เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

ถอดโซลูชั่นบิ๊กธุรกิจ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจปี’66

11 ธ.ค. 2565 | 08:54น.
ธีรพงศ์ จันศิริ-ดวงดาว มหะนาวานนท์-ประสพ จิรวัฒน์วงศ์

สัญญาณเศรษฐกิจโลกปี 2566 ยังอยู่ในภาวะผันผวนและมีแนวโน้มชะลอตัว จากข้อมูลที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เมื่อ 20 พฤศจิกายน 2565 ว่าเศรษฐกิจโลกมีทิศทางชะลอตัวลงแบบเป็นวงกว้างและมากกว่าที่คาดไว้ 2.7% โดยอย่างน้อย 1 ใน 3 ของโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย “สหรัฐ-จีน-ยุโรป” เผชิญภาวะเศรษฐกิจนี้พร้อมกัน สร้างแรงกระเพื่อมต่อการค้าโลก

ขณะที่ประกาศคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ประชุมเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 มองว่าแนวโน้มจะขยายตัว 3.0-3.5% จากปี 2565 ที่คาดว่าจะขยายตัว 3.2% โดยรายได้หลักจะมาจากภาคการท่องเที่ยว

คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 20 ล้านคน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีนี้ แต่รายได้จากการส่งออก พระเอกหลักจะขยายตัวเพียง 1-2% จากปีนี้ที่จะขยายตัว 7.25% ภาวะเงินเฟ้อจะขยายตัว 2.7-3.2% จากปีนี้ที่คาดว่าขยายตัว 6.2% เอกชนต่างต้องปรับแผนการทำธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งภายในองค์กรฝ่ามรสุมในปีหน้า

ทียูมองวิกฤตเศรษฐกิจโลกพีกใน 18 เดือน

“ธีรพงศ์ จันศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU มองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้าว่ายังต้องติดตามอย่างระมัดระวัง เพราะจะเกิดสิ่งที่พีกหลายเรื่อง ทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนก็ผันผวนมาก นอกจากนี้สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังไม่จบในเร็ว ๆ นี้ และน่าจะกระทบด้านอื่น ๆ ต่อไป

“12-18 เดือนข้างหน้าต้องติดตามเศรษฐกิจมหภาค หากเกิดเรื่องเศรษฐกิจถดถอย (Recession) หรือภาวะ Stagflation จะเห็นชัดเจน ผู้บริโภคมีรายจ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่เงินในกระเป๋ามีจำกัด ก็ต้องไปลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่น แต่สินค้าอาหารจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะ ราคาไม่สูง”

หัวใจการบริหารความเสี่ยง

สูตรการบริหารของทียูคือ “ความยืดหยุ่น” ติดตามสถานการณ์แบบพร้อมปรับเปลี่ยนวันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ หรือเดือนต่อเดือน โดยต้องเพิ่มความใกล้ชิดกับลูกค้า ดูว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในช่วง 12-18 เดือนจากนี้

“สิ่งที่สำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันคือ การรักษาคุณภาพสินค้า ต้นทุน และการลงทุนระบบออโตโมชั่นต้องทำต่อไปต่อเนื่อง เรื่องคนก็จะเป็น Topic สำคัญ เพราะในสหรัฐและสหภาพยุโรปที่เราไปลงทุนจะมีการลาออกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนเก่ง คนใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานกับเราได้”

ส่วนการบริหารจัดการความเสี่ยงค่าเงินบาทนั้น นายธีรพงศ์เน้นย้ำว่า ไม่มีนโยบายทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ต้องป้องกันความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนให้ได้ เพราะทำธุรกิจส่งออกจึงต้องประกันความเสี่ยง (เฮดจ์) ทุกวิธี ทำมาตั้งแต่บาท 29-30 บาทต่อเหรียญสหรัฐแล้ว ถือเป็นนโยบายที่เข้มงวดและรัดกุม

นอกจากนี้ทียูยังมีนโยบายในการบริหารจัดการวัตถุดิบ ลดต้นทุนการผลิตโดยการใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วย และบริหารจัดการต้นทุนการสต๊อกเพื่อให้ลีนมากที่สุด

“ปี 66 เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน แต่ยังคงวางงบลงทุน 6,000 ล้านบาทเท่าปีที่ผ่านมา โดยจะมุ่งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ระบบอัตโนมัติ การสร้างความยั่งยืน และก่อสร้างโรงงานตามแผนต่อเนื่อง 3 แห่ง ไม่เน้นการเข้าซื้อและควบรวมกิจการขนาดใหญ่แบบที่ผ่านมา ทำให้ตัวเบา หนี้ไม่มาก ผลตอบแทนการลงทุนสูง จึงมั่นใจว่าปี 2566 รายได้จะเพิ่มขึ้น 5% จากปี 2565 หรือ 154,350 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงคาดว่าจะเติบโตถึง 15%”

เสื้อผ้าโตแผ่ว-ลูกค้าสต๊อกเต็ม

ขณะที่ในงานดินเนอร์ทอล์ก สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เมื่อค่ำคืนวันที่ 7 ธันวาคม 2565 “ประสพ จิรวัฒน์วงศ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไนซ์กรุ๊ปโฮลดิ้งคอร์ป จำกัด มองว่า เศรษฐกิจโลกปี 2566 จะผันผวนมาก เพราะมีปัจจัยที่มากระทบหลายอย่าง ซึ่งมีผลต่อเนื่องมาจากโควิดด้วย ส่งผลต่อธุรกิจเครื่องนุ่งห่มไทยที่รับจ้างการผลิต (OEM) ให้กับลูกค้าแบรนด์ระดับโลกต่าง ๆ

โดยได้ไล่เรียงจากก่อนโควิดปี 2562 อุตสาหกรรมเสื้อกีฬาโลกเติบโตแบบดับเบิลดิจิต มาถึงปี 2563 เดือนมีนาคมเริ่มเกิดโควิด ทำให้ภาพที่เคยมองถึงการเติบโตต้องเปลี่ยนไปหมด และมองถึงขั้นว่ามีโอกาสจะลดลง 40-50% แต่พอมาถึงเดือน 4 – 5 ปี 2563 ภาวะที่ตลาดฟื้นมาใหม่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปซื้อออนไลน์ ช่วยให้ยอดขายปีนั้นลดลงไม่ถึง 10%

ปี 2564 กลับมาเป็นอีกปีหนึ่งที่โควิดต่อเนื่อง มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ ร้านค้าต่าง ๆ ปิดหมด และยังเกิดภาวะวิกฤตโลจิสติกส์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน แต่กลุ่มแบรนด์ฟื้นกลับมา ลูกค้าสั่งออร์เดอร์มากขึ้น ทั้งยังขอให้ส่งสินค้าเร็วกว่าปกติ

เพราะวิกฤตที่มันเกิดขึ้นทำให้ลูกค้า (แบรนด์) ต้องแข่งขันกันมากขึ้น และกลัวซัพพลายจะไม่ทัน เพราะโรงงานเสื้อผ้าในเวียดนามปิดจากโควิดไป 3 เดือน ซึ่งพอธุรกิจกลับมาเพิ่มขึ้น 20% เทียบกับปี 2563 ผู้ผลิตก็ต้องการเพิ่มกำลังการผลิต ดีต่อเนื่องมาถึงช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนต้นปี 2565

“พอถึงกลางปีนี้ภาวะการซื้อเสื้อผ้าไม่เป็นไปตามคาดการณ์ สต๊อกปริมาณมาก ทำให้ชะลอการสั่งซื้อเป็นภาวะแบบ “ต้นดีแต่แผ่วปลาย” จึงคาดว่าปีนี้น่าจะเติบโตได้ 10% ส่วนในปี 2566 สถานการณ์ยังคงผันผวน คาดการณ์ว่าจะลดลง 12-15%”

หลักการบริหารของไนซ์กรุ๊ป ก็เน้นไปที่การสร้างความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจทั้งการผลิตและการขยายการลงทุนต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องติดตามดูว่าลูกค้า (แบรนด์) สามารถแมเนจอินเวนทอรี่ (สต๊อก) ได้ดีเพียงใด ดังนั้น จึงเป็นช่วงที่ต้องมีการระมัดระวังตัวเองสูงมาก

ซาบีน่ารุก “ออนไลน์”

ขณะที่ “ซาบีน่า” ผู้ผลิตสินค้าชุดชั้นในแบรนด์ไทย อายุ 50 ปี ที่ได้เริ่มหันมาทำตลาดสินค้าแบรนด์ชุดชั้นในเจาะตลาดในประเทศในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา “ดวงดาว มหะนาวานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ปีนี้ซาบีน่ามุ่งจะพัฒนาและปรับปรุงเพื่อให้กลับไปสู่จุดสูงสุดที่เคยเป็นเมื่อครั้งก่อนโควิด

โดยสิ่งที่ซาบีน่าดำเนินการปรับตัวในช่วงโควิดคือการปรับระบบ “Internal Process” สิ่งสำคัญที่สุดในการปรับ คือ “ไมนด์เซต” เปิดใจในการปรับปรุง ซึ่งการปรับอินเทอร์นอลโอเปอเรชั่น ด้วยการลีน แมนูแฟ็กเจอริ่ง ซึ่งบริษัททำมาเป็น 10 ปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากความสูญเสียต่าง ๆ และหันไปเพิ่มประสิทธิภาพการขาย โดยใช้ระบบออนไลน์มาช่วยมากขึ้น

“ออนไลน์คือจุดเปลี่ยน การขายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างจากการขายผ่านช่องทางค้าปลีก คือเราสามารถเปลี่ยนโปรโมชั่นได้ทุกนาที การทำโปรโมชั่นดับเบิลเดย์แต่ละเดือนนั้น มียอดขาย 2 ชั่วโมงแรก คิดเป็น 40% ของทั้งวัน และมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ กลุ่มบีทูบีทูซี คือซื้อของเราไปขายต่อ เป็นการสร้างโอกาสทำให้เกิดอาชีพใหม่ได้ด้วย”

ในปีหน้ามีการคาดการณ์ว่าค้าปลีกจะกลับมา 100% ค้าปลีกออนไลน์จะแผ่วลง แต่เราพบว่าปี 2022 สัดส่วนค้าปลีกออนไลน์คิดเป็น 9% ยังมีโพรเทนเชียลที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะค้าปลีกสินค้าแฟชั่นออนไลน์มีสัดส่วนตลาด 8% และคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2027 จะเพิ่มเป็น 13%

“ห้างเปิดแต่คนยังช็อปออนไลน์ มีข้อมูลจากงานวิจัยหนึ่งพบว่า 10 กลุ่มสินค้าที่คนช็อปออนไลน์ มี 3 กลุ่มสินค้าที่ยอดขายไม่ลดลงไปเลย 1 ในนั้นคือแฟชั่น สินค้าแฟชั่นอาจจะถูกมองว่าไม่จำเป็นกับชีวิต แต่จำเป็นกับความรู้สึก และคนเราก็ซื้อสินค้าตามความรู้สึก”