วัลลภ ตรีฤกษ์งาม แม่ทัพซูซูกิ ผู้คลั่งไคล้ฟุตบอล
ผู้เขียน : ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่ ช่างภาพ : ศุภโชค สอนแจ้ง
“วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” เป็นผู้บริหารค่ายรถญี่ปุ่นที่มีไลฟ์สไตล์น่าสนใจ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษ “รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)” ซึ่งให้เกียรติมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิต ตัวตน สไตล์การทำงานและเป็นผู้คลั่งไคล้กีฬาฟุตบอล ทั้งยังเป็นแฟนลิเวอร์พูลตัวยง
ก่อนจะมาทำงานกับซูซูกิ เขาอยู่ในสายไฟแนนซ์มาก่อน รวมเบ็ดเสร็จมีประสบการณ์ในวงการนี้มากว่า 25 ปีทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง
Work Life Balance คือสิ่งสำคัญ
“ไลฟ์สไตล์การทำงานของเราค่อนข้างใกล้ชิดกับลูกน้อง ทุกคนจะเรียกว่าพี่และพ่อวัลลภ น้อยมากที่จะมีคนเรียกว่าคุณวัลลภ ที่สำคัญคือต้องเข้าถึงง่าย ตั้งแต่วันแรกที่มาทำงานกับซูซูกิ สิ่งที่ถูกสอนเสมอคือเรื่องการพูดคุยและการสื่อสารเพื่อความชัดเจนในการทำงาน” คุณวัลลภกล่าว
คนญี่ปุ่นต้องการให้สื่อสารกันเพราะเขาทำงานเป็นทีม ถ้าทำตัวให้เข้าถึงยาก เจ้ายศเจ้าอย่าง ปัญหาต่าง ๆ จะไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที สิ่งหนึ่งที่เราปลูกฝังลูกน้องไว้ตลอดคือมีอะไรต้องเล่าให้ฟังทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่บ้านหรือแม้แต่ปัญหาความรัก เราจะรู้ทันทีแล้วเข้าไปแก้ไขได้
อีกเรื่องคือการเข้างาน เราไปถึงออฟฟิศก่อนทุกคน ต่างชาติชอบมองบุคลิกของคนไทยว่ามาสายไม่รักษาเวลา ตรงนี้ซีเรียสมาก เราต้องการทำให้ทุกคนรู้ว่าคนไทยมีวินัย มีสิ่งดีที่ทำให้คนต่างชาติเชื่อถือได้
ผมจะเข้าออฟฟิศ 7 โมงกว่าก่อนเวลาเข้างาน 8 โมง แต่เวลาเลิกงาน 5 โมงเย็น ผมจะบอกทีมว่าใครอยู่ก็อยู่ไป ถ้างานเสร็จผมออกก่อนนะ จริง ๆ งานจะเสร็จไม่เสร็จผมเชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนมีภารกิจ แต่ถ้าเจ้านายยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ เขาเองก็ไม่กล้าที่จะไปทำอะไรต่าง ๆ หลังเลิกงาน
เราต้องทำให้ทุกคนรู้สึกว่าทุ่มเทงานในเวลางานเท่านั้นพอ “work life balance” สำคัญมาก จะต้องรักษาสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน เรายังมีครอบครัวที่ต้องดูแล ลูกน้องเราก็มีเช่นกัน ซึ่งอาจหนักกว่าด้วยซ้ำ ต้องทำให้เขาสบายใจในเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่กล้าทำ
หลายคนคิดว่าวัฒนธรรมญี่ปุ่นเครียด เลิกดึก ประชุมเยอะ เจ้านายตึง ภาพลักษณ์ของบริษัทญี่ปุ่นอาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ที่ ซูซูกิ ไม่ใช่เลย และเราเชื่อว่าทุกคนมีอิสระในการ work life balance ได้ด้วยตนเอง
คติการใช้ชีวิตจากคนญี่ปุ่น
อาจจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่เราพูดกับน้อง ๆ เสมอว่าปัจจุบันเด็กจบใหม่มี 2 แนวทาง คือ เป็นสตาร์ตอัพทันทีหรือเป็นพนักงานประจำ เราเองเชื่อว่าเรียนจบอย่าเพิ่งทำธุรกิจส่วนตัว ต้องไปเป็นลูกจ้างเขาก่อน เพราะจะได้การเรียนรู้ที่หลากหลาย
คนญี่ปุ่นสอนเราเสมอ ถ้าเป็นลูกจ้างคนอื่น ข้อแรกคือทำงานให้เกินเงินเดือน ไม่ได้หมายความว่าทำงานเยอะ ๆ และถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง แต่หมายถึงนอกเหนืองานของเราที่ทำเสร็จแล้วยังมีโอกาสหลายอย่างในองค์กรให้เรียนรู้ วันใดตำแหน่งงานที่ขาดไป เราจะเป็นหนึ่งคนที่โพเทนเชียลที่สุด และจะมีโอกาสได้ปรับเลื่อนตำแหน่งมากที่สุด
อีกเรื่องคือทีมเวิร์ก หรือการมีส่วนร่วมขององค์กร เด็กรุ่นใหม่วันนี้มีความคิดเป็นปัจเจกชนสูงมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่การทำงานร่วมกับคนอื่นก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องมีคืออีคิวเรื่องการเข้าสังคม นอกจากการงานแล้วทุกคนจะต้องมีสังคม ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงการถูกยอมรับและประสบความสำเร็จในอนาคต
คลั่งฟุตบอล เป็นแฟนหงส์แดงตัวยง
ชีวิตของ วัลลภ ซูซูกิ ผูกพันกับฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เมื่อ 30-40 ปีที่แล้วนอกจากฟุตบอล สนุ้กเกอร์ และเรื่องเกกมะเหรกเกเร ก็แทบจะไม่มีอะไรแล้วสำหรับเด็กผู้ชาย ไม่มีโซเชียลมีเดีย ไม่มีห้างสรรพสินค้ามากเหมือนในปัจจุบัน ไม่มีร้านหมูกระทะ ไม่มีร้านเกม ดังนั้น ฟุตบอลจึงเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบที่สุด
ผมเติบโตในครอบครัวที่ชอบเล่นฟุตบอล เป็นลูกคนที่ 7 จาก 9 คน ในบรรดาลูกชาย 5 คนเล่นฟุตบอลทั้งหมด คุณพ่อเชียร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พี่ชายคนแรกก็แมนฯ ยูฯ พี่ชายคนต่อมาลิเวอร์พูล อีกคนแมนฯ ยูฯ ผมเชียร์ลิเวอร์พูล น้องชายลิเวอร์พูล กลายเป็นว่าผู้ชาย 6 คนในบ้านเป็นลิเวอร์พูล 3 คน แมนฯ ยูฯ 3 คน ทุกแดงเดือดหรือวันที่แมนฯ ยูฯ แพ้ก็จะมีการบลัฟกัน

สมัยมัธยมที่โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย ซึ่งเป็นชายล้วน ยิ่งทำให้เราคลั่งฟุตบอลมากขึ้นไปอีก เตะทุกวันตอนพักเที่ยง เป็นบอลพลาสติกโกลรูหนู โยนไปมั่วกันในสนามบาส 4-5 ทีม กลุ่มหนึ่งเล่นบาส กลุ่มหนึ่งเล่นบอล แต่สามารถวิ่งหาบอลโดยไม่ชนกันได้ เรากับพี่ชายก็อยู่ทีมเดียวกันเลย แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัยก็เตะน้อยลง จนกลับมาทำงานที่ซูซูกิจึงมีโอกาสเจอทีมงานและผู้จำหน่ายที่มีความรักในฟุตบอลเหมือนกันก็เลยเริ่มเล่นกันใหม่
“แปลกตรงที่คุณพ่อเชียร์แมนฯ ยูฯ ทำไมเรากับพี่ชายถึงหลุดมาที่ลิเวอร์พูลได้ พ่อคงไม่อยากให้เราเชียร์ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับ เราประทับใจในฝีเท้าและเติบโตมากับ จอห์น บาร์นส์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ และ เอียน รัช ในยุค 90’s นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรารักลิเวอร์พูล”
เมื่อลูกเราโตขึ้น ผมก็พยายามให้เขาดูฟุตบอลด้วยตนเอง สุดท้ายเขาเลือกเชียร์ลิเวอร์พูลเหมือนกัน ผมไม่ได้บังคับ ทุกวันนี้เราก็ไปเชียร์บอลด้วยกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ที่สำคัญคือเรามีประสบการณ์ไปเชียร์ลิเวอร์พูลด้วยกันที่สนามแอนฟิลด์ ประเทศอังกฤษ เป็นโมเมนต์ประทับใจ เราช่วยทำความฝันของเขาให้สำเร็จ และเป็นแมตช์ที่ลิเวอร์พูลชนะ
ทีมพ่อวัลลภ มากกว่างานคือความสัมพันธ์
คุณวัลลภเผยว่า ปัจจุบันเรามี “ทีมพ่อวัลลภ” หลายคนเรียกกันจนเราเอามาตั้งเป็นชื่อทีมฟุตบอล ที่มีสมาชิกเกือบ 40 คน แม้เราเชียร์ลิเวอร์พูล แต่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นแมนฯ ยูฯ ใน 1 ปีก็จะแข่งขันฟุตบอลแมตช์ใหญ่ขึ้นเพื่อเชื่อมสัมพันธ์
“ฟุตบอลกับการงานอาจแยกกันไม่ออก มีทั้งเจ้าของโชว์รูม พนักงาน คู่ค้าธุรกิจรถยนต์ และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ซึ่งมาจอยกัน งานเราได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือความสัมพันธ์”
จุดมุ่งหวังคือการได้สังสรรค์และออกกำลังกายร่วมกันหลังเลิกงาน เราเองตระหนักเรื่องสุขภาพในระยะ 4 ปีหลังอย่างมาก เพราะคนใกล้ตัวมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ผมจึงอยากชวนทุกคนมาออกกำลังกาย แต่การออกกำลังกายจะต้องรู้ลิมิตทั้งอายุและความพร้อมด้วย ผมจะบอกทุกคนที่มาเตะบอลกันเสมอว่าให้รู้ลิมิตตัวเองด้วย ต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักโหม อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพและมีสุขภาพที่ดีตลอดไป
ซูซูกิ กับวงการฟุตบอลไทย
คนไทยคลั่งฟุตบอลไม่แพ้ชาติใดในโลก ภาพจำของซูซูกิกับวงการฟุตบอล คือ “เอ เอฟ เอฟ ซูซูกิ คัพ” เราเองเป็นสปอนเซอร์มาตั้งแต่ปี 2008-2020 ผมเองเข้ามาในจุดที่ซูซูกิเริ่มสนับสนุนไปแล้ว 2 ปี จึงได้มาต่อยอดตรงนี้
สิ่งสำคัญคือการปลูกฝัง ผลักดัน และสร้างเยาวชนไทย รวมทั้งในภูมิภาคที่มีความรักฟุตบอล ทำให้เขาเห็นว่าการเป็นตัวแทนประเทศในการแข่งขันระดับภูมิภาคมีความภูมิใจแค่ไหน และยังทำให้เขาห่างไกลยาเสพติด หากเขามีแนวทางหรือการสนับสนุนที่ดี ฟุตบอลอาจเป็นอาชีพหนึ่งของเขาในอนาคตได้


