green Campus ในระดับสากล
  • ลุยแก้ไขปัญหาที่เรื้อรัง โดยเฉพาะปัญหาการจราจร น้ำท่วมขัง สถานที่จอดรถสำหรับบุคลากร ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการในอาคารต่าง ๆ
  • ปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนภายในศูนย์รังสิต พร้อมพัฒนาโครงข่ายการขนส่งภายในเพื่อให้เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่กำลังจะเปิดใช้งานในอนาคต
  • สร้างความเป็น International Campus ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยสร้างพื้นที่สันทนาการ (Work Space) ที่หลากหลาย เช่น Coworking Space และ Camp Studio ที่แตกต่างจากการนั่งในห้องสมุด และนักศึกษามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานที่ (Self-regulation) เพื่อให้การนั่งเรียน การทำงานและสันทนาการสอดคล้องกับหลักการ Play-work from Anywhere

ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

  • Learning-ready Facilities ปรับปรุงอาคารเรียน ระบบปรับอากาศ ระบบโสตทัศนูปกรณ์ในห้องเรียน และระบบ WiFi ให้เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันและรองรับการขยายตัวของหลักสูตรและกิจกรรมทางวิชาการต่าง ๆ
  • TULP Sport & Recreation Center ปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์และสนามกีฬาในร่ม สำหรับการทำกิจกรรมและการพักผ่อนหย่อนใจของนักศึกษา
  • Bright Light Campus ไฟส่องสว่างครอบคลุมทุกพื้นที่ของศูนย์ลำปางเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
  • เพิ่มพื้นที่ Learning Space ปรับปรุงอาคารนวัตกรรมบริการให้เป็น Smart Classroom และ Reading Room ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • พัฒนาศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Center) โดยมีพื้นที่จัดแสดงและสาธิตการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาพื้นที่ Workshop และ Coworking Space เพื่อการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาและบุคคลทั่วไป
  • จัดสรรพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางของการบริการวิชาการและคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ของภาคเหนือ (The Northern Hub of Applied Thai Traditional Medicine)

ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

3 เรื่องที่ผมคิดว่าต้องเร่งให้สำเร็จคือ

  • การใช้ศักยภาพจากอาคารเรียนที่ทันสมัย พิจารณาถึงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งของมหาวิทยาลัยและองค์กรภายนอก
  • การเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร (EECMd-Medical Hub) และการสร้างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ พัทยา (Digital Hospital)
  • การยกระดับคุณภาพชีวิตด้านกายภาพและระบบขนส่งมวลชนเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากศูนย์พัทยา เข้าสู่ตัวเมือง

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเสนอชื่ออธิการบดีคนใหม่ โดยเฟซบุ๊ก องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ผู้มีสิทธิเสนอชื่ออธิการบดี ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย 51 หน่วยงาน นักศึกษาธรรมศาสตร์ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทุกคน เสนอชื่อผ่านองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่าน www.vote.sa.tu.ac.th รวมถึงศิษย์เก่าธรรมศาสตร์เสนอในส่วนของสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทางสมาคมเป็นผู้พิจารณากำหนดตามความเหมาะสม และผู้มีสิทธิเสนอชื่อ เสนอชื่อได้เพียงคนละไม่เกิน 1 ชื่อ