เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
Tech ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
Economic พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
หัวใจของสเปน
Columns หัวใจของสเปน
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’  ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
World ‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’ ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
Politics อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า-รายงานเศรษฐกิจ ธปท.

27 พ.ย. 2564 | 07:02น.
เงินบาท

เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงฉุดของโควิด-19 จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ทั้งรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนต.ค. ของแบงก์ชาติ ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตามจังหวะการย่อตัวของราคาทองคำในตลาดโลกและสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงปลายสัปดาห์

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ มีแรงหนุนจากมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดและรายงานการประชุมเฟด ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะเร่งปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ของมาตรการ QE และอาจจะตามมาด้วยสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ในปีหน้าหากเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบสูงต่อเนื่อง

นอกจากนี้การเสนอชื่อนายเจอโรม พาวเวลเป็นประธานเฟดอีกสมัยก็เป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (26 พ.ย.) เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 33.65 เทียบกับระดับ 32.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (19 พ.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (29 พ.ย.-3 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนต.ค. ของธปท. ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP ดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนพ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. ของยุโรป รวมถึงดัชนี PMI เดือนพ.ย. ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษ

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงปลายสัปดาห์ แต่ยังไม่หลุดแนว 1,600 จุด โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,610.61 จุด ลดลง 2.09% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 93,574.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.73% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.54% มาปิดที่ 565.08 จุด

หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบเกือบตลอดสัปดาห์ ก่อนจะร่วงลงหนักในช่วงปลายสัปดาห์ โดยการขยับขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์มีปัจจัยหนุนจากตัวเลขส่งออกไทยซึ่งออกมาดีกว่าคาด ประกอบกับมีแรงซื้อต่อเนื่องในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี จากข่าวการควบรวมกิจการของบริษัทสื่อสาร ขณะที่การขยับขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์หลักๆได้แรงหนุนจากแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ดีหุ้นไทยร่วงลงช่วงปลายสัปดาห์ตามตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิดในหลายประเทศ รวมถึงการพบไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (29 พ.ย.-3 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,600 และ 1,585 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,640 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ตลอดจนผลการประชุมโอเปกพลัส

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน การจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI เดือนพ.ย. ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและจีน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย.(เบื้องต้น) ของยูโรโซน ตลอดจนยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ของญี่ปุ่นและยูโรโซน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท