ผู้ว่าการ ธปท.เปิด 3 แนวทางนโยบายการเงิน-การคลัง Unlock value ฟื้นเศรษฐกิจไทย

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ผู้ว่าการ ธปท.เผย 3 ข้อปลดล็อกนโยบายการเงิน-การคลัง เน้น “ประสานความร่วมมือ-ทำนโยบายยืดหยุ่น อย่ายึดติด-คำนึงถึงขีดจำกัด อย่าทำอะไรสุดโต่ง” ลั่น “นโยบายการคลัง” พระเอกตัวจริงพยุงเศรษฐกิจ-ประชาชน K ขาล่าง” หลังมาตรการคลังเบ็ดเสร็จช่วยพยุงจีดีพี 2 ปี กว่า 10.8%

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวภายในงานสัมมนา “Thailand 2022 UNLOCK VALUE ก้าวสู่เส้นทางใหม่ไร้ขีดจำกัด” ภายใต้การเสวนาหัวข้อ “การเงิน-การคลัง” กู้วิกฤตเศรษฐกิจไทย ว่า หากพูดถึงการ Unlock ศักยภาพนโยบายการเงินที่ไร้ขีดจำกัด ทุกคนอยากทำนโยบายแบบนั้น แต่ต้องยอมรับว่าทุกนโยบายย่อมมีผลข้างเคียง

ดังนั้น สิ่งที่จะต้องทำ คือ 1.การประสานนโยบายให้ดีระหว่างการเงินและการคลัง โดยใช้จุดแข็งของแต่ละนโยบาย เช่น นโยบายการคลัง ทำได้ช้า แต่เห็นผล ขณะที่นโยบายการเงิน ทำได้เร็ว แต่เห็นผลช้า เพราะต้องส่งผ่านไปยังสถาบันการเงิน จึงต้องประสานนโยบายระหว่างกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2.ทำนโยบายแบบยืดหยุ่น อย่ายึดติด สถานการณ์เปลี่ยนแปลง นโยบายก็ต้องปรับเปลี่ยน เช่น จากนโยบายแบบปูพรม มาเป็นเฉพาะเจาะจง

และ 3.เพื่อให้นโยบายการเงินได้ผลสูงสุด จะต้องคำนึงถึงขีดจำกัดของมัน อย่าทำอะไรสุดโต่ง จะเกิดผลข้างเคียง ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถ้าหากขาดเสถียรภาพทั้งฝั่งการเงินและการคลัง จะทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด



ดังนั้น โจทย์การทำนโยบายการเงิน สิ่งสำคัญ คือ 1.ต้องทำนโยบายการเงินที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อระบบการเงินไม่ให้สะดุด จะต้องสมูท โดยนโยบายการเงินจะต้องไม่ตึงตัว การดูแลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวไม่สะดุด 2.ต้องแน่ใจว่ามาตรการตรงจุด เพื่อช่วยคนที่ได้รับผลกระทบที่หนักกว่าคนอื่น หรือ K ขาล่าง แม้ว่านโยบายการคลังจะช่วยตรงจุดมากกว่า

“นโยบายการเงิน เป็นนโยบายที่ไม่ได้ตรงจุด และค่อนข้างกว้าง ซึ่งแตกต่างจากนโยบายการคลังที่สามารถเจาะกลุ่มได้เฉพาะ โดยวันนี้พระเอกกู้วิกฤต K ขาล่าง คือการคลัง เพราะถ้าไม่มีนโยบายการคลัง ภาพเศรษฐกิจไทยจะหนักกว่านี้เยอะมาก

แม้ว่าหลายคนบอกว่ารัฐกู้เงินเยอะ หากไม่มีตรงนั้นปัญหาจะหนักกว่า เช่น ปีก่อนจีดีพี -6% หากไม่มีมาตรการคลังจีดีพี -9% หรือปีนี้เรามองขยายตัว 0.7% หากไม่มีมาตรการคลัง -4% โดยเบ็ดเสร็จมาตรการคลังช่วยพยุงจีดีพี 10.8%

โดยในส่วน ธปท.พยายามทำให้ระบบการเงินมีฟังก์ชั่นการทำงานเป็นปกติ หรือนโยบายคลังที่ยังไม่สามารถครอบคลุม ธปท.ก็ออกมาตรการเสริมออกมา ทั้งเสริมสภาพคล่อง หรือแก้หนี้เดิม เพื่อช่วย K ขาล่าง ผู้ที่ได้รับผลกระทบตรงจุดมากขึ้น”


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ