เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
World ‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
Finance เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ย. 69) ปรับลง 1.79% อยู่ที่ 79,676 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ย. 69) ปรับลง 1.79% อยู่ที่ 79,676 เหรียญสหรัฐ
จัดระเบียบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เบรก 167 โครงการนับหนึ่งใหม่
Economic จัดระเบียบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เบรก 167 โครงการนับหนึ่งใหม่
‘เอกนิติ-วิทัย’พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เร่งลงทุนเปลี่ยนผ่าน ตัดช่องลำเลียง‘ทุนเทา’
50 ประชาชาติธุรกิจ ‘เอกนิติ-วิทัย’พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เร่งลงทุนเปลี่ยนผ่าน ตัดช่องลำเลียง‘ทุนเทา’
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ดูทั้งหมด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดหลังเปิดประเทศ ต่างชาติเข้าไทย 4 ล้านคน

30 เม.ย. 2565 | 12:22น.
เปิดประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์เปิดประเทศ 1 พ.ค. หนุนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 4 ล้านคน ชี้ตลาดยังท้าทายรอบด้าน ทั้งนโยบายการเดินทางต่างประเทศของประเทศต้นทาง นโยบาย Zero COVID ของจีน-สงคราม “รัสเซีย-ยูเครน” ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้น

วันที่ 30 เมษายน 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า วันที่ 1 พ.ค. 2565 ที่มีการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ จะเป็นก้าวสำคัญของตลาดต่างชาติเที่ยวไทย โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศ ที่มีการผ่อนคลายเงื่อนไขสำหรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับสถานการณ์การระบาดของโควิดในประเทศ

สะท้อนได้จากผลการจัดอันดับ Asia’s travel readiness index ของ Economist Intelligence (EIU) พบว่า ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ (วัดจากผลคะแนนเป็นอันดับที่ 4) ของประเทศที่มีมาตรการผ่อนการเดินทางท่องเที่ยว (Ease of Travel) ในภูมิภาคเอชีย (28 ประเทศและเขตปกครองพิเศษ) และการที่ทางการมีการผ่อนคลายเงื่อนไขในวันที่ 1 พ.ค. 2565 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ น่าจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การผ่อนคลายเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ โดยกลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบไม่ต้องตรวจ RT-PCR และการปรับลดวงเงินประกันภัยสำหรับชาวต่างชาติทุกกลุ่มเหลือ 10,000 เหรียญสหรัฐ จากเดิม 20,000 เหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ ทางการยังได้เปิดจุดผ่านแดนถาวร 31 ด่าน ใน 17 จังหวัด เพื่อเปิดรับการเดินทางท่องเที่ยวทางบก ซึ่งจะมีผลตังแต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 นับเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว และช่วยให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2565 นี้ กลับมามีบรรยากาศที่สดใสขึ้น ซึ่งการปรับเงื่อนไขครั้งนี้เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว

และที่สำคัญยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากในหลายประเทศได้กลับมาทำตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวและผ่อนคลายเงื่อนไขการเดินเข้าประเทศของชาวต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ ผ่อนคลายให้ชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัตซีนสามารถเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว (Vaccinated Travel Lane – VTL) เป็นต้น

จากปัจจัยดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะค่อย ๆ เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 เนื่องจากจะเข้าสู่ฤดูกาลการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากหลายชาติ อาทิ ในช่วงไตรมาส 3 ของทุกปี (ประมาณเดือน ก.ค. และ ส.ค.) จะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และอาเซียน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนและเป็นช่วงปิดภาคเรียน ขณะที่ไตรมาส 4 จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย

สำหรับมุมมองต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมีมุมมองที่ระมัดระวัง เนื่องจากตลาดยังมีหลายปัจจัยท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางยังต่างประเทศของนักท่องเที่ยวได้ อาทิ

  •  การดำเนินนโยบายการเดินทางต่างประเทศของประเทศต้นทาง เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด เช่น นโยบายปลอดโควิด (Zero COVID Policy) ของจีน ซึ่งหากจีนยังไม่ปรับเปลี่ยนการใช้นโยบายดังกล่าว ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนน่าจะยังไม่สามารถเดินทางมาไทยได้อย่างปกติในปีนี้
  • เหตุการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียโดยหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวรัสเซียเที่ยวไทย อย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบันจนกระทบการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็น่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวยุโรปเที่ยวไทยโดยรวมที่มากขึ้นจากปีก่อน
  • ปัญหาราคาพลังงาน และเงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น
    ด้วยปัจจัยดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสำหรับทั้งปี 2565 อาจอยู่ที่ราว 4 ล้านคน (หรือคิดเป็นรายได้การท่องเที่ยวเป็นมูลค่าประมาณ 2.4 แสนล้านบาท) ทั้งนี้ หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่รุนแรง มองว่า นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปยังเป็นตลาดที่สำคัญของการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 1.8 ล้านคน ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกน่าจะมีจำนวน 1.7 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจากทั้ง 2 ภูมิภาคคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 86% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมดในปีนี้

แต่กระนั้นก็ดี หากแรงหนุนการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยของชาวต่างชาติปรากฏสัญญาณที่บวกมากขึ้นอย่างชัดเจน ก็มีโอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปีนี้จะมากกว่าที่คาด ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะทบทวนประมาณการอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้ต่อไป

ทิศทางนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังเปิดประเทศ

อย่างไรก็ดี แม้ทางการได้ผ่อนคลายเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ แต่ผู้ประกอบการยังมีโจทย์ทางธุรกิจหลังการเปิดประเทศที่ต้องคิด ซึ่งนอกจากปัจจัยด้านตลาดที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต้องเผชิญแล้ว เทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวหลังโควิดมีการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน อาทิ

  • รูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ยังไม่มากและส่วนใหญ่เป็นกลุ่มขนาดเล็ก
  • กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เคยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย หรือกลุ่ม Revisit และส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Young Traveler ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุ และกลุ่มครอบครัวยังมีไม่มาก เนื่องจากยังมีความกังวลในเรื่องของโควิด และเป็นกลุ่มที่มีงบประมาณจำกัดในการเดินทางท่องเที่ยว
  • วัตถุประสงค์การเดินทางท่องเที่ยวมีหลากหลาย ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน (Leisure Travel) หรือการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานในสถานที่ท่องเที่ยว (Workcations) ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีระยะเวลาการพำนักอาศัยในไทยยาวนานขึ้น
  •  การเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ ความปลอดภัยจากโควิดและสร้างประสบการณ์ระหว่างการท่องเที่ยว สำหรับการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยจากการระบาดของโควิด มองหาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่แออัดหรือหนาแน่นไปด้วยผู้คน แหล่งท่องเที่ยวชุมชน/วัฒนธรรม ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างการท่องเที่ยว (Local Experience)

ซึ่งเทรนด์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มีผลต่อการทำตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อาทิ การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และแคมเปญกระตุ้นตลาดด้วยการจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เคยใช้บริการ การปรับผลิตภัณฑ์และบริการท่องเที่ยวที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้ลงตัวอย่างเช่นการผสมผสานวัฒนธรรมไทย การให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในกิจกรรมท่องเที่ยวที่จัดขึ้น และการบริการท่องเที่ยวยังต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัยจากโควิดเนื่องจากสถานการณ์การระบาดยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้การบริหารจัดการที่พัก หรือบริการที่เหมาะสมควรมีระยะห่างและไม่แออัดเกินไป

นอกจากนี้ ผู้ที่มีส่วนร่วมในแหล่งท่องเที่ยวคงต้องร่วมมือกันในการดูแลสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ การดูแลปริมาณขยะในสถานที่ท่องเที่ยว การปรับผลิตภัณฑ์หันมาใช้วัสดุธรรมชาติหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น การปรับใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งนอกจากจะช่วยกระจายรายได้ในท้องถิ่นและลดรายจ่ายของภาคธุรกิจในระยะยาว ยังเป็นจุดขายในการทำตลาดที่สอดรับไปกับเทรนด์การท่องเที่ยวยั่งยืน หรือ Sustainable Tourism

การขับเคลื่อนท่องเที่ยวหลัง 1 พ.ค. 2565