คลังชี้คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายพุ่ง 2,200 ล้าน หนุนจีดีพี Q4 ส่อโตเกิน 1%
คลังชี้คนละครึ่งพลัสยอดใช้จ่ายพุ่งแล้ว 2,200 ล้านบาท หนุนเศรษฐกิจไตรมาส 4 มีโอกาสโตเกิน 1% ปรับประมาณการจีดีพีปี’68 โต 2.4% ดีกว่าประมาณการครั้งก่อน ปีหน้าคาดขยายตัวที่ 2%
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า มาตรการคนละครึ่งพลัสล่าสุดมียอดใช้จ่ายแล้ว 2,200 ล้านบาท เป็นแรงหนุนเศรษฐกิจไตรมาส 4 ทำให้มีโอกาสโตได้เกิน 1% ต่อปี
ทั้งนี้ สศค.ได้ปรับประมาณการอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของไทยในปี 2568 เป็นขยายตัวได้ 2.4% ต่อปี จากเดิมคาด 2.2% จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล-คนละครึ่งพลัส
พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจปี 2569 จะขยายตัวได้ 2% ต่อปี
โครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ภายใต้แนวคิด Quick Big Win วงเงินงบประมาณ 44,000 ล้านบาท จำนวน 20 ล้านสิทธิ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจฐานราก และช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
สำหรับขั้นตอนหลังจากลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสผ่านแอปเป๋าตัง และได้รับสิทธิเรียบร้อยแล้ว ก่อนใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ประชาชนผู้ได้รับสิทธิจะต้องเติมเงินเข้า G Wallet ในแอปเป๋าตัง เพื่อใช้จ่ายเงินร่วมกับรัฐบาล
ทั้งนี้ ประชาชนที่ลงทะเบียนแล้ว เติมเงินในแอปเป๋าตังแล้ว สามารถเริ่มซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลพร้อมเปิดใช้งานโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 น. ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยมีผู้ได้รับสิทธิรวมกว่า 20 ล้านคน แบ่งเป็น
– ผู้ที่ยื่นภาษีได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ 2,400 บาท จำนวน 7.93 ล้านคน
– ผู้ที่ไม่ยื่นภาษี ได้รับสิทธิ 2,000 บาท จำนวน 12.07 ล้านคน
– สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
ขณะที่การเปิดลงทะเบียนครั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนรวม 20.19 ล้านคน แต่มีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ 194,210 คน เนื่องจากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 192,920 คน เสียชีวิต 758 คน เคยทำผิดเงื่อนไขโครงการก่อนหน้า 191 คน และเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า 341 คน
ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 มีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 590,000 ราย แบ่งเป็นร้านค้าเดิมราว 100,000 ราย และร้านค้าใหม่กว่า 400,000 ราย หรือเกือบ 600,000 ราย และยังมีอีกราว 100,000 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
ทั้งนี้ ร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 68 โดยเปิดให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ร้านบริการนวด สปา และรถรับจ้างสาธารณะที่มีใบอนุญาตขนส่งร่วมโครงการได้
