เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง หลังเงินเฟ้อดีกว่าคาดการณ์

11 พ.ย. 2565 | 21:50น.

ดอลลาร์ร่วง หลังเงินเฟ้อเดือนตุลาคมของสหรัฐอยู่ที่ 7.7% ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และชะลอตัวลงจากระดับ 8.2% ในเดือน ก.ย. ส่งผลให้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 80.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (7/11) ที่ระดับ 37.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/11) ที่ระดับ 37.52/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 261,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานกลับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.5% ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเผชิญกับแรงขายทำกำไร ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานปรับตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี

นอกจากนี้นักลงทุนได้เทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ทั้งนี้จากรายงานว่า ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งกลางเทอมล่าสุด พบว่า พรรครีพับลิกันคว้าที่นั่งในวุฒิสภามากกว่าพรรคเดโมแครต โดยอยู่ที่ 49:48 จากจำนวนทั้งสิ้น 100 ที่นั่ง โดยทั้งสองพรรคต้องการได้มากว่า 50 ที่นั่งจึงจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

ส่วนในสภาผู้แทนราษฎร ผลการนับคะแนนล่าสุด พบว่า พรรครีพับลิกันสามารถคว้าที่นั่งมากกว่าพรรคเดโมแครตเช่นกัน โดยอยู่ที่ 203:187 จากจำนวนทั้งสิ้น 435 ที่นั่ง โดยพรรคที่ได้ 218 ที่นั่งจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ได้กดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับ 107.47 ดอลลาร์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลงสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินเดือน ธ.ค.

เงินเฟ้อ ต.ค.สหรัฐปรับขึ้น 7.7%

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 7.7% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.9% และชะลอตัวจากระดับ 8.2% ในเดือน ก.ย. ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินเดือน ธ.ค.

โดย FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 80.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. และให้น้ำหนัก 19.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 225,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ราย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ต.ค. 65 อยู่ที่ 108.00 เพิ่มขึ้น 5.98% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.33% จากเดือน ก.ย. 65 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.) เพิ่มขึ้น 6.15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน ต.ค. 65 อยู่ที่ 103.78 เพิ่มขึ้น 3.17% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.05% จากเดือน ก.ย. 65 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 2.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ นายพูนพงษ์ นัยนาภาภรณ์ ผู้อำนวยการ สนค.ระบุ “อัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค.นี้ เพิ่มขึ้นเพียง 5.98% เป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องติดต่อกัน 2 เดือน และ สนค.คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ (พ.ย.-ธ.ค.) ยังมีแนวโน้มชะลอตัวลง”

จีนลดเวลากักตัวเข้าประเทศ

ทั้งนี้ในวันศุกร์ (11/11) ทางการจีนประกาศลดระยะเวลาการกักตัวของนักเดินทางขาเข้า เป็น 8 วัน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่สำคัญของนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero-Covid Policy) ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกย่ำแย่ลงและถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติมากขึ้น

โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้น ทำให้เกิดความหวังว่า จีนจะเลิกใช้วิธีการสั่งลงโทษที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 37.70-37.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/11) ที่ระดับ 35.95/98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (7/11) ที่ระดับ 0.9938/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/11) ที่ระดับ 0.9779/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังนายฟรังซัวส์ วิลเลอรอย เดอ กาลฮาว ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกจนกว่าจะแน่ชัดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานแตะระดับสูงสุดแล้ว แต่อาจจะชะลอการปรับเพิ่มหากอัตราดอกเบี้ยแตะระดับที่เริ่มจำกัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

คาด ECB ยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ

ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าในเวลาเพียง 3 เดือนที่ผ่านมา ECB ได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยรวมกันไปแล้วถึง 2% จนแตะระดับ 1.5% นับเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะแตะระดับสูงสุดที่ประมาณ 3% ในปีหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่า ECB จะยังคงเดินหน้าเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ขยายตัวรวดเร็วเป็นวงกว้าง

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงจะชะลอตัวลง รวมถึงมีปัญหาคอขวดด้านการขนส่งก็ตาม โดยรายงานระบุว่า ผลผลิตภาคอตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือน ก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%

ทางด้านสถาบันวิจัย Sentix ของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยปรับตัวขึ้นสู่ระดับ -30.9 ในเดือน พ.ย. จากระดับ -38.3 ในเดือน ต.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณที่ระดับ -35.0 ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า สภาพอากาศที่อบอุ่นและการสำรองก๊าซธรรมชาติในระดับสูงจะช่วยให้ยุโรปสามารถหลีกเลี่ยงการปันส่วนก๊าซธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว

โดยในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีได้ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปี นอกจากนี้การเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดได้สนับสนุนความหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอลงได้หนุนค่าเงินยูโร โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรมีกรอบระหว่าง 0.9898-1.0260 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/11) ที่ระดับ 1.0249/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (7/11) ที่ระดับ 147.02/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/11) ที่ระดับ 148.78/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินเยนแข็งค่าตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันอังคาร (8/11) ว่า การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 เนื่องจากประชาชนออกมาใช้จ่ายในช่วงฤดูร้อนแรกที่รัฐบาลได้ยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทยอยปรับตัวลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในวันพฤหัสบดี (10/11) ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงสู่ระดับ 3.807% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์

ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 140.19-147.56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (11/11) ที่ระดับ 141.17/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ