เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สมคิด” ผ่าตัด 12 ประชารัฐ 3 นักธุรกิจดันผลงาน รัฐบาล-คสช.

25 ม.ค. 2561 | 09:10น.

การประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ที่มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน นัดล่าสุด มีการปรับปรุง “โครงสร้างใหม่” จาก 12 คณะเดิม เป็น 3 กลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ 3 เป้าหมาย ได้แก่ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน พัฒนาคุณภาพคน และลดความเหลื่อมล้ำ

ทุกกลุ่มชงแผนงานปี 2561 ให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี อนุมัติขั้นตอนสุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561

“กานต์” ดัน R&D 1% ต่อจีดีพี

สำหรับโครงสร้างใหม่ ภายใต้ภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ กลุ่มการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน (Thailand 4.0) มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหัวหน้าภาครัฐ นายกานต์ ตระกูลฮุน เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน โดยมีแผนงานสำคัญ คือ การจัด marketplace เพื่อให้ด้าน supply ได้มีโอกาสมานำเสนอผลงานและพบด้าน demand ผ่านการดำเนินงานระหว่างภาครัฐ เอกชนที่มีศูนย์นวัตกรรมและสถาบันการศึกษา

การรวมกลุ่มเอกชนเพื่อทำวิจัยร่วมกัน โดยขอหักลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่าย R&D ปลดล็อกระบบบริหารจัดการทุนวิจัยของรัฐร่วมเอกชน ให้ภาครัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างการวิจัยได้ ยกระดับ R&D ของประเทศไทยให้ถึง 1% ต่อ GDP จะนำเสนอ ครม.อนุมัติโครงการพัฒนาเศรษฐกิจเคมีชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ เร่งโครงการนำร่อง 3 พื้นที่ ได้แก่ 1.เขตอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพในพื้นที่ EEC งบฯลงทุน 4 พันล้านบาท 2.ภาคเหนือตอนล่าง งบฯลงทุน 62,500 ล้านบาท 3.ภาคอีสานตอนกลาง งบฯลงทุน 35,000 ล้านบาท

พัฒนาศูนย์กลางการคมนาคมและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงให้กลายเป็น smart city และสร้างเมืองวิทยาศาสตร์แห่งใหม่โดยภาคเอกชน เป็น hub วิจัยและพัฒนา นวัตกรรม เพิ่มผลิตภาพและเอื้อต่อการพัฒนา new S-curve

ขอ 63 ล้าน จัดงาน ASEAN SME Shift up 2018

แผนงานการเชื่อมโยงในภูมิภาค regional integration ประกอบด้วย จัดกิจกรรม ASEAN SME Shift up 2018 สร้างเครือข่าย-ความร่วมมือ SMEs ในภูมิภาค CLMV แข่งขันกับตลาดโลก งบประมาณ 63 ล้าน พัฒนา CLMV ให้เป็นตลาดเดียวของไทยเพื่อผลักดันการส่งออกปี’61 มากกว่า 5-6% พัฒนาเมืองการค้าชายแดนแม่สอด ให้เป็นศูนย์ค้าปลีก-ส่งที่ใหญ่ที่สุด อนุญาตให้ใช้แรงงานเมียนมาเป็นพนักงานขาย และแก้กฎหมายให้มีเขต duty free นอกพื้นที่สนามบิน เช่น ที่ดินกรมธนารักษ์

เพิ่มมาตรฐานการผลิตเอสเอ็มอี ประกอบด้วยโครงการ ให้บริษัทพี่เลี้ยง SMEs เพิ่มรายได้เฉลี่ย 50 ล้านบาทต่อราย

ส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวและสัมมนาและแสดงสินค้า สนับสนุนผู้ประกอบการค้า-บริการไทยทำ online booking

ส่งเสริมการซื้อสินค้าของนักท่องเที่ยวเป้าหมาย 4 แสนล้านบาทต่อปี จูงใจให้ซื้อสินค้าโดยจัดตั้ง downtown VAT refund counter ในเมือง 4 แห่ง ให้นักท่องเที่ยวขอรับคืน VAT เป็นเงินสด (บาท) เริ่มต้น 1 เมษายน 2561

รมต.กอบศักดิ์จับคู่ศุภชัย.ซีพี.

กลุ่มพัฒนาคุณภาพคน ที่มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ นายศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นหัวหน้าภาคเอกชน แผนงาน ได้แก่ 1.การพัฒนาบุคลากรด้านการบริการและการท่องเที่ยว ร่วมพัฒนาระบบการฝึกงาน การจัดให้มีการฝึกงานในบริษัทเอกชน 50% หลักสูตรการเรียนในห้องเรียน 50% บรรจุเนื้อหาด้านการบริการและการท่องเที่ยวในหลักสูตรของโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา พัฒนาครูให้เข้าใจงานบริการและการท่องเที่ยว

2.การพัฒนาเกษตรกรให้เป็น smart farmer ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็น smart farmer ผ่านการเรียนรู้ด้วย IT 3.สามารถผลิตและส่งออกตามข้อกำหนดของผู้ซื้อต่างประเทศ พัฒนาครู 4.0 สัดส่วน 10% ของจำนวนครูอาชีวศึกษา

ตั้งกองทุน 100 ล้าน ยกระดับอาชีวะ

4.สภาส่งเสริมการศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อให้ภาคเอกชนเข้าไปมีบทบาทหลักและทำงานร่วมกับภาครัฐในการยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาให้ได้มาตรฐานสากลเหมือนกลุ่มประเทศในยุโรป สนับสนุนเงินในกองทุนตั้งต้น 100 ล้านบาท 5.การศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ มุ่งพัฒนา digital infrastructure และโครงการ ICT talent เพื่อพัฒนาผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ยกระดับการจัดการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21 ใน “โรงเรียนประชารัฐ” ผ่านระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม เป้าหมาย โรงเรียนประชารัฐ 4,700 โรงเรียน นักเรียน 70-80% เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต

รมว.กฤษฎา ประกบ อิสระ-มิตรผล

กลุ่มลดความเหลื่อมล้ำ ที่มี นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้ากลุ่มภาครัฐ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ เป็นหัวหน้ากลุ่มภาคเอกชน แผนงาน ได้แก่ 1.โครงการไทยเท่ทั่วไทย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการในท้องถิ่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี จากวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย และพัฒนา SMEs อาทิ สร้าง story อัตลักษณ์ท้องถิ่น จัดทำ “ต้นแบบท่องเที่ยวชุมชน” อย่างน้อยภาคละ 3-4 จังหวัด

2.ส่งเสริมการรับประทานอาหารไทย ผลไม้ไทย ข้าวไทย และของฝากจากอาหารไทย ในกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งมีการใช้จ่ายเฉพาะในเรื่องอาหารสูงกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี ผ่านเครือข่ายประชารัฐกว่า 50 องค์กร เป้าหมายมีร้านอาหารในทุกภูมิภาคเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 500 ราย 3.amazing Thai host จ้างงานผู้เกษียณอายุในท้องถิ่นให้อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว 280 แห่ง เป้าหมายจ้างงานผู้สูงอายุ 1,700 อัตรา กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น 195 ล้านบาท

บริษัทประชารัฐแก้จน 13 จังหวัด

4.จัดสรรที่ดินที่มีศักยภาพในการทำเกษตรให้กับเกษตรกรรายย่อยที่ติดขัดเรื่องเอกสารสิทธิที่ดิน 5.สร้างการพัฒนาเกษตรกรให้เป็น smart farmer ผ่าน ศพก. 6.ขยายแนวคิดการจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม 7.การสร้างเครือข่ายให้กว้างลึกให้เกิดความเข้าใจและการยอมรับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความยากจนใน 10 จังหวัด และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 8.พัฒนาสินค้าชุมชน ใช้ตลาดเป็นตัวนำร่วมกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด 76 จังหวัด ทั่วประเทศ เป้าหมายสินค้าได้รับการพัฒนามากกว่า 152 ชิ้น

ประกาศจ้างงานผู้สูงอายุเป็น “วาระแห่งชาติ”

9.ส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำของคนพิการ สร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจของคนพิการ โดยผู้ประกอบการนำค่าใช้จ่ายตามมาตรา 35 มาคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หน่วยงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจเร่งรัดการจ้างงานคนพิการ 100% ในปี”61 เป้าหมายจ้างงานคนพิการในภาคเอกชน 55,445 อัตรา ภายในปี”61 หรือ 90% ที่ภาคธุรกิจต้องจ้างตามกฎหมาย ภาครัฐ 12,932 อัตรา ภายในปี 2561 หรือ 100% ที่ภาครัฐต้องจ้าง

10.ส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำของผู้สูงอายุ ในวิสาหกิจชุมชน ภาคเอกชน-ภาครัฐและอิสระ ผลักดันให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เป้าหมาย จ้างงาน 19,500 คน ภายในปี”61 และ 11.ส่งเสริม/พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม (incentive) แก่ภาคเอกชนเพื่อจูงใจให้ developer มาลงทุน