วิจัยกรุงศรี จ่อหั่นจีดีพีปี’67 โตต่ำ 3% แรงหนุนท่องเที่ยว-บริโภคยังดี

จีดีพี

วิจัยกรุงศรี เตรียมปรับประมาณการจีดีพีปี 2567 โตต่ำ 3% จากเดิม 3.4% เหตุจีดีพีไตรมาส 4/66 โตอ่อนแอสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ระบุการท่องเที่ยวฟื้นต่อเนื่อง-บริโภคยังขยายตัว ชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวต่อเนื่องบวกกับมาตรภาครัฐ คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของการใช้จ่ายในช่วงต้นปี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมกราคมปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สู่ระดับสูงสุดในรอบ 47 เดือน ที่ 62.9 จาก 62.0 ในเดือนธันวาคม

ปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ การสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านโครงการ Easy-e-receipt การช่วยเหลือภาระค่าครองชีพด้านราคาพลังงาน และการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวจากโครงการ Visa free แก่นักท่องเที่ยวหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตต่ำและฟื้นตัวช้า ภาวะภัยแล้งที่อาจส่งผลต่อรายได้และผลผลิตในภาคเกษตรรวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ยังคงยืดเยื้อที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกยังทรงตัวสูง และกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและกำลังซื้อในประเทศ

ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะยังเติบโตต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนจาก 1.ความเชื่อมั่นที่ยังมีแนวโน้มปรับดีขึ้น สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ใน 6 เดือนข้างหน้ายังทยอยเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 70.9 ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

2.ภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งช่วยหนุนการจ้างงานและเพิ่มรายได้แก่แรงงานในภาคบริการ โดยนับตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 4.4 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศ 2.15 แสนล้านบาท

3.มาตรการภาครัฐทั้งมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ การพักหนี้เกษตรกร และการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ สำหรับนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ล่าสุดการประชุมของคณะกรรมการนโยบายเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ โดยกำหนดกรอบเวลาพิจารณา 30 วัน

ทั้งนี้ จีดีพีไตรมาส 4 ปี 2566 เติบโตต่ำเพียง 1.7% YOY วิจัยกรุงศรีเตรียมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ คาดปี 2567 โตต่ำกว่า 3% สภาพัฒน์รายงานเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนขยายตัว 1.7% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.6% และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี ที่ -0.6% QOQ sa ผลกระทบจาก

1.การใช้จ่ายภาครัฐที่หดตัว จากความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567

2.รายรับจากท่องเที่ยวที่ชะลอตัวตามการลดลงของค่าใช้จ่ายต่อหัวแม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นก็ตาม และ 3.การลงทุนภาคเอกชนหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนไม่มีการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

สำหรับทั้งปี 2566 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.9% ชะลอลงจากที่ขยายตัว 2.5% ในปี 2565 ส่วนในปี 2567 สภาพัฒน์ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเป็น 2.2-3.2% (ค่ากลางที่ 2.7%) จากเดิมคาด 2.7-3.7% (ค่ากลางที่ 3.2%)

วิจัยกรุงศรีคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้อาจปรับดีขึ้นจากปีก่อน เนื่องจาก 1.การขยายตัวต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยว 2.แนวโน้มการเร่งขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 หลังจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีมีผลบังคับใช้ และ 3.การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวตามการจ้างงานและปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่คาดว่าจะมีเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม วิจัยกรุงศรีเตรียมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงสู่ระดับต่ำกว่า 3.0% จากที่เคยคาดว่าจะขยายตัวที่ 3.4% เนื่องจากตัวเลขจีดีพีในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนอ่อนแอกว่าที่คาดไว้มาก กอปรกับปัจจัยลบจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกให้เติบโตช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

นอกจากนี้ หากปัญหาเชิงโครงสร้างบั่นทอนการฟื้นตัวตามวัฎจักรเศรษฐกิจจนลดทอนแรงส่งด้านอุปสงค์อาจเพิ่มความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้