เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

09 พ.ค. 2566 | 18:14น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์

ดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่ประกาศในสัปดาห์นี้  ขณะที่ธนาคารกลางนิวยอร์กคาดเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลง นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 89% คาดเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 9 พฤษภาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเข้าวันนี้ (9/5) ที่ระดับ 33.79/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (8/5) ที่ระดับ 33.81/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังคงไร้ทิศทาง โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่จะถูกประกาศในสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางนิวยอร์กปิดเผยอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์อยู่ที่ระดับร้อยละ 4.4 ปรับตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับร้อยละ 4.7 ส่งสัญญาณว่าผู้บริโภคมีมุมมองว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัว

และนักลงทุนยังคงจับตาดูดัลนีราคาผู้บริโภค (CPI) โดยคาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคหมวดทั่วไปจะขยายตัวที่ระดับร้อยละ 5.0 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเดือนก่อนหน้า และดัชนีราคาผู้บริโภคหมวดพื้นฐานจะขยายตัวที่ระดับร้อยละ 5.5 ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 5.6

สำหรับดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) หมวดทั่วไป นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ระดับร้อยละ 2.4 ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับร้อยละ 2.7 และสำหรับดัชนีราคาผู้ผลิตหมวดพื้นฐานจะขยายตัวที่ระดับร้อยละ 3.3 ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับร้อยละ 3.4 ตัวเลขข้างต้นบ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวเช่นกัน

นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตาเปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวร้อยละ 2.7 ในไตรมาส 2/2566 หลังจากขยายตัวร้อยละ 1.1 ในไตรมาส 1/2566 และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยสต๊อกสินค้าคงคลังภาคการค้าส่งทรงตัวในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งต่างจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวดีกว่าคาดการณ์

อย่างไรก็ดีล่าสุดนักลงทุนให้น้ำหนักเพียงร้อยละ 11 สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมเดือนมิถุนายน ที่ระดับร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 5.25-5.50 และให้น้ำหนักถึงร้อยละ 89 ในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับร้อยละ 5.00-5.25

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.66-33.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/5) ที่ระดับ 1.0990/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนคาจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (8/5) ที่ระดับ 1.1034/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) รายงานดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงร้อยละ 3.4 ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบรายเดือน ภายหลังการปรับตัวขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน และการผลิตรถยนต์ของเยอรมนีหดตัวลงร้อยละ 6.5 ในเดือนมีนาคม

ในขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวลงร้อยละ 10.7 โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.8 ในปี 2566 ลดลงจากระดับร้อยละ 3.4 ในปี 2565 ส่งสัญญาณว่าการเศรษฐกิจเยอรมนีมีแนวโน้มชะลอตัวจากปีก่อนหน้า

นอกจากนี้สถาบันวิจัย Sentix รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (Investor Confident Index) เดือนพฤษภาคมอยู่ที่ระดับ -13.1 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ -8.0 และเดือนก่อนหน้าที่ระดับ -8.7 ส่งสัญญาณว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสถานการณ์เศรษฐกิจยุโรปยังไม่สู้ดีนัก ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0973-1.1000 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0979/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/5) ที่ระดับ 135.15/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (8/5) ที่ระดับ 135.00/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สำนักงานสถิติญี่ปุ่นรายงานดัชนีการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมีนาคมหดตัวร้อยละ 1.9 จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวระดับร้อยละ 1.6 และสวนทางกับการคาดการณ์ของนักลงทุนว่าจะขยายตัวร้อยละ 0.4 ส่งสัญญาณว่าภาคครัวเรือนมีการจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 134.73-135.22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 135.05/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนเมษายน (10/5), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนประจำเดือนเมษายน (11/5), ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) (11/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (11/5), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นประจำเดือนพฤษภาคมจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (12/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.90/-10.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -14.75/-12.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ