เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เปิดเหตุผล 2 กสทช. “พิรงรอง-ศุภัช” ค้านรวม “ทรู-ดีแทค”

26 ต.ค. 2565 | 17:18น.
ดร.พิรงรอง รามสูต-ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย

5 บอร์ด “กสทช.” ลงมติรับทราบดีลควบรวม “ทรู-ดีแทค” แล้วเรียบร้อยเมื่อ 20 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา หลังใช้เวลาประชุมนานกว่า 11 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะใช้เวลาไปกับการพิจารณามาตรการและเงื่อนไขในการกำกับดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว กว่าจะลงสรุปคะแนนโหวตจนได้ผลออกมาว่าเป็น “เสียงข้างมาก” ได้ก็ไม่ง่าย

โหวตเสมอแต่แพ้ ?

เพราะคะแนน 3:2 ที่ได้มานั้น มาจากการที่ประธานในที่ประชุมใช้อำนาจตามข้อ 41 ของระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุม กสทช. พ.ศ. 2555 ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเพื่อชี้ขาด

ด้วยว่า 1 ใน 5 กสทช. คือ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ งดออกเสียง

นั่นทำให้คะแนนเสียงออกมาเท่ากัน (2:2:1) จึงต้องหาข้อสรุปด้วยการ “ดับเบิลโหวต”
ใครลงคะแนนโหวตข้างไหน

กสทช.เสียงข้างมาก ได้แก่ นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. และ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช.มีมติเห็นว่าการรวมธุรกิจในกรณีนี้ไม่เป็นการถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกันตามข้อ 8 ของประกาศ กทช.เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 (ประกาศฉบับปี 2549) โดยนัยของผลตามข้อ 9 ของประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม (ประกาศฉบับปี 2561) และให้พิจารณาดำเนินการตามประกาศฉบับปี 2561 โดยรับทราบการรวมธุรกิจ และเมื่อ กสทช. ได้รับรายงานการรวมธุรกิจแล้ว กสทช.มีอำนาจกำหนดเงื่อนไข/มาตรการเฉพาะตามข้อ 12 ของประกาศฉบับปี 2561

ส่วนที่ประชุมเสียงข้างน้อย ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต และ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช.เห็นว่ากรณีนี้เป็นการถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกัน และให้พิจารณาดำเนินการพิจารณาตามข้อ 8 ของประกาศ กทช.เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 โดย กสทช.อาจสั่งห้ามการถือครองกิจการหรือกำหนดมาตรการเฉพาะตามหมวด 4 ของประกาศดังกล่าว

“อ.พิรงรอง” แจง 7 เหตุผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เขียนข้อความอธิบายเหตุผลในเฟซบุ๊กระบุว่า ในทางกฎหมายตัดสินใจสงวนความเห็นที่จะรับทราบการรวมธุรกิจ และยืนยันที่จะไม่อนุญาต โดยระบุถึงเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้รวมธุรกิจว่า มี 7 ข้อ คือ

1.เมื่อรวมธุรกิจแล้วจะทำให้เกิดบริษัทใหม่ (NewCo) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) ทำให้ทั้ง TUC และ DTN กลายเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบาย หรืออำนาจสั่งการเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน (Single Economic Entity) ที่ไม่มีการแข่งขันระหว่างกันตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า

และว่า ก่อนการรวมธุรกิจ TUC มีส่วนแบ่งตลาด 31.99% และ DTN มีส่วนแบ่ง 17.41% เมื่อรวมกันจะมีส่วนแบ่ง 49.40% ทำให้ตลาดเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 2 ราย เกิดสภาวะที่เรียกว่า “Duopoly”

ลดผลกระทบทำไม่ได้จริง

2.SCF Associates Ltd. ที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศสรุปว่า จากการศึกษาแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบต่อผู้บริโภค มากกว่าข้อดี อีกทั้งมาตรการเฉพาะเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถเป็นจริงได้ทั้งหมด ในบริบทของตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทย เช่น การสนับสนุนให้เกิดผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNO) รายใหม่, การส่งเสริมการแข่งขันในตลาดค้าส่ง, การร่วมใช้คลื่น และการโอนคลื่นความถี่ เป็นต้น ขณะที่ในบริบทของเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องลดช่องว่างทางดิจิทัลอย่างประเทศไทย โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์ที่คนใช้มากที่สุดเพื่อเชื่อมต่อออนไลน์ การรวมธุรกิจจะนำไปสู่การกระจุกตัวของตลาด และมีโอกาสที่ค่าบริการจะสูงขึ้น

3.การบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจภายใต้เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะต่าง ๆ ที่บังคับผู้ขอรวมธุรกิจ ไม่น่าช่วยเพิ่มระดับการแข่งขันในตลาดได้ และอาจเป็นไปได้ยากในภายหลังจากการควบรวม โดย กสทช.ต้องใช้อำนาจทางกฎหมาย และทรัพยากรในการกำกับดูแลเป็นอย่างมาก โดยไม่อาจคาดหมายได้ว่าเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดได้เช่นเดียวกับที่เคยมีอยู่ก่อนการควบรวมหรือไม่

หวั่นผูกขาดตลาด

4.ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงประโยชน์ต่อสาธารณะ จากเอกสารประกอบการขอรวมธุรกิจ ยังไม่ชัดเจน และเพียงพอ 5.การรวมธุรกิจมีโอกาสนำไปสู่การผูกขาด และกีดกันการแข่งขัน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 40, 60, 61 และ 75 และขัดต่อแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 ที่ต้องเพิ่มระดับการแข่งขันของการประกอบกิจการโทรคมนาคม

6.การให้รวมธุรกิจส่งผลกระทบกว้างขวาง และต่อเนื่องระยะยาว ทั้งหวนคืนไม่ได้ เพราะตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทยอยู่ในภาวะอิ่มตัว ทำให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด และเข้ามาชิงส่วนแบ่งได้ยาก โดยอ้างกรณีในเม็กซิโก และฟิลิปปินส์ ตามรายงานของที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศที่บอกว่า เป็นเรื่องยากที่จะหวนคืนจากภาวะผูกขาดโดยผู้ประกอบการหนึ่งหรือสองรายไปสู่สภาพการแข่งขันก่อนการรวมธุรกิจ

และ 7.หนึ่งในผู้ขอรวมธุรกิจมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจใกล้ชิดกับกลุ่มธุรกิจครบวงจรรายใหญ่ ซึ่งครอบครองตลาดสินค้า และบริการในระดับค้าปลีก และค้าส่งของทั้งประเทศ จึงมีโอกาสขยายตลาดโดยใช้กลยุทธ์ขายบริการแบบเหมารวม ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกันกับผู้ประกอบการรายอื่น

“ดร.ศุภัช” ย้ำกระทบทุกมิติ

อีกหนึ่ง กสทช.เสียงข้างน้อย “ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย” ได้จัดทำเอกสารชี้แจงประกอบการลงมติกรณีการรวมธุรกิจระหว่างทรู และดีแทค สรุปว่า การรวมธุรกิจอาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งด้านผู้บริโภค การพัฒนาประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยี เศรษฐกิจการแข่งขัน ความเหลื่อมล้ำ และมิติต่าง ๆ อีกมาก

โดยระบุว่า ในทางกฎหมาย กสทช.มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตในการรวมธุรกิจตามมาตรา 24 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ข้อ 9 ของประกาศ กสทช.เรื่องมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2561 ประกอบกับข้อ 8 ของประกาศ กสทช.เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549

ประชาชนได้อะไรไม่ชัด

และในด้านเศรษศาสตร์ การรวมธุรกิจระหว่างทรู และดีแทค ส่งผลให้ตลาดที่เกี่ยวข้องมีค่าดัชนีการกระจุกตัวทางเศรษฐศาสตร์ (HHI) มากกว่า 2,500 เพิ่มจากเดิมกว่า 100 ทั้งในแง่ส่วนแบ่งตลาดจากจำนวนผู้ใช้บริการหรือส่วนแบ่งตลาดจากรายได้ ทั้งมีผลกระทบต่อตลาดต้นน้ำในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดบริการขายส่ง และตลาดบริการข้ามโครงข่าย และมีความเป็นไปได้สูงที่การรวมธุรกิจจะก่อให้เกิดความร่วมมือกันทางธุรกิจที่ก่อให้เกิดอำนาจตลาดสูง ที่ส่งผลต่อการแข่งขัน รายใหม่เข้าสู่ตลาดยากหรือไม่มีทางเข้าสู่ตลาด

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคม ได้แก่ อัตราค่าบริการมีแนวโน้มสูงขึ้น และทางเลือกน้อยลง, ไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีหรือมีก็ล่าช้า, คุณภาพบริการอาจลดลง, อุปสรรคการเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้รายใหม่ไม่สามารถแข่งได้, ผู้รวมธุรกิจอาจลงทุนต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากขาดแรงจูงใจในการแข่งขัน ไม่เข้าไปลงทุนในพื้นที่ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ทำให้ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และต่อจีดีพี ทำให้จีดีพีมีแนวโน้มลดลง เงินเฟ้อสูงขึ้นเมื่อเทียบกับกรณีไม่มีการรวมธุรกิจ โดยระบุว่ายังขาดความชัดเจนว่า ประชาชนจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดจากการรวมธุรกิจในครั้งนี้ ซึ่งในกระบวนการพิจารณาได้พยายามประเมินผลดีของการรวมธุรกิจผ่านวิธีการต่าง ๆ แต่ผลยังไม่ปรากฏแน่ชัดที่มาบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดต่อสาธารณชน เศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศไทย

อีกทั้งจากการศึกษา และประสบการณ์ในอดีตของประเทศต่าง ๆ ที่เกิดการรวมธุรกิจ และเหลือผู้ประกอบการ 2 ราย พบว่าเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะ ไม่สามารถป้องกันหรือลดทอนผลกระทบอันเกิดจากระดับการผูกขาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพได้

“ดร.ศุภัช” ย้ำว่า เพื่อไม่ให้ประเทศเผชิญกับความเสี่ยงดังกล่าว ตนจึงไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาอนุญาตการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค

ทั้งหมดคือเหตุ และผล ที่ทำให้ “2 กสทช.” เสียงข้างน้อยโหวตคัดค้านการควบรวมธุรกิจระหว่าง 2 ยักษ์ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของไทย “ทรู และดีแทค”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. ทรูควบรวมดีแทค