ธปท. สกัดบาทแข็ง จ่อออกประกาศเพิ่มอำนาจกำกับธุรกรรมทองคำภายใน ม.ค.นี้
วิทัย รัตนากร
ธปท. เผยภายในกลางเดือน ม.ค. 69 เตรียมออกประกาศคุมธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแฟลตฟอร์ม หลังพบยอดธุรกรรมสูงสุดแตะ 2.25 แสนล้านบาท หรือสูงถึง 50% ของจีดีพี สาเหตุกดเงินบาทแข็งค่า หลังเดือน ธ.ค.แข็งค่า 4.2%
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมค่าเงินบาทนับตั้งแต่ต้นปี-ปัจจุบันแข็งค่าแล้ว 9.4% นำภูมิภาค รองจากมาเลเซีย และแข็งค่าค่อนข้างเยอะในเดือนธันวาคมที่แข็งค่าขึ้น 4.2% ซึ่งไม่ได้สะท้อนข้อมูลจริง ธปท.จึงต้องหาสาเหตุ-ปัจจัย โดยส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐาน คือ ดอลลาร์อ่อนค่า และเงินไหลเข้า
และกระแสเงินทุน (Flow) ขายดอลลาร์ ซื้อเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีอยู่ 15 ราย และมี 3-4 รายใหญ่ ซึ่งมีปริมาณซื้อขายทองคำเทียบจีดีพีเติบโตสูงขึ้น โดยในปี 2567 มีขนาด 39% ของจีดีพี และคาดว่าซื้อขายรวมในแพลตฟอร์มมากว่า 50% ของจีดีพี และหากดูมูลค่าธุรกรรมซื้อขายทองคำอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท เทียบมูลค่าซื้อขายหุ้นในตลาดอยู่ทึ่ 4.2 หมื่นล้านบาท และหากดูในวันที่มีปริมาณสูงสุด 2.25 แสนล้านบาท ซึ่งเกินตลาดหุ้นไปแล้ว แต่ยังไม่มีคนกำกับดูแลเมื่อเทียบกับธุรกิจผู้ค้าทอง
“หากดูในช่วงเงินบาทแข็งค่าจาก 31.80 บาทต่อดอลลาร์ ลงมาเหลือ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงวันที่ 11-15 ธ.ค. 68 หากนับธุรกรรมทุกประเภทในการขายเงินดอลลาร์ พบว่า 45% มาจากแรงเทขายจากธุรกรรมทองคำ และบางช่วงเห็นสูงถึง 62% ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าใหญ่มากและใหญ่กว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้น จึงเป็นปัจจัยให้บาทแข็งค่าชัดเจน โดยเฉพาะธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีมูลค่าหลัก 100-1,000 ล้านบาท และซื้อขายบ่อย ๆ ถี่ ไม่เกี่ยวกับซื้อขายร้านทองตู้แดง ผู้ซื้อเก็บสะสมรายย่อย“
ดังนั้น แนวทางการกำกับดูแลจะมีอยู่ด้วยกัน 3 มาตรการ โดย 2 มาตรการจะเป็นในส่วนของกระทรวงการคลัง คือ 1.ให้กรมสรรพากรกำกับผู้ประกอบการซื้อขายแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร และ 2.ให้กรมสรรพากรดูความเหมาะสมในการเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่รวมซื้อขายรายย่อย
และ 3.มาตรการในส่วนของ ธปท.ในการดูแนวทางการกำกับปริมาณธุรกรรมทองคำ เช่น การกำหนดเพดานธุรกรรม หากผู้ประกอบการ-ลูกค้าเป็นประเภทนี้ และมีการยืนยันตัวตน (KYC) แบบนี้ จะกำหนดเพดานธุรกรรมเท่าไร โดยจะไม่กระทบร้านทองตู้ทอง และซื้อขายรายย่อย
โดยปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างให้กระทรวงการคลังในการแก้ประกาศกระทรวงการคลังในการให้อำนาจในการเข้าไปกำกับดูแลข้อมูลธุรกรรมและมีสิทธิเรียกดูข้อมูลธุรกรรมบางอย่าง โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการเปิดฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) และคาดว่าประกาศกระทรวงการคลังได้ภายในกลางเดือนมกราคม 2569
“เราอยู่ระหว่างการเฮียริ่งประกาศกระทรวงการคลัง คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์น่าจะแล้วเสร็จ และสามารถประกาศกระทรวงการคลังภายในกลางเดือนมกราคม 2569 โดยเราจะมีอำนาจในการกำกับข้อมูล เช่น ซื้อขายทองในรูปเงินบาทที่มีมูลค่าสูงบนแอป ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าเงินบาท เพราะธุรกรรมผ่านออนไลน์สัดส่วนสูงถึง 80% เมื่อเทีนบกับซื้อขายผ่านร้าน Physical แค่ 15-20% ซึ่งเราไม่ได้กำกับธุรกิจผู้ค้าทองคำ อย่างไรก็ดี มองว่าในที่สุดจะต้องมีคนกำกับธุรกิจผู้ค้าร้านทอง เพราะมีธุรกรรมสูงมาก และเข้าใจว่าไม่มีประเทศไทยสูงเท่าเรา”
นายวิทัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะมีการดูแลภาพรวมของเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะเงินตราต่างประเทศอย่างเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อไหลเข้าประเทศแล้วจำเป็นต้องมีการขายดอลลาร์เพื่อซื้อเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่า
ที่ผ่านมาประเทศไทยเปิดเสรีการนำเงินเข้าประเทศมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ภาครัฐจะดำเนินการเพิ่มเติม คือการออกหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินเข้าประเทศ
“ภายใต้เกณฑ์ใหม่ จะขอให้ธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารประกอบการนำเงินเข้า ซึ่งต้องมีหลักฐานแสดงที่มาของเงินอย่างชัดเจน ซึ่งหากพบการนำเงินเข้ามาในปริมาณสูงถึงระดับที่มีนัยสำคัญ ธนาคารจะต้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้ามาใช้ในประเทศ”