ไทยพาณิชย์กางแผนยานแม่ “SCBX” ปั้นรายได้ 5 ปี

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี’65 เน้นเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียม มุ่งประกัน-ธุรกิจมั่งคั่ง เผย SCB10X สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ดันสัดส่วนค่าฟีเพิ่มมากกว่า 35% พร้อมเปิดไทม์ไลน์ยานแม่ “SCBX” ปรับโครงสร้างแยกบริษัท Card X ลุยธุรกิจครึ่งปีหลัง ตั้งเป้า 5 ปี สร้างรายได้ 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด

วันที่ 28 ธันวาคม 2564 นายมาณพ เสงี่ยมบุตร รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปี 2565 จะมีการประกาศภายในกลางเดือนมกราคม 2565 อย่างไรก็ดี ภาพรวมการเติบโตธุรกิจโดยรวมน่าจะดีกว่าปีนี้ แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโอไมครอนที่เข้ามาเป็นปัจจัยเสี่ยงว่าจะรุนแรงมากน้อยระดับใด

อย่างไรก็ดี การเติบโตสินเชื่อยังคงเน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพ และมีผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยง และเน้นการเติบโตรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ค่าธรรมเนียม) ซึ่งจะมาจาก 2 กลุ่มหลัก คือ รายได้จากประกัน และการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth management) และอีกตัวชูธง จะเป็นผลกำไรจากการเข้าไปลงทุนของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB10X) ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีสตาร์ตอัพทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่มีผลกำไรจากการลงทุนเป็นกอบเป็นกำ

โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 35% แต่ในระยะข้างหน้าแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยมาจากสัดส่วน SCB10X เป็นส่วนสำคัญ จากเม็ดเงินลงทุนที่มีอยู่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้ลงทุนไปแล้วส่วนใหญ่ ขณะที่สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยยังคงมีสัดส่วนมากกว่า เนื่องจากฐานสินเชื่อที่สูง และครอบคลุมลูกค้าจำนวนมาก จึงเห็นสัดส่วนไม่ได้ลดลง ดังนั้น รายได้หลักในปี 2565 ยังคงมาจากกลุ่มธุรกิจธนาคาร

“ในปีหน้ารายได้หลักจะมาจากกลุ่มธนาคารเป็นหลักอยู่ โดยสินเชื่อเรายังเน้นคุณภาพ จึงยังคงเห็นการเติบโตตัวเลขหลักเดียว จากปีนี้ในช่วง 9 เดือนแรกขยายตัวอยู่ที่ราว 5%”

สำหรับไทม์ไลน์ของกลุ่มบริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ (SCBX) หลังจากนี้ โดยภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 จะดำเนินการเรื่องการแปลงสภาพหุ้น หรือ Share Swap โดยกำหนดที่ 1 หุ้น SCB ต่อ 1 หุ้น SCBx ซึ่งผู้ถือหุ้นจะต้องทำ Swap มีสัดส่วนมากกว่า 90% แม้ว่าหลักเกณฑ์จะกำหนดสัดส่วนเพียง 75% แต่ธนาคารต้องการให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นมีความสนใจและเป็นความประสงค์แท้จริงในการ Share Swap และเห็นชอบในการปรับโครงสร้างในครั้งนี้

“โดยเท่าทีสังเกตและพูดคุยกับนักลงทุนสถาบัน และคะแนนโหวตที่ท่วมท้นจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ และจากราคาหุ้น น่าจะเชื่อว่าผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เห็นชอบด้วยกับการปรับโครงสร้าง และน่าจะผ่านการแปลงสภาพหุ้นได้เกิน 90% ด้วยฐานโครงสร้างผู้ถือหุ้นในตลาดเป็นฐานที่มีนักลงทุนสถาบันเป็นส่วนใหญ่ เห็นได้จากผู้ถือหุ้นในตลาด 50% มากกว่าครึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ”

และหลังจากการทำ Swap แล้วเสร็จ จะเดินหน้าในการปรับโครงสร้าง โดยในช่วงครึ่งหลังจะเริ่มแยกธุรกิจออกจากธนาคาร โดยเริ่มจากธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้บริษัท คาร์ดเอกซ์ จำกัด (Card X) ออกมาอยู่ภายใต้ SCBX อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าวจะต้องได้รับการเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)



ขณะที่การเติบโตภายใต้กลุ่ม SCBX ธนาคารตั้งเป้ารายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ตั้งแต่ปี 2565-2569) จะมาจาก SCBX อยู่ที่ 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งจะมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจด้วยกัน คือ กลุ่มธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล และธุรกิจเทคโนยีแพลตฟอร์ม รวมถึงธุรกิจที่แยกบริษัทออกไป เช่น บริษัท คาร์ดเอกซ์ จำกัด (Card X) ที่มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนนี้จะเริ่มสร้างรายได้ให้กับกลุ่ม SCBX ได้ภายในปีหน้า

นอกจากนี้ ทิศทางของกลุ่ม SCBX จะเน้นสร้างโครงสร้างระบบพื้นฐาน สร้างระบบนิเวศเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล เพราะมองว่ากระแสการใช้เงินสกุลดิจิทัลจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว โดยธนาคารจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการบริการเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล

“เราคิดว่าสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนจึงไม่คิดที่จะเข้าไปลงทุน และธนาคารไม่ต้องการจะมีผลประกอบการจากกำไรของความผันผวนจากสกุลเงินดิจิทัล แต่เราต้องการมีผลประกอบการจากการให้บริการเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ