แอน-จักรพงษ์ นำทีม JKN ตั้งโต๊ะแถลง ลั่นทำเต็มที่คืนหนี้อย่างยุติธรรม

แอน จักรพงษ์ JKN

แอน-จักรพงษ์ พร้อมผู้บริหาร JKN ตั้งโต๊ะแถลงยืนยันความรับผิดชอบ เตรียมวางแผนชำระหนี้ พร้อมขอโอกาสให้ได้ทำงานเพื่อเร่งฟื้นฟูกิจการ ย้ำทำเต็มที่เพื่อเจ้าหนี้ได้รับเงินคืนอย่างยุติธรรม แจงปมเข้า “ฟื้นฟูกิจการ” แม้บริษัทยังไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว

วันที่ 8 ธันวาคม 2566 แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจ JKN ว่า บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดทำการมาแล้วมากกว่า 10 ปี

โดย JKN ตระหนักดีว่า ธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ทั่วโลก ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากเดิม มีการใช้สื่อออนไลน์และแอพพลิเคชั่นในการรับชมซีรีส์หรือภาพยนตร์มากขึ้นกว่าเดิม บริษัทฯจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง และสร้างธุรกิจใหม่ที่มีการเติบโตสูง

จึงนำมาสู่การลงทุนในธุรกิจที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอย่าง Miss Universe Organization ที่สามารถสร้างรายได้ และกลายเป็นธุรกิจหลักของ JKN

ซึ่งการประกวดมิสยูนิเวิร์สที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งในเรื่องเวที แสง สี เสียง และการจัดการประกวดที่สมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดไปกว่า 160 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งได้เรตติ้งสูงสุดทางช่องเทเลมุนโด้ Roku และแพลตฟอร์มโซเชียล โดยมียอดผู้เข้าชมกว่า 1 พันล้านคน
ปัจจุบันกิจการหลักของบริษัทแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1. การเป็นเจ้าขององค์กร Miss Universe Organization ที่มีอายุยาวนานกว่า 70 ปี โดยสามารถสร้างรายได้จากการต่อยอดธุรกิจใหม่ภายใต้แบรนด์มิสยูนิเวิร์ส

2. Content Sales เจ้าของลิขสิทธิ์เนื้อหารายการประเภทซีรีส์ ภาพยนตร์ การ์ตูน สารคดี จากหลากหลายประเทศ เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ จีน ฟิลิปปินส์ และสหรัฐฯ พร้อมด้วยการเป็นผู้จำหน่ายลิขสิทธิ์ให้กับผู้ประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ทุกระบบ

3. การขาย Consumer Products ภายใต้ Anne’s Brand ผ่านช่องทาง JKN Hi-Shopping บนหน้าจอโทรทัศน์ และบนแพลตฟอร์มออนไลน์

4. Media Sales การทำธุรกิจบนดิจิทัลทีวี โดยการร่วมมือกันผลิตรายการประเภทข่าวสาร สาระระหว่าง JKN 18 และ TOP NEWS เพื่อออกอากาศทางช่อง JKN18

“บริษัทมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการขอโอกาสในการแก้ปัญหาต่างๆให้สำเร็จลุล่วง และพร้อมยืนยันจะแก้ปัญหาเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับเงินคืนอย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน”

นางนรินธร อนุเคราะห์ธนาพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN กล่าวว่า หลังจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทได้ขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยการระดมทุนด้วยการเพิ่มทุน การกู้ยืมธนาคารพาณิชย์ และออกหุ้นกู้ ปัจจุบันมีมูลค่าหุ้นกู้กว่า 3 พันล้านบาท

ซึ่งบริษัทมีการนำเงินจากหุ้นกู้มาเป็นเงินลงทุนในการขยายธุรกิจรวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท และส่วนที่เหลือนำมาเป็นเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ

แต่เมื่อลูกค้าของบริษัทมีการชำระเงินล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้บริษัทมีปัญหาการขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถชำระคืนหุ้นกู้ได้ตามกำหนด ทางที่ปรึกษาการเงินและที่ปรึกษากฎหมายจึงได้แนะนำให้บริษัทฯยื่นขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลาง เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ระหว่างที่กำลังหาทางแก้ปัญหาหนี้สิน

แอน-จักรพงษ์ นำทีม JKN ตั้งโต๊ะแถลงยืนยันความรับผิดชอบ

นายธีระพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ์ ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยถึงการเข้าแผนฟื้นฟูและการเดินหน้าของกิจการว่า การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทจะช่วยให้บริษัทแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกฎหมายรองรับและให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม

อีกทั้งบริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อการแก้ไขปัญหาของบริษัท และเพื่อสร้างผลกําไรจากการดําเนินกิจการต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง โดยสาเหตุของการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปดังนี้

1. แม้บริษัทยังไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ยังไม่อยู่ในฐานะล้มละลาย แต่การชำระหนี้ ของบริษัทอาจจะมีปัญหาและนำไปสู่การฟ้องร้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายทำให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนของบริษัทเสื่อมค่า อันจะกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของบริษัทในอนาคตอันใกล้ได้

2. เพื่อเป็นการคุ้มครองเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้ตามแผน จึงจำเป็นต้องนำบริษัทเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

3. บริษัทได้จัดเตรียมเอกสารข้อมูล รายนามเจ้าหนี้ และจำนวนหนี้ทุกประเภท เสนอ ต่อศาลและเจ้าหนี้ให้พิจารณาแต่งตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ แล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566

4. บริษัทจะจัดทำแผนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดสรรกระแสเงินสดในการชำระหนี้ โดยให้เจ้าหนี้และศาลพิจารณาอนุมัติ

5. บริษัทจะบริหารแผนธุรกิจตามแผนที่ผ่านการอนุมัติของที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว


6. เมื่อเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามแผนเรียบร้อย บริษัทก็จะออกจากแผนแล้วดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างมั่นคงต่อไป