เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า หลังความเห็นของเฟดหลายสาขายังหนุนขึ้นดอกเบี้ย

19 ส.ค. 2565 | 20:14น.

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังความเห็นของเฟดหลายสาขายังหนุนการขึ้นดอกเบี้ย แต่คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแค่ 0.25-0.50% ไม่น่าถึง 0.75% หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมชะลอตัว จับตาการประชุมในวันที่ 25-27 สิงหาคมนี้ ขณะที่แบงก์ชาติแจงเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 15-19 สิงหาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (15/8) ที่ระดับ 35.36/38 บาท-ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/8) ที่ระดับ 35.21/23 บาท/ดอลาร์สหรัฐ

โดยแม้ว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐจะย่อลงจากเดือนที่แล้ว แต่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับแรงหนุนจากการที่สมาชิกของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายคนยังคงให้ความเห็นหนักแน่นในการสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป

โดยนางแมรี ดาลี ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก ได้กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่เฟดจะประกาศชัยชนะในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ และคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมเดือนกันยายนนี้

ขณะที่ในวันอังคาร (16/8) นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก ได้กล่าวถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐได้ชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม และถือเป็นข้อมูลในเชิงบวกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน อย่างไรก็ดี นายอีแวนส์กล่าวว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูงอย่างยอมรับไม่ได้ และเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ค่าเงินดอลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 26-27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดมีความมุ่งมั่นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่สุดเท่าที่จำเป็น จนกว่าจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ แต่ในขณะเดียวกัน เฟดก็ส่งสัญญาณว่าอาจจะชะลอการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตระหนักถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อย่างไรก็ดี สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า มีแนวโน้มที่เฟดอาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนหน้า หลังจากรายงานการประชุมเฟดระบุว่า “เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการประเมินว่า การดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร เฟดจึงมองว่า อาจเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยอาจจะปรับขึ้น 0.50% หรืออาจปรับขึ้นเพียง 0.25% จากที่เคยปรับขึ้นรุนแรงถึง 0.75% ในการประชุมเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม

ทั้งนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีการเคลื่อนไหวในเชิงที่ค่อนข้างแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์เงินเฟ้อโลกที่ยังไม่คลี่คลาย

โดยนักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง วันที่ 25-27 สิงหาคมนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังเงินเฟ้อเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม

โดยหัวข้อการประชุมในปีนี้คือ “Reassessing constraints on the Economy and Policy” สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.1 ในเดือนสิงหาคม โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.5 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 51.5 ในเดือนกรกฎาคม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น ในช่วงต้นสัปดาห์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไตรมาสที่ 2/65 ขยายตัว 2.5% ต่อเนื่องจากการขยายตัว 2.3% ในไตรมาสที่ 1/65 โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเร่งตัวของภาคบริการที่มีแรงสนับสนุนจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ประกอบกับการดำเนินมาตรการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขยายตัวสูง อีกทั้งภาวะเงินบาทอ่อนค่า ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การส่งออกโดยรวมขยายตัว

ด้านเสถียรภาพภายในประเทศพบว่า อัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2 ขยายตัว 6.5% ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 1.37% หนี้สาธารณะ อยู่ที่ 61.1% ของจีดีพี และทุนสำรองระหว่างประเทศ ยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.2 แสนล้านดอลลาร์

ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (18/8) รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า จากการเคลื่อนไหวของเงินบาทในกรอบ 35-36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐในช่วงที่ผ่านมานั้น พบว่าการเคลื่อนไหวโดยรวม สอดคล้องกับสกุลภูมิภาคที่มีการแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามการปรับลดคาดการณ์การเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเริ่มปรับตัวลดลง

ประกอบกับแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.25-35.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/8) ที่ระดับ 35.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (15/8) ระดับ 1.0258/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/8) ที่ระดับ 1.0337/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จากการที่เฟดยังคงหนักแน่นในการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ขณะที่ในส่วนของตลาดยุโรปเองนั้นยังคงขาดปัจจัยชี้นำตลาด นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอังกฤษ พุ่งขึ้น 10.1% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2525 โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 9.4% ในเดือนมิถุนายน และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในการสำรวจของรอยเตอร์สที่ 9.8%

ทั้งนี้ โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐโดยมีกรอบระหว่าง 1.0078-1.0268 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/8) ที่ระดับ 1.0086/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (15/8) ที่ระดับ 133.22/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/8) ที่ระดับ 132.63/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในเชิงอ่อนค่า จากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่สวนทางกับสหรัฐ ขณะที่ในวันจันทร์ (15/8) รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2565 ขยายตัว 2.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกัน 3 ไตรมาส โดยได้แรงหนุนจากการอุปโภคในภาคเอกชนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี และเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 0.5% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.6% ในขณะที่ในวันอังคาร (16/8) กระทรวงการคลัง ญี่ปุ่นได้เปิดเผยตัวเลขการค้า ซึ่งขาดดุลการค้า 1.44 ล้านล้านเยน (1.07 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินเยนและราคาสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งนับเป็นการขาดดุลเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 132.54-136.76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/8) ที่ระดับ 136.47/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ