ดอลลาร์อ่อนค่า นักลงทุนจับตารายงานประชุมเฟด-ถ้อยแถลงพาวเวลล์

เงินดอลลาร์สหรัฐ
FILE PHOTO: REUTERS/Dado Ruvic/

ดอลลาร์อ่อนค่า นักลงทุนจับตารายงานประชุมเฟด-ถ้อยแถลงพาวเวลล์คืนนี้ (21/2) ขณะที่ล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟด ส่งผลให้นักลงทุนปรับคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดในปีนี้ไปเป็นเดือน มิ.ย. 

วันที่  21 กุมภาพันธ์ 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 36.02/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (20/2) ที่ระดับ 36.06/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก สอดคล้องกับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนปรับเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 30-31 ม.ค. ในคืนนี้ (21/2) รวมทั้งถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดยล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟด ส่งผลให้นักลงทุนปรับคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดในปีนี้เป็นเดือน มิ.ย.จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือน มี.ค. ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพียง 3 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยจำนวนมากกว่า 4 ครั้ง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐนั้น Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ลดลง 0.4% ในเดือน ม.ค.สู่ระดับ 102.7 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 ทั้งนี้ ดัชนี LEI ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 23 แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจ 6 จาก 10 รายการมีค่าเป็นบวกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า สอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (20/02) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ออกมาแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และวอนให้ กนง.เรียกประชุมนัดพิเศษ โดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบปกติในเดือน เม.ย. ระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.80-36.05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 1.0809/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (20/2) ที่ระดับ 1.0766/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) รายงานในวันอังคาร (20/2) ว่าค่าแรงหลังการเจรจาต่อรองในยุโรปโซนปรับขึ้น 4.46% ในไตรมาส 4/2023 โดยชะลอตัวลงจากอัตราการปรับขึ้น 4.60% ในไตรมาส 3/2023 ซึ่งรายงานตัวเลขนี้ช่วยสนับสนุนการคาดการณ์ในตลาดที่ว่า อัตราการปรับขึ้นค่าแรงในยูโรโซนได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ค่าแรงนี้ยังคงเติบโตในอัตราที่สูงกว่าระดับเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตั้งไว้ที่ 2% โดยอีซีบีเคยระบุว่า ค่าแรงถือเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0786-1.0821 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0791/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/2) ที่ระดับ 150.02/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (20/2) ที่ระดับ 149.62/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลสำรวจระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นบริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นดิ่งลงจาก +7 ในเดือน ม.ค.สู่ -1 ในเดือน ก.พ. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือนที่ดัชนีนี้มีค่าติดลบ ตัวเลขดังกล่าวช่วยตอกย้ำความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่น

นอกจากนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 11.9% ในเดือน ม.ค.เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 9.5% โดยยอดส่งออกของญี่ปุ่นในเดือน ม.ค.ได้รับแรงหนุนจากยอดส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ไปยังสหรัฐ และยอดส่งออกอุปกรณ์การผลิตชิปไปยังจีน

แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายกล่าวเตือนว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นก็อาจได้รับแรงหนุนสำคัญจากการอ่อนค่าของเยนด้วย แทนที่จะได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.81-150.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 150.09/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 30-31 ม.ค. (22/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อญี่ปุ่น (22/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อยูโรโซน (22/2), ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน (22/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสหรัฐ (22/2), ยอดขายบ้านมือสอง (21/2) และ GDP เยอรมนี (23/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.8/-8.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.00/-3.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ