เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เอเซีย พลัส ชี้เศรษฐกิจ-กำไร บจ. มีโอกาสเติบโต ลุ้นหุ้นไทยฟื้นครึ่งปีหลัง

01 มิ.ย. 2566 | 13:27น.
หุ้นไทย

บล.เอเซีย พลัส  หุ้นไทยเดือน มิ.ย. รอติดตามความชัดเจนทั้งปัจจัยภายใน-ต่างประเทศเดือน มิ.ย. ภาพระยะยาวแนวโน้มเศรษฐกิจ-กำไร บจ. มีโอกาสเติบโต มองหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นช่วงที่เหลือของปี

วันที่ 1 มิถุนายน 2566 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยข้อมูลการลงทุนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากความกังวลเรื่องเสถียรภาพและการเปลี่ยนผ่านนโยบายต่าง ๆ ทางการเมือง ส่งผลให้เม็ดเงิน (Fund Flow) ต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยสูงสุดในภูมิภาคกว่า 822 ล้านเหรียญ หรือ 2.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่เดือน มิ.ย. 66 ยังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ทั้งในปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ ดังนี้

โดยปัจจัยต่างประเทศเริ่มจากเรื่องเงินสดสำรองของกระทรวงการคลังสหรัฐทยอยลดลง และคาดว่าจะหมดลงภายในวันที่ 5 มิ.ย. หากทางสภาคองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้อาจทำให้เกิด Government Shutdown ได้ แต่ถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่ง 33 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น โดยกดดันหุ้นสหรัฐลดลง 5% ใน 2 สัปดาห์

อีกปัจจัยหนึ่งคือ ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วันที่ 14 มิ.ย. ว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะหมดรอบขาขึ้นหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันตลาดคาดว่ามีโอกาสเห็น Fed ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% มาอยู่ที่ 5.5% แต่จะเริ่มปรับลงในช่วงปลายปี 2566 กดดันสภาพคล่องในสินทรัพย์ เสี่ยงให้ลดลง รวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าได้

ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ หลัก ๆ ติดตามความคืบหน้าตามกรอบเวลาทางการเมือง ตามไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่คาดเร็วสุด 11 ส.ค. 66 พร้อมกับติดตามความคืบหน้านโยบายต่าง ๆ ใน MOU ของพรรค ร่วมรัฐบาล 23 ข้อ ที่ส่งกระทบต่อตลาดหุ้น อาทิ การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า, การปฏิรูปที่ดิน, การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นต้น

ในมุมกำไรบริษัทจดทะเบียน แม้กำไรงวดไตรมาส 1/2566 ออกมา 2.67 แสนล้านบาท เติบโต 57.8% จากไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) และลดลง -8.1% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) เป็นไปตามคาด แต่มุมมองกำไรไตรมาสที่ 2 ปกติจะชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก และที่สำคัญคือ ภาพรวมฐานกำไรฐานกำไรงวดไตรมาส /2565 สูงมากถึง 3.55 แสนล้านบาท ส่งผลให้มีหุ้นกำไรไตรมาส 2/2566 ที่เติบโตโดดเด่นจำกัด

ในมุมเม็ดเงิน (Fund Flow) ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยจนสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยทางตรงจากต่างชาติ (ไม่รวมหุ้น DELTA) เหลือเพียง 18.9% เท่านั้น จึงน่าจะสะท้อนความกังวลช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองมาระดับหนึ่งแล้ว และในภาพระยะยาวแนวโน้มเศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียนยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นช่วงที่เหลือของปีสอดคล้องกับสถิติในอดีต คือ เวลาหุ้นไทยปรับตัวลงในช่วง 6 เดือนแรกของปี ช่วง 6 เดือนหลังมักปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี อย่างปี 2564 และปี 2565 เป็นต้น

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยที่ปรับฐานมาแล้วกว่า -8% นับตั้งแต่ต้นปี (ytd) ถือว่าหุ้นที่ราคายังไม่ปรับขึ้นมาก Laggard กว่าตลาดหุ้นโลกที่ปรับขึ้น +8% ตั้งแต่ต้นปี (ytd) รวมถึงราคาหุ้น (Valuation) ของตลาดหุ้นไทยยังถือว่ามีความน่าสนใจ ทั้ง MEYG ราว 4% ยังสูงกว่าหลาย ๆ ประเทศ อีกทั้งยังคาดหวังผลตอบแทน (Dividend Yield) ได้กว่า 3% สูงกว่าระดับปกติ

โดยแนะนำหุ้น Top Picks แผงสีเขียว BEM, CRC, GULF, KTB, MINT และ TTCL