ธปท.ชี้ตั้งรัฐบาลช้า ห่วงเหตุการณ์รุนแรง ลากยาวฉุดเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

อาหาร เยาวราช เศรษฐกิจ

ธปท.มองการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ยังไม่กระทบเศรษฐกิจปีนี้ หลังจีดีพียังขยายตัวได้ 3-4% ย้ำความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญกว่า ห่วงเหตุการณ์รุนแรงลากยากจนกระทบภาคท่องเที่ยว อาจฉุดเศรษฐกิจ ลั่นนโยบายควรเน้นเรื่องเสถียรภาพแทนการกระตุ้น-อัดฉีด

วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน “Meet the Press” ว่า จากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง มองว่า ไม่ว่ารัฐบาลใครจะมา และมาเมื่อไร แต่โดยภาพรวมเศรษฐกิจยังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งแรงหนุนหลักมาจากการบริโภคภายในประเทศ และการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องจักรสำคัญให้เติบโตได้ โดยในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีโอกาสขยายตัวได้ 4.2% จากในช่วงปีแรกที่คาดว่าจะเติบโต 2.9%

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

อย่างไรก็ดี ธปท.ได้ใส่ไว้ในประมาณการไว้แล้ว โดยคาดว่างบประมาณจะมีความล่าช้าไป 1 ไตรมาส ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณจากไตรมาสที่ 4/66 เป็นไตรมาสที่ 1/67 ตามปีปฏิทิน (ต.ค.-ธ.ค. 66) อย่างไรก็ตาม หากดูสัดส่วนการเบิกจ่ายงบฯลงทุนภาครัฐ ถือว่าไม่มาก หากเทียบกับสัดส่วนอื่น ๆ ดังนั้น ผลกระทบมีไม่มากนักในปีนี้ แต่อาจกระทบปีหน้า

ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่นักลงทุนจับตามากที่สุด คือความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล และความมีเสถียรภาพ รวมถึงนโยบายในระยะข้างหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญมากกว่าหน้าตาของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และมีความรุนแรงจนกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว อาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้

ส่วนนโยบายของรัฐบาล ยังคงมองว่าเป็นโจทย์เสถียรภาพ ซึ่งไม่ได้จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากจีดีพียังสามารถโตได้ตามศักยภาพ 3-4% การบริโภคยังดี สามารถขยายตัวได้ 5% ในช่วงครึ่งปีแรก ดังนั้น ความจำเป็นในการกระตุ้นบริโภคจึงไม่ต้องเร่งมาก และในช่วงที่นักท่องเที่ยวกำลังกลับการอัดฉีดก็ยังไม่ต้องเช่นกัน จึงมองว่าเสถียรภาพเป็นเรื่องสำคัญ


“ตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้คงไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่มองว่าความเชื่อมั่นและความชัดเจนจะมีผลมากกว่าเม็ดเงินงบประมาณจะออกช้าหรือไม่ช้า มองว่าไม่ได้เป็นเงื่อนไขของเวลา และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ลากยาว และนำไปสู่ผลกระทบสำหรับการท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยแน่นอน”