ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินส่งออกทุเรียนสดไปจีนโตต่ำกว่าปีก่อน-เวียดนามแย่งตลาด

ทุเรียน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปี 2567 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีนเติบโต 12% ลดลงจากปีก่อนที่โต 30% ชี้ต้องเผชิญภาวะการแข่งขันมากขึ้น “เวียดนาม” แย่งส่วนแบ่งตลาด จับตา “มาเลเซีย” ส่อได้รับอนุญาตจากทางการจีนในปีนี้ แนะรักษาคุณภาพทุเรียนไทยที่ยังได้เปรียบอยู่

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์สถานการณ์การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนในปี 2567 นี้ โดยระบุว่า ในปี 2566 การส่งออกผลไม้ของไทยไปจีน นำโดยทุเรียน มีบทบาทต่อภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยไปจีน มีสัดส่วนถึง 18.2% ของการส่งออกสินค้าไทยไปจีนทั้งหมด ขณะที่การส่งออกสินค้าไทยไปจีนโดยรวม หดตัวเล็กน้อยที่ -0.8%YoY แต่หากไม่รวมสินค้าในกลุ่มผลไม้จะหดตัวที่ -5.3%YoY

ขณะที่ทุเรียนสดถือเป็นผลไม้ที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุด โดยมีสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจาก 1.ความต้องการบริโภคทุเรียนในตลาดจีนมีมากขึ้นตามความนิยม และ 2.ปริมาณผลผลิตทุเรียนในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ ได้แก่ การขยายช่องทางการขาย อาทิ ช่องทางออนไลน์ และการเพิ่มช่องทางขนส่งทางราง ผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว ช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกในการขนส่ง ได้มากขึ้น ซึ่งในปี 2566 เริ่มมีการส่งทุเรียนผ่านเส้นทางนี้มากขึ้น โดยคิดเป็น 5.7% ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมดไปจีน

สำหรับปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาพรวมการส่งออกทุเรียนสดไทยไปจีนอาจอยู่ที่ 4,500 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12%YoY ซึ่งเติบโตในทิศทางชะลอลง จากฐานที่สูงในปีก่อน โดยเป็นผลจากปริมาณส่งออก (Q) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 10%YoY ซึ่งเติบโตในทิศทางชะลอลงจากปีก่อน เนื่องจากผลผลิตบางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากอากาศแปรปรวน

ขณะที่ราคาส่งออก (P) คาดว่าอาจขยับขึ้นได้เล็กน้อยที่ 2%YoY ซึ่งเติบโตชะลอลงจากปีก่อน เพราะแม้ความต้องการทุเรียนสดจากไทยตลาดจีนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ทุเรียนสดจากไทยก็อาจถูกกดดันจากคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ทั้งนี้ หากการส่งออกทุเรียนสดต่ำกว่าคาดการณ์ก็อาจส่งผลต่อการส่งออกไทยไปจีนในภาพรวม

มองไปข้างหน้า ความสามารถด้านการแข่งขันเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการส่งออกทุเรียนสดของไทยไปจีน แม้ว่าในปี 2566 ทุเรียนสดของไทยจะยังคงครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้อยู่ หรือราว 68% ของมูลค่าการนำเข้าทุเรียนสดทั้งหมดของจีน แต่ทุเรียนเวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น หลังได้รับอนุญาตจากทางการจีนให้ส่งออกทุเรียนสดอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ประกอบกับมาเลเซียที่อาจได้รับอนุญาตให้ส่งออกทุเรียนสดไปยังจีนได้ในปีนี้ น่าจะส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดของทุเรียนสดไทยในจีนที่อาจปรับลดลงได้

ดังนั้น การรักษาคุณภาพของทุเรียนไทยที่ปัจจุบันยังมีความได้เปรียบอยู่ จากรสชาติที่เป็นที่นิยม และความหลากหลายของพันธุ์ จะเป็นกุญแจสำคัญ ท่ามกลางภาวะที่คู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้าน และกระทั่งในจีน กำลังเร่งพัฒนาผลผลิตทุเรียน เพื่อรองรับกับความต้องการบริโภคทุเรียนของชาวจีนที่ยังมีอยู่มากและจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงข้างหน้า