Skip to content

“เซลส์ฟอร์ซ” ตั้งสำนักงานในไทย รับดีมานด์พุ่ง-ดูแลลูกค้าใกล้ชิด

25 เม.ย. 2566 | 18:33น.
“เซลส์ฟอร์ซ” ตั้งสำนักงานในไทย รับดีมานด์พุ่ง-ดูแลลูกค้าใกล้ชิด

Saleforce ตั้งสำนักงานใหม่ในอาเซียนแห่งที่สองกลางกรุงเทพฯ รับความต้องการด้านโซลูชั่นดิจิทัลเพื่อธุรกิจ โตตามการเติบโตด้านเศรษฐกิจ พร้อมเปิดตัว Einstein GPT นำร่องช่วยลูกค้าเพิ่มผลิตภาพ

วันที่ 25 เมษายน 2566 นาย อามิท ซัคซีน่า รองประธาน เซลส์ฟอร์ซ ภูมิภาคอาเซียน ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) เปิดเผยว่า อาเซียนมีศักยภาพด้านดิจิทัลสูงมาก ในขณะเดียวกันการเติบโตทางเศรษฐกิจก็กำลังกลับมา ผู้คนกล่าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจก็กลับมาสู่ปกติ ดังนั้นความต้องการด้านโซลูชั่นที่ช่วยบริหารจัดการธุรกิจก็เติบโตตาม

Saleforce จึงได้ตั้งสำนักงานใหม่ในประเทศไทย เพื่อให้การอำนวยการดูแลลูกค้าดีขึ้น ใกล้ชิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสำนักงานแห่งที่สองในอาเซียน ที่เดิมตั้งอยู่สิงคโปร์ สะท้อนการเติบโตในการใช้งาน
สำนักงานใหม่ตั้งที่ตึก Silom edge ถูกออกแบบเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน ทั้งในหมู่พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าของ Salesforce สอดคล้องกับแนวทางการออกแบบสำนักงานแห่งอื่น ๆ ของ Salesforce ทั่วโลก

“ระบบนิเวศทางธุรกิจที่ถูกยกระดับผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือที่สร้างการเติบโตให้แก่ประเทศไทย ธุรกิจต้องดำเนินการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันการทำงานของพนักงานให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในเวลาเดียวกันเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าที่มีเพิ่มขึ้น

การนำความสำเร็จมาสู่ลูกค้า สนับสนุนระบบนิเวศทางธุรกิจผ่านกิจกรรมเสริมทักษะ ยกระดับความรู้ด้านอาชีพให้คนไทยเพื่อรองรับต่อความต้องการของธุรกิจในอนาคตจะยังเป็นหัวข้อที่เราให้ความสำคัญในปีนี้ เซลส์ฟอร์ซมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนธุรกิจในประเทศไทยเพื่อความสำเร็จของลูกค้าและระบบนิเวศทางธุรกิจ สร้างคนทำงานที่มีทักษะทางดิจิทัล”

นานอามิทกล่าวด้วยว่า ในเรื่องรายได้นั้น หาก Salesforce ช่วยลูกค้าดูแลลูกค้าของพวกเขา สามารถเพิ่มผลิตภาพ และลดต้นทุน เมื่อธุรกิจของลูกค้าเติบโต Salesforce ก็เติบโตด้วย โดยประเมินว่า รายได้ของลูกค้าทุก 6.28 เหรียญสหรัฐคิดเป็นรายได้ของ Salesforce ราว 1 เหรียญสหรัฐ

ด้วย Salesfocre เป็นผู้ให้บริการระบบการดูแลลูกค้าและระบบสื่อสารภายในองค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) หรือระบบสื่อสารภายในแบบ Omni Channal จึงต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเสมอ และ Salesforce เป็นผู้ร่วมลงทุนให้กับ OpenAI เจ้าของปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ Generative AI ชื่อ GPT ที่โด่งดัง ทำให้สามารถปรับโมเดล GPT มาใช้ในโซลูชั่นของตนได้

และโซลูชั่นที่ปรับเข้ากับ GPT นี้จะช่วยองค์กรหรือธุรกิจของลูกค้าเพิ่มประสิทธภาพการทำงานให้แก่พนักง่นอย่างมาก ตั้งแต่การประเมินข้อมูลด้วยเอไอ Einstien ของตนเอง และถ่ายทอดเป็นภาษาไม่ว่าจะเป็นการตอบแชต ส่งอีเมล์ จนถึงเขียนโค้ดพื้นฐาน ด้วยเทคโนโลยีของ GPT จะดึงดูดลูกค้าในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ (Productivity) ให้กับลูกค้าเก่าได้อย่างมาก

“ปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่นี้ เมื่อรวมเข้ากับฐานข้อมูลพื้นฐาน และแพลตฟอร์มของเรา สร้างความเป็นไปได้ให้กับทุกอุตสาหกรรมให้ Adopt เทคโนโลยีเซลล์ฟอร์ซไปใช้ นั่นเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือลูกค้าเก้าที่เราดูแล และสร้างโอกาสให้เราขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ด้วย” นายอามิทกล่าว

เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เมื่อระบบ CRM พบกับเอไอ GPT

Einstein GPT เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Saleforce ที่นำเอา Generative AI ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้าน CRM โดยเฉพาะมาเป็นตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโดยใช้ AI อัจฉริยะในการสร้างคอนเทนต์เพื่อการขาย การบริการ การตลาด การพาณิชย์ และไอที เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้าผ่านการใช้งานเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง Generative AI

Einstein GPT คือนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งาน AI ที่เซลส์ฟอร์ซใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมผ่านการรวบรวมข้อมูลจากระบบนิเวศทางธุรกิจของพันธมิตรเซลส์ฟอร์ซ ผสานเข้ากับข้อมูลของลูกค้าที่มีอยู่ในแบบเรียลไทม์จากแพลตฟอร์ม Salesforce Data Cloud

จากนั้นเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดเข้ากับ OpenAI หรือโมเดลอื่น ๆ ที่ธุรกิจใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อสร้างเป็นคอนเทนต์หรือข้อความด้วย natural-language prompts จาก Salesforce CRM ได้แบบอัตโนมัติ พร้อมจุดเด่นคือข้อความหรือคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นจะมีการอัพเดตข้อมูลอยู่ตลอดเวลาตามข้อมูลของลูกค้าในแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งเนื้อหาหรือภาษาในคอนเทนต์เหล่านั้นให้ตรงตามความต้องการได้ในแบบเรียลไทม์เช่นกัน

ตัวอย่างประสิทธิภาพของ Einstein GPT อาทิ Einstein GPT สามารถสร้างอีเมลแบบเฉพาะบุคคลหรือ personalized ให้ทีมขายเพื่อส่งหาลูกค้าจำนวนมากได้อัตโนมัติ, ช่วยสร้างข้อความเพื่อให้ทีมบริการลูกค้าสามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ, สร้างคอนเทนต์แบบเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ทีมการตลาดเพื่อเพิ่มการตอบรับให้กับแคมเปญ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างโค้ดอัตโนมัติให้กับทีมดีเวลลอปเปอร์อีกด้วย

นายมาร์ก เบนิออฟ ซีอีโอ ของ Salesforce กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีครั้งใหญ่จากการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นของเทคโนโลยี เรียลไทม์ และ Generative AI ซึ่งเทคโนโลยีทั้งสองเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ธุรกิจจำเป็นต้องเข้าถึงลูกค้า ผ่านเทคโนโลยีอันเป็นอัจฉริยะ อัตโนมัติ และตรงต่อความต้องการเฉพาะบุคคล และนั่นคือ Einstein GPT ที่นำข้อมูลจาก Data Cloud ผสานเข้ากับระบบคลาวด์ทั้งหมดของเซลส์ฟอร์ซ รวมไปถึง Tableau, MuleSoft และ Slack เพื่อเปิดประตูสู่อนาคตของการใช้งาน AI สำหรับลูกค้าทั้งหมดของเรา และเซลส์ฟอร์ซยังได้มีการทำงานร่วมกันกับ OpenAI อีกด้วย

โดย Einstein GPT เป็นนวัตกรรมเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของ Einstein ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ของ “เซลส์ฟอร์ซ” ที่สร้างการคาดการณ์หรือ Predictions กว่า 200 พันล้านครั้งต่อวันบนระบบ CRM แบบเรียลไทม์อย่าง Customer 360 ซึ่งการผสานโมเดล AI ของ Einstein เข้ากับ ChatGPT หรือโมเดลภาษาชั้นนำอื่น ๆ ลูกค้าสามารถใช้ Natural-Language Prompts ภายใต้ระบบข้อมูล CRM เพื่อเข้าใช้งานระบบอัตโนมัติอันทรงพลังที่ช่วยประหยัดเวลา และสร้างคอนเทนต์เฉพาะตัวโดย AI แบบ personalized ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวล่าสุดภายใต้ระบบ Einstein GPT ได้แก่

1.Einstein GPT for Sales : ตัวช่วย AI ด้านงานขาย เช่น การร่างอีเมล์ สร้างตารางการประชุม และสร้างการโต้ตอบในบทสนทนาและอื่น ๆ แบบอัตโนมัติ

2.Einstein GPT for Service : ตัวช่วย AI ด้านงานบริการ โดยสามารถสร้างเอกสารข้อมูลโดยอ้างอิงข้อมูลจากเคสที่ผ่านมา สร้างข้อความตอบกลับอัตโนมัติที่มีเนื้อความเฉพาะบุคคลสำหรับ chat agent เพื่อเสริมความประทับใจให้ลูกค้าที่มากยิ่งขึ้นผ่านบริการโต้ตอบที่รวดเร็ว สะดวก และเป็นส่วนตัว

3.Einstein GPT for Marketing : ตัวช่วย AI ด้านการตลาด เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาเจาะจงแบบ personalized อย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมล์ โทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ หรือโฆษณา เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าปัจจุบัน และอนาคต

4.Einstein GPT for Slack Customer 360 apps : เพิ่มประสิทธิภาพให้การนำเสนอข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าผ่าน AI บนแอปพลิเคชั่น Slack อาทิ สร้างเอกสารสรุปโอกาสทางการขาย หรือสร้างและอัพเดตบทความเชิงความรู้สำหรับลูกค้า

5.Einstein GPT for Developers : ตัวช่วย AI สำหรับดีเวลอปเปอร์ โดยการนำโมเดลภาษาขนาดใหญ่อันเป็นกรรมสิทธิ์ของ Salesforce Research และใช้ AI ในการสร้างโค้ดและสร้างคำถามสำหรับภาษาต่าง ๆ อย่าง Apex เป็นต้น

อีกส่วนคือในด้านระบบสื่อสารภายในองค์กร หรือ Slack โดย Salesforce และ OpenAI ร่วมกันเปิดตัวฟังก์ชั่น ChatGPT บนแอปพลิเคชั่น Slack ซึ่งฟังก์ชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตัวนี้ จะเข้ามามีบทบาทในการสรุปและวิเคราะห์การสนทนา อีกทั้งเป็นเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลในหัวข้อต่าง ๆ ไปจนถึงเป็นตัวช่วยในการร่างข้อความได้อย่างรวดเร็ว

ประสิทธิภาพและประโยชน์ของ Generative AI ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในการปรับปรุงกลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้าต่างกำลังเป็นที่กล่าวถึงในกลุ่มลูกค้าของเซลส์ฟอร์ซ อาทิ HPE, L’Oréal, RBC US Wealth Management และ S&P Global Ratings

โดย Einstein GPT กำลังอยู่ในช่วงทดสอบใช้งานในหลายอุตสาหกรรมในไทยทั้ง ไฟแนนซ์ ค้าปลีก เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไอที