“กวดวิชา”หั่นราคารับเปิดเทอม ติวเตอร์ดังเอาด้วย-ดึงเด็กเต็มคลาส

ส่องโปรโมชั่นสถาบันติวเตอร์ รับเปิดเทอม 2 ของปี”62 “คุมอง” อัด 3 แคมเปญ ดึงเด็กเรียนยาวยันสิ้นปี ส่วนติวเตอร์เครือข่ายจุฬาฯ-มหิดล ชูราคาเรียนเริ่มต้น 140-300 บาท/ชั่วโมง ส่งติวเตอร์เกยหน้าบ้านไม่ต้องเสียเวลา-ค่าเดินทางมาเรียน เอาใจขั้นสุดเปลี่ยนติวเตอร์ได้ฟรีไม่มีชาร์จเพิ่ม ด้านแบรนด์ฮิตติดลมบนแล้วชูหลักสูตรเข้มข้น-ติวเตอร์ดัง ด้านครูซุปเคลดค่าเรียนสู้

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจตลาดสถาบันกวดวิชา เรียนพิเศษรับเปิดเรียนเทอม 2 พบว่าหลายสถาบันพยายามผลักดัน “จุดแข็ง” ขึ้นมาดึงดูดให้ซื้อคอร์สเรียนยาวจนถึงสิ้นปี 2562 ท่ามกลางการแข่งขันสูงจากปัจจัยอัตราการเกิดของประชากรใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เรียนลดลงตามไปด้วย โดยเริ่มจากสถาบันสอนพิเศษของบริษัท คุมอง (ประเทศ ไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์คุมอง ที่อัด 3 แคมเปญหลักคือ “ก้าวต่อไปให้ถึงดาว” วางเป้าหมายการเรียน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ได้รางวัลจากคุมอง โดยมีเงื่อนไขว่าผู้เรียนกับคุมองอยู่เดิมแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึง 30 กันยายน 2562 ผู้เรียนที่เข้าร่วมจะต้องเรียนต่อเนื่องในวิชาใดวิชาหนึ่งตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 จนถึงเดือนธันวาคม 2562

ตามมาด้วยแคมเปญ “ต้อนรับเพื่อนใหม่” โดยการแนะนำของผู้เรียน และต้องเรียนต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน จะได้รางวัลจากคุมอง และสำหรับผู้เรียนใหม่ไม่ต้องจ่ายค่าลงทะเบียนมูลค่าประมาณ 500 บาทอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลและประกาศนียบัตรเมื่อเรียนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดอีกด้วย สำหรับคุมองไทยในปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศอยู่ที่ 484 สาขา และมีราคาแฟรนไชส์อยู่ที่ประมาณ 5 แสน-7 แสนบาทซึ่งมีจุดเด่นตรงที่วิธีการสอนที่ทำให้ผู้เรียนได้คิด และเข้าใจ โดยเน้นไปที่วิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น

ในขณะที่สถาบันกวดวิชาที่มีจุดแข็งเครือข่ายติวเตอร์จำนวนมากระดับ 1,000 คนขึ้นไป จากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เกษตรศาสตร์, มหิดล, ธรรมศาสตร์ และศรีนครินทรวิโรฒ ฯลฯ อย่างเช่น จุฬาติวเตอร์โฮม, จุฬาติวเตอร์ และมหิดลติวเตอร์ จะมีรูปแบบที่คล้ายกันคือมีการสอนทุกวิชาและทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึงระดับมหาวิทยาลัย และคนในวัยทำงาน สามารถเลือกสถานที่เรียนได้ทั้งที่บ้านผู้เรียน หรือว่าในห้างสรรพสินค้า เลือกเรียนได้ทั้งตัวต่อตัวและเรียนกันเป็นกลุ่มเล็ก รวมถึงยังเลือกวันและเวลาตามความสะดวกได้ด้วย นอกจากนี้ ยังรับประกันหากไม่พอใจในการสอนสามารถเปลี่ยนติวเตอร์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนให้มากที่สุด โดยมีค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 140-300 บาท/ชั่วโมง

เมื่อสำรวจสถาบันกวดวิชารายใหญ่ในตลาดอย่างโรงเรียนกวดวิชาเอ็นคอนเส็ปท์ ยังคงเน้นแข่งขันในตลาดด้วยหลักสูตรพรีเมี่ยมเป็นส่วนใหญ่ เพิ่มความเข้มข้นด้านเนื้อหาให้ผู้เรียน นอกจากนี้ ยังใช้ติวเตอร์ดังช่วยดึงผู้เรียน อย่างเช่น ครูพี่แนน-อริสรา ธนาปกิจ ทั้งนั้นเพราะเอ็นคอนเส็ปท์มีช่องทางการเรียนที่หลากหลาย ตั้งแต่การเรียนผ่านมือถือเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ที่บ้าน รวมถึงเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ที่สาขา และเรียนแบบห้องสอนสดกับติวเตอร์ได้

ด้านโรงเรียนกวดวิชาคณิตศาสตร์ครูซุปเค ได้รับความนิยมจากผู้เรียนอย่างมาก สำหรับคอร์สล่าสุดที่ออกมาทำตลาดคือการเรียนในระบบ (SUPKSEI_F) คอร์สสำหรับสอบเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปี 2563 ที่ต้องเปิดรับเพิ่มเติม ซึ่งสามารถเข้าเรียนใน 4 สาขาที่มีอยู่คือ สาขาสีลม, สาขาสยาม, สาขาพญาไท และสาขางามวงศ์วาน นอกจากนี้ สำหรับคอร์สอื่น ๆ ได้ประกาศลดราคาทำให้มีผู้เรียนเต็มจำนวนที่นั่งหลายคอร์ส อย่างเช่น คอร์ส ม.1 เหมาะสำหรับการสอบเข้าโรงเรียนดัง ราคาคอร์สลดเหลือเพียง 4,000 บาท (จากเดิมที่ราคา 6,600 บาท/คอร์ส) ส่วนคอร์ส ม.2 สำหรับวิชาที่เกี่ยวข้องทางสถิติ การให้เหตุผลทางเรขาคณิต ลดราคาคอร์สเหลือ 5,000 บาท/คอร์ส (จากเดิมราคา 7,500 บาท/คอร์ส) และคอร์สสอนสดวิชาคณิตศาสตร์ ที่สอนโดยครูซุปเค เพื่อสอบเข้า ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ลดราคาคอร์สเหลือ 2,500 บาท/คอร์ส (จากเดิมราคา 4,500 บาท)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการศึกษาไทยทั้งระบบ รวมถึงสถาบันกวดวิชาและเรียนพิเศษด้วย โดยเฉพาะโรงเรียนกวดวิชาขนาดกลางถึงขนาดเล็ก ต้องลดต้นทุนด้วยการปิดสาขาที่เป็นสำนักงานเช่า และเปิดสอนในช่องทางที่ลดต้นทุนคือ การเรียนด้วยระบบออนไลน์ในบางรายวิชาในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเรียนกวดวิชายังคงเป็นที่ได้รับความนิยมจากผู้เรียนเพื่อต้องการสอบเข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ต้องการ

Previous article“ศักดิ์สยาม-ถาวร” เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมเร่งฟื้นฟูถนนใน 7 วัน
Next articleโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ถึงไทยแล้ว พร้อมเปิดให้ชม 15 กันยานี้